สุนทรียสนทนา ก็คือการจับกลุ่มล้อมวงกันเพื่อการสนทนาในหัวข้อใดๆก็ได้โดยเน้นที่การฟัง เป็นหลักมากกว่าการพูด บรรยากาศในวงนี้จะไม่มีการตัดสินในการหาคำตอบในทันที กระทั่งการคัดค้าน หรือสนับสนุนคำพูดของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นรูปแบบการสนทนามิติใหม่เพื่อกลั่นกรองและแยกย่อยเอาความรู้ความคิดและ ประสบการณ์ของคนในวงออกมาได้จริง โดยที่หลังจากจบการสนทนาครั้งนั้นแล้ว แต่ละคนก็จะได้คำตอบเฉพาะตนสำหรับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตตัวเองโดยไม่จำเป็น ต้องได้คำตอบที่เหมือนกัน ถ้าทำไดอะล็อคได้ดีและเป็นเวลานานพอ จะพบว่าเป็นการพูดคุยที่ผ่อนคลายได้ประโยชนหลากหลาย ได้พบประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง ได้รู้จักตัวตนที่แท้ของสมาชิกในวง และยังสร้างสัมพันธภาพที่แน่นแฟ้นและใช้เวลาเพียงสั้นๆแต่กลับมีคุณภาพได้ อย่างไม่น่าเชื่อ

เล่าไปแล้วว่าในวันแรกของการเปิดตลาด หมอนิพัธได้นำสู่สุนทรียสนทนา  ตอนที่เตรียมการกันมานั้น ฉันเชื่อว่าคนมาเข้าร่วมบางคนยังไม่รู้จักความหมายของคำนี้  จึงเตรียมคำที่สื่อความให้เข้าใจสุนทรียสนทนามาแจกให้รู้จักกันด้วย

“สุนทรียสนทนา ก็คือการจับกลุ่มล้อมวงกันเพื่อการสนทนาในหัวข้อใดๆก็ได้โดยเน้นที่การฟังเป็นหลักมากกว่าการพูด บรรยากาศในวงนี้จะไม่มีการตัดสินในการหาคำตอบในทันที กระทั่งการคัดค้าน หรือสนับสนุนคำพูดของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นรูปแบบการสนทนามิติใหม่เพื่อกลั่นกรองและแยกย่อยเอาความรู้ความคิดและประสบการณ์ของคนในวงออกมาได้จริง โดยที่หลังจากจบการสนทนาครั้งนั้นแล้ว แต่ละคนก็จะได้คำตอบเฉพาะตนสำหรับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องได้คำตอบที่เหมือนกัน ถ้าทำไดอะล็อคได้ดีและเป็นเวลานานพอ จะพบว่าเป็นการพูดคุยที่ผ่อนคลายได้ประโยชนหลากหลาย ได้พบประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง ได้รู้จักตัวตนที่แท้ของสมาชิกในวง และยังสร้างสัมพันธภาพที่แน่นแฟ้นและใช้เวลาเพียงสั้นๆแต่กลับมีคุณภาพได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

สุนทรียสนทนาเป็นการฟังที่ใช้ทั้งตัวทั้งใจฟัง

อันที่จริงก่อนปิดกิจกรรมเย็นวานนี้ ก็มีการบ้านมอบให้ผู้มาเข้าร่วมด้วยนะค่ะ การบ้านนั้นก็คือ ขอให้ผู้มาเข้าร่วมเขียนเรื่องเล่าที่เล่าให้ในวงฟังมาส่ง ใครที่เขียนมาส่งก็จะได้รับหนังสือปกเขียว “เรื่องเล่าเบาหวาน” ที่ครูใหญ่รวบรวมเรื่องที่น่าสนใจจากเครือข่ายจัดการความรู้การดูแลผู้ป่วยเบาหวานจัดพิมพ์ขึ้นเผยแพร่ และจังหวัดไหนที่ส่งเรื่องเล่าครบจำนวนคนที่มาร่วมก็จะได้ซีดี “KM เบาหวาน” ที่ทีมสคส.จัดทำด้วยคนละชุด

เช้าวันนี้ เมื่อพากันมาที่ห้องประชุม ก็เสียความรู้สึกอยู่หน่อย ตรงที่ห้องไม่เรียบร้อย ผ้าปูพื้นยับย่นยู่ไปหมด มองหาพนักงานโรงแรมก็ไม่เห็นสักคน จึงช่วยกันดึงผ้าที่ปูไว้นั้นให้พอดูดีขึ้นกันเอง ในใจสงสัยว่าเมื่อวานนี้ โรงแรมรับงานเยอะมากจนกระทั่งหมุนเวียนพนักงานมาทำงานให้ไม่ทันกระมังนี่ เฮ้อ! คุณภาพชีวิตคนทำงานกินเงินเดือนนี่ช่างเหมือนกันเลยแฮะ รีบเร่งและรีบร้อน กับงานที่เยอะจนทำงานกันไม่ทันเลยเชียว


ครูใหญ่เธอน่ารักเชียว ช่วยกันๆดึงผ้าให้เรียบร้อย เมื่อวานคุณพรรณมาตกลงไว้ว่าวันนี้ตอนเช้ามอบหมายให้น้องสายและน้องบอยจากสอ.ในอ.เมืองกระบี่ เป็นผู้นำทำกิจกรรมสนุกสนาน ซึ่งน้องทั้งสองก็รับปากและรับรู้หน้าที่กันอยู่ แต่แล้วเมื่อถึงเวลาเริ่ม คือ แปดโมงครึ่ง กลับปรากฏว่าทั้งสองยังไม่ปรากฏกาย ฉันจึงบอกน้องนุชนาฎ เภสัชกรคนสวยจากร.พ.ท่าศาลา ให้ช่วยนำทำกิจกรรมกันหน่อย 

น้องนาฎชวนทำกิจกรรมกันไปได้สักครู่ ทั้งสองคนก็มาถึง และชวนนำทำกิจกรรมที่เรียกว่า “ไก่ย่างเมตริก”  ซึ่งมีคำพูดเป็นจังหวะให้โยกตัวซ้ายขวาไปมา ช้าสลับเร็ว ดูแล้วสนุกดี  สนใจตามไปดูภาพได้ที่นี่ค่ะ หลังจากนั้นก็ให้เข้ากลุ่ม 8 กลุ่มเหมือนเดิม  เพียงแต่วันนี้ครูใหญ่ให้กลุ่มสอ.แยกตัวออกมาจับกลุ่มต่างหาก

บรรยากาศระหว่างเรียนรู้การใช้เกณฑ์ระดับความสำเร็จที่ช่วยกันทำขึ้นมา

ทั้ง 8 กลุ่มย่อยก็มีคุณอำนวย คุณลิขิตอยู่ชวนทำกิจกรรม คราวนี้เป็นการทำกิจกรรมจัดเกณฑ์ระดับความสำเร็จ 5 ระดับ ตามหัวข้อที่จัดกลุ่มตามขุมความรู้ที่สกัดมาได้จากเมื่อวานนี้แล้ว  ทุกคนตั้งใจช่วยกันทำงาน บางกลุ่มทำไปๆก็หลงประเด็นไปในเชิงกว้างจนเลี้ยวกลับไม่ถูก จนต้องชวนให้ครูใหญ่มาช่วยนำทางกลับมาให้ตรงประเด็นก็มี

ส่วนใหญ่ของกลุ่มชวนกันทำเกณฑ์ระดับความสำเร็จขึ้นมาใหม่ ไม่ใช้การบ้านที่ครูใหญ่ให้คุณอำนวยไปทำร่างมาให้ก่อนเมื่อคืนนี้ งานชิ้นนี้เสร็จลงในช่วงเลยสิบโมงเช้าไปเล็กน้อย

เมื่อเกณฑ์ที่กลุ่มร่างขึ้นเสร็จหมดทุกกลุ่มแล้ว ครูใหญ่ก็ให้แต่ละคนเดินไปดูเกณฑ์และวิจารณ์ว่าสามารถจะใช้ประเมินตัวเองได้ชัดแจ้ง ชัดเจนรึไม่อย่างไรรวมทั้งให้วิจารณ์การใช้คำที่สื่อในเกณฑ์ด้วยว่าบ่งบอกความหมายที่ทำให้เกิดความเข้าใจแค่ไหนอย่างไร

บรรยากาศช่วงที่ทีมจากแต่ละร.พ.ชวนกันประเมินตัวเอง

ดูๆทุกคนตั้งใจเรียนรู้กันมาก มีการสุมหัวกันวิเคราะห์เกณฑ์บ้าง ช่วยกันให้ความเห็นเพิ่มบ้าง บ่งบอกถึงพลังของความตั้งใจในการทำงานที่น่าชื่นใจทีเดียว  มีการวกกลับไปดูเกณฑ์มากกว่าหนึ่งรอบก็มีด้วย

ระหว่างที่ให้ช่วยกันเดินดูเกณฑ์กันอยู่ ครูใหญ่ก็ให้ทีมของแต่ละรพ.ประเมินตัวเองไปด้วย เมื่อประเมินตัวเองเสร็จแล้วก็ให้นำมาส่งคุณพรรณ คุณพรรณได้ใบประเมินมาแล้วก็ลงมือพิมพ์ลงโปรแกรมเพื่อจัดเป็นแผนภูมิแม่น้ำและแผนภูมิขั้นบันได 

เมื่อตามไปดูผลประเมินที่คุณพรรณกำลังพิมพ์ก็เอะใจกับผลประเมินของร.พ.กระบี่ เพราะมีคำตอบส่วนใหญ่อยู่ที่ดีในระดับ 4-5 แทบทั้งสิ้น  ความเอะใจทำให้เดินไปถามผู้ประเมินว่า ที่ประเมินไปนั้นใช้ความสามารถของตนเองมีอยู่มาช่วยกันประเมินรึเปล่า  คำตอบที่ได้คือไม่ใช่ สิ่งที่ประเมินเป็นเรื่องราวที่คนอื่นซึ่งไม่ได้มาร่วมในสองวันนี้และเคยรับทราบว่าร.พ.ทำได้เป็นเกณฑ์ที่ตอบ  

นอกจากมีความคลาดเคลื่อนในการประเมินตนเองของทีมกระบี่แล้ว ร.พ.สุไหงโกลกก็ไม่ได้ประเมินตนเองส่ง  การจัดขั้นบันไดจึงรวนไปเล็กน้อยเมื่อจะจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนในตอนต่อมา

ภาพอย่างนี้่ไม่ใคร่ได้เห็นในเวทีไหนนอกจากเวที KM

การจัดทำแผนภูมิขั้นบันไดและแผนภูมิแม่น้ำนั้น ครูใหญ่ลงมือจับคู่ให้เอง ระหว่างที่ยังจับคู่ไม่เสร็จนั้น ก็มอบหน้าที่ให้อ.สมเกียรติทำงานคู่ขนานไปเพื่อบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพเช่นเคย อ.สมเกียรติเธอนั่งลงกับพื้นบรรยายให้ผู้มาเข้าร่วมรู้จักความเป็นมาและความหมายของTCEN ง่ายๆอย่างงั้นเอง เรื่องราวที่บรรยายยังรวมไปถึงความหมายของตัวชี้วัดแต่ละตัวและการเก็บมาใช้งานด้วย จบแล้วก็พักเที่ยงกัน วันนี้เจ้านายไม่มาร่วมกินข้าวด้วย เนื่องจากต้องเคลียร์งานเพื่อเตรียมตัวเข้ากรุงเทพฯ

16 มิถุนายน 2552