ท่านอาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน แห่ง 'Makong Review' ตีพิมพ์เรื่อง "เผือกร้อนในมือไทยกับความลับในมือลาว" เรื่องนี้เป็นบทเรียนสอนไทยได้ดีว่า
ไม่ควรไว้วางใจประเทศฝรั่งตะวันตกที่ปากหวาน อ้างสิทธิมนุษยชนนานาสารพัด ผลสุดท้ายภาระในการรับผู้อพยพกลับทำให้เกิด "เผือกร้อน" ในไทย
...
เมืองไทยเรามีผู้อพยพนับแสนๆ คนติดต่อกันมาหลายสิบปีแล้ว ไม่ควรรับผู้อพยพ และไม่ควรไว้วางใจประเทศปากหวาน, องค์กรเอกชน 'NGO' ไม่ว่าฝรั่ง หรือไม่ฝรั่ง
เรื่องที่คนไทยไม่ควรลืมคือ พม่ากับลาวเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และจริงใจกับไทยมากที่สุด ประเทศปากหวานมักจะอ้างสิทธิมนุษยชน และอะไรๆ อีกมากมาย ท้ายที่สุดก็ไม่รับผิดชอบอะไร
...
ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากบทความนี้ ขอความกรุณาแวะไปให้กำลังใจ เว็บไซต์ 'Mekong Review' หรือ "อินโดจีน" อ่านภาษาไทยก็ดี อังกฤษก็ดีครับ
...
[ ข้อความคัดลอก ] > [ แม่โขงรีวิว & Indochinapublishing.com ]
Mekong Review -- คณะตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกานำโดย Samanuel Wittenรองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ ได้เดินทางไปที่ศูนย์รองรับชั่วคราวบ้านห้วยน้ำขาวในเขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 'Makong Review' เพื่อขอรับทราบข้อมูล และมาตรการต่างๆที่กองทัพภาคที่ 3 ของกองทัพบกไทยได้ปฏิบัติต่อบรรดาชาวม้ง ลาวที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์รองรับฯดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ... ส่วนทางด้านชาวม้งนั้นก็ได้เฝ้ารอโอกาสที่จะได้พบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของทางการสหรัฐฯมานานแล้วเช่นกัน เพราะว่าชาวม้งลาวทั้งหลายที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์รองรับชั่วคราวฯ ดังกล่าวนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีความหวังว่า ... พวกตนจะได้มีโอกาสเดินทางไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในสหรัฐฯ เหมือนกับญาติพี่น้องของพวกเขากว่า 15,000 คนที่เคยพักอาศัยอยู่ที่วัดถ้ำกระบอก ในเขตอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับรองให้ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในสหรัฐฯ นับตั้ง แต่ปี 2547 เป็นต้นมาแล้ว แต่สำหรับในครั้งนี้กลับปรากฏว่า คณะผู้แทนของกระทรวงการต่างประเทศของ สหรัฐฯ นั้น ได้ให้การยืนยันอย่างชัดเจนกับบรรดาแกนนำของชาวม้งลาวที่ศูนย์รองรับชั่วคราวบ้านห้วยน้ำขาวว่า ... รัฐบาลสหรัฐฯไม่มีนโยบายที่จะรับเอาชาวม้ง เพื่อให้ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในสหรัฐฯอีกต่อไปแล้ว ซึ่งก็ได้สร้างความผิดหวังให้กับ บรรดาชาวม้งทั้งหลายเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือผลจากการยืนยันของทางการสหรัฐฯดังกล่าวนี้ ยังทำให้ชาวม้งเหล่านี้มีทางเลือกเหลืออยู่เพียงทางเดียวเท่านั้นอีกด้วย ... ซึ่งก็คือการที่จะต้องถูกทางการไทยส่งกลับไปลาวทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้มีปัญหาว่า กองทัพภาคที่ 3 ของไทยจะสามารถดำเนินการส่งชาวม้งเหล่านี้กลับ ไปลาวได้ในทางปฏิบัติที่เป็นจริงหรือไม่ เพราะชาวม้งลาวที่ทางการไทยจะต้องส่งกลับไปลาวนั้นมีจำนวนทั้งหมดเกือบ 5,000 คน ... ทั้งนี้โดยถ้าหากจะพิจารณาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการส่งชาวม้งกลับไปลาวนับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ปรากฎว่า ในช่วงเวลากว่าสองปีครึ่งมานี้ กองทัพภาคที่ 3 ของไทยก็สามารถดำเนินการส่งชาวม้งกลับคืนไปลาวได้เพียง 2,904 คนหรือคิดเฉลี่ยได้ไม่ถึง 100 คนต่อเดือนเท่านั้น ... ซึ่งนั่นก็หมายความว่าถ้าหากการดำเนินงานยังคงเป็นไปเหมือนที่ผ่านมาก็ย่อมจะต้องใช้เวลาอีกมากกว่า 4 ปี ทางการไทยถึงจะสามารถส่งชาวม้งเหล่านี้กลับไปลาวได้ทั้งหมด โดยสาเหตุที่ทำให้การดำเนินการส่งชาวม้งกลับไปลาวสามารถกระทำได้อย่างชักช้านั้น ก็เป็นเพราะว่า ชาวม้งส่วนใหญ่ไม่ยอมสมัครใจที่จะเดินทางกลับไปที่ประเทศลาว ... ทั้งยังได้รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นมากจนถึงขนาดทำให้ทางการไทยไม่สามารถที่จะโฆษณาเพื่อชักจูงได้เลยและที่สำคัญก็คือว่า ลักษณะพิเศษของชาวม้งนั้นจะเชื่อฟังผู้นำอย่างชนิดที่กล่าวได้เลยว่าผู้นำสั่งให้ทำอะไร? พวกเขาก็จะทำตามอย่างพร้อมเพียงกันเลยทีเดียว ... เพราะฉะนั้น ปัญหาในเวลานี้จึงตกมาอยู่ที่ทางการไทยซึ่งก็คือว่าจะดำเนินการอย่างไรถึงจะทำให้ชาวม้งเกือบ 5,000 คนดังกล่าวนี้ ยอมสมัครใจกลับคืนไปยังภูมิลำเนาของพวกเขาในประเทศลาวได้จริงๆ ทั้งนี้ก็เพราะทางการไทยได้แสดงจุดยืนมาโดยตลอดว่า จะไม่ใช้กำลังเพื่อบีบบังคับให้ชาวม้งต้องกลับไปลาว แต่ในเมื่อการดำเนินมาตรการตามที่ได้ประกาศจุดยืนไว้ดังกล่าวนั้นกลับสามารถส่งชาวม้งกลับไปลาวได้เพียงส่วนน้อยเท่านั้น ... ครั้นเมื่อประกอบกับการที่ทางการไทย ก็ได้ตกลงร่วมกับทางการลาวอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่า อย่างไรเสียก็จะส่งชาวม้งกลับไปลาวให้ได้ทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ จึงทำให้ภาระหนักในการที่จะต้องปฏิบัติให้ได้ตามเป้าหมายดังกล่าวนี้มาตกอยู่ที่ทางการไทยเพียงฝ่ายเดียวในเวลานี้ ซึ่งก็คือถ้าหากทางการไทยจะดำเนินการให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ดังกล่าวนี้ ในขณะที่ทางฝ่ายชาวม้งนั้นก็ไม่ยอมสมัครใจกลับไปลาวอยู่เช่นนี้ ... จึงยังคงจะมีอยู่เพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถทำให้เป้าหมายดังกล่าวเป็นจริงได้ ซึ่งนั่นก็คือการบีบบังคับให้ชาวม้งทุกคนขึ้นรถบัส แล้วมุ่งหน้าไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่หนองคาย เพื่อส่งมอบชาวม้งให้กับทางการลาวตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่การทำเช่นนี้ ผลร้ายที่จะเกิดขึ้นนั้นก็จะตกมาที่ทางการไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน เพราะภาพและข่าวที่สำนักข่าวต่างๆ จะรายงานไปทั่วโลก ... โดยมีกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนสากล อย่างองค์การนิรโทษกรรมสากล และกลุ่ม Human Rights Watch หรือแม้แต่องค์กรต่างๆของชาวม้งในต่างประเทศที่คอยตรวจสอบการดำเนินมาตรการของทางการไทยอย่างใกล้ชิดอยู่แล้วนั้น ก็จะพากันออกแถลงการณ์ประณาม และประจานการกระทำดังกล่าวของไทยไปทั่วโลกอย่างชนิดที่เรียกได้ว่าไม่มีดีหลงเหลืออยู่เลยนั่นเอง ... แต่ทีนี้ ถ้าหากว่าทางการไทยจะเลือกในแนวทางของการค่อยๆชักจูง เพื่อโน้มน้าวจิตใจของชาวม้งเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ก็จะตกอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถที่จะส่งชาวม้งกลับไปลาวได้ทั้งหมดตามเป้าหมายที่วางไว้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน ทั้งก็ยังจะต้องผิดใจกับทางการลาวอีกด้วย เนื่องเพราะทางการลาวก็จะมองว่าทางการไทยนั้นไม่มีน้ำยาพอที่จะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เป็นไปตามที่ได้ตกลงไว้กับทางการลาวได้เลย ... โดยถ้าหากว่าสภาพการณ์เช่นว่านี้เกิดขึ้นจริงๆมันก็ยังจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงความสัมพันธ์ร่วมมือในด้านต่างๆระหว่างไทยกับลาวอีกต่างหาก แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีทางออกทางอื่นใดหลงเหลืออยู่เลย เพราะจากการที่ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับบรรดาแกนนำของชาวม้งหลายคนที่ศูนย์รองรับชั่วคราวบ้านห้วยน้ำขาวนั้น ... ก็ทำให้สามารถประมวลความรู้สึกนึกคิดของแกนนำชาวม้งเหล่านี้ได้ว่า แท้ที่จริงแล้วพวกเขาก็พร้อมที่จะกลับไปลาว แต่สาเหตุที่ทำให้พวกเขาไม่ยอมกลับไปในตอนนี้ ก็เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่มั่น ใจในความปลอดภัยของพวกเขาเมื่อถูกส่งกลับไปลาวแล้วเท่านั้น ... ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้แกนนำชาวม้งเหล่านี้ได้พยายามเรียกร้องให้องค์การสากลระหว่างประเทศเช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับทางการไทยและลาวทั้งในขั้นตอนการดำเนินการส่งพวกเขากลับไปลาวและหลังจากที่พวกเขาได้กลับไปอยู่ที่ลาวแล้วด้วย ... แต่ปัญหาในเวลานี้ก็อยู่ที่ว่า ทั้งทางการไทยและลาวกลับถือว่ าพวกเขาเหล่านี้มี สถานะเป็นเพียงคนเข้าเมืองไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งจะต้องถูกส่งกลับประเทศลาวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองของไทยเท่านั้น หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือว่า UNHCR ไม่มีสิทธิที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยนั่นเอง ... เพราะฉะนั้น ในเมื่อว่าต่างฝ่ายต่างก็มีจุดยืนที่แตกต่างกัน โดยที่ไม่มีการยอมที่จะโอนอ่อนผ่อนตามกันเลยเช่นนี้ จึงทำให้สามารถคาดหมายเป็นการล่วงหน้าได้เลยว่าการที่จะแก้ไขปัญหาชาวม้งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย กล่าวก็คือทางการไทยย่อมสามารถที่จะกดดันเพื่อบีบบังคับให้พวกเขากลับไปได้ทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ ในขณะที่ทางการลาวก็อาจจะมีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติได้ตามข้อตกลงดังกล่าว ... แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าชาวม้งเหล่านี้จะไม่สามารถอพยพหลบหนีออกจากลาวเข้ามาที่ไทยได้อีกแต่อย่างใด ถ้าหากว่าสิ่งที่พวกเขาได้หยิบยกขึ้นมาใช้เป็นเหตุผลของการอพยพหลบหนีออกจากลาวนั้น ยังคงมีอยู่จริงในลาว ซึ่งนั่นก็คือการปิดล้อม และปราบปรามชาวม้ง โดยกองทัพประชาชนลาวนับตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมาจนเท่าทุกวันนี้ ... โดยที่น่าสังเกตก็คือ บรรดาแกนนำชาวม้งที่ศูนย์รองรับชั่วคราวบ้านห้วยน้ำขาวยังได้ให้การยืนยันด้วยว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ทางการลาวไม่ยอมให้หน่วยงาน หรือองค์การระหว่างประเทศเข้ามายุ่งเกี่ยวในปัญหาชาวม้งนั้น ก็เพราะเกรงว่าองค์การนานาชาติจะได้เห็นความจริงในเรื่องดังกล่าวนี้นั่นเอง ... ทั้งนี้โดยถึงแม้ว่าทางการลาวจะได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีการปิดล้อมและ ปราบปรามชาวม้งในลาว แต่ด้วยการเสกสรรค์ปั้นแต่งเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงโดยกลุ่มคนบ่ดี (กลุ่มของผู้นำม้งในสหรัฐฯอย่างนายพล วั่ง ปาว) ที่ต้องการจะบ่อนทำลายภาพพจน์ของรัฐบาลลาวในเวทีสากลก็ตาม ... แต่การที่ทางการลาวก็ได้พยายามเร่งรัดให้แก้ไขปัญหาชาวม้งให้เสร็จสิ้นในเวลาอันสั้น ทั้งยังได้แสดงท่าทีไม่ยอมรับประเทศที่ 3 หรือองค์การระหว่างประเทศ เพื่อให้เข้ามาเกี่ยวข้องในปัญหาดังกล่าวนี้อย่างชัดเจนด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยมากขึ้นต่อการหยิบยกเหตุผลในการอพยพดังกล่าวของชาวม้งอีกต่างหาก ... แต่ที่แน่ๆ ก็คือทางการลาวเพิ่งจะให้การยอมรับว่าชาวม้งเหล่านี้เป็นพลเมืองที่อพยพมาจากลาวเมื่อไม่ถึง 2 ปีมานี้เอง ทั้งๆที่ชาวม้งเหล่านี้ได้พากันอพยพมา อยู่ที่บ้านห้วยน้ำขาวนับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาแล้ว เพราะฉะนั้น ทางแก้ปัญหานี้ จึงมีอยู่เพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ การพิสูจน์ให้โลกเห็นความจริงและความเท็จระหว่างการกล่าวอ้างของฝ่ายชาวม้ง กับการออกมาปฏิเสธของทางการฝ่ายลาวที่มีต่อการกล่าวอ้างของชาวม้งนั่นเอง!!! 'Makong Review' [ ข้อความคัดลอก ] > [ แม่โขงรีวิว & Indochinapublishing.com ]