ชีวิต ตชด.นี้น่าทึ่ง แต่งตัวแบบนักรบใส่เสื้อเกราะ นัยน์ตาสีเหล็ก แต่ภายในแฝงไว้ด้วยความเมตตาและความอ่อนโยน

                 สืบเนื่องจากบทความของพี่สา (เสนา อรุโณทัย) ที่เคยเขียนไว้ถึงความประทับใจชีวิตของ ตชด.(ตำรวจตระเวนชายแดน)เมื่อครั้งพี่สาเข้าไปเยี่ยมฐานฯตชด.ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถึงได้รู้ว่าชีวิต ตชด.นี้น่าทึ่งถึงชีวิตนักรบภายใต้เสื้อเกราะ นัยน์ตาสีเหล็ก แต่ภายในแฝงไว้ด้วยความเมตตาและความอ่อนโยน

           การกลับมาครั้งนี้ของพี่สา พร้อมด้วยผู้ติดตาม 1 คน คือน้องพันธ์ เพื่อหาข้อมูลและประสบการณ์เพิ่มเติม โดยทำเป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์จากทาง ฉก.ตชด.44 ค่ายพญาลิไท ท่าน ผบ. ฉก.คือ พ.ต.ท.ณรงค์ ธนานันทกุล ก็ให้ความอนุเคราะห์ จัดให้ ด.ต.หิรัญ จันทร์ทอง เป็น รปภ.ประจำตัวเดินทางไปในฐานปฏิบัติการ ตชด.เพื่อศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของ ตชด.ในจังหวัดยะลาและ 3 จว.ภาคใต้ พี่สาคงชอบบรรยากาศธรรมชาติป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมของที่นี่ รักและชอบชีวิตนอนกลางดินกินกลางทรายของ ตชด. ชีวิต ตชด.เป็นชีวิตที่เรียบง่าย สนุกสนานเฮฮา ไม่ซีเรียสแม้จะเจอเหตุการณ์ร้ายๆ แค่ไหนก็ตาม มีมนุษย์สัมพันธ์ ไม่ขี้เบ่ง มีความผ่อนคลาย อารมณ์แจ่มใสตลอดเวลา เจ้านายก็ไม่เคยดุด่า หรือดูถูกลูกน้องให้เคียดแค้นได้อาย ให้ความเป็นกันเองกับลูกน้อง นี่คือเสน่ห์ของหน่วย ตชด.ที่ใครๆก็อยากสัมผัสด้วยรวมทั้งพี่สา

        เดือนมกราคม ปี 2553  พวกเราคงได้อ่านงานเขียนชีวิต ตชด.ใน 3 จว.ภาคใต้ จากการเขียนของพี่สา ในนามปากกาว่า "เสนา อรุโณทัย" เสียดายที่ผู้เขียนได้พูดคุยกับพี่สาไม่เท่าไหร่ เพราะพี่สาต้องลงเข้าพื้นที่ทุกวันใน 1 เดือน ของเดือนสิงหาคมนี้เพื่อหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด ขนาดหนังสือหนา 300 หน้า หนากว่าหนังสือ"ความฝันอันสูงสุด ผู้กองแคน" หน่อยหนึ่ง ขอให้พวกเราเตรียมสตางค์ 200 บาท รายได้ทั้งหมดพี่สาบอกว่าเพื่อเป็นทุนซื้ออุปกรณ์ให้ชุดเก็บกู้ระเบิดหรือ EOD ของหน่วยชุดเก็บกู้ กก.ตชด.44 ค่ายพญาลิไท.