ในวันประชุมเรื่อง การดำเนินงานส่งเสริมการออกกำลังกาย และโภชนาการผู้สูงอายุ ที่ รร.เอบีน่า เฮ้าส์ เมื่อ 3 สค.52 ที่ผ่านมานี้ (บันทึกเรื่องเล่าก่อนหน้านี้ที่
วันนี้ท่านรองอธิบดีกรมอนามัย นพ.โสภณ เมฆธน ได้มาเปิดการประชุม และพูดคุยกับท่านผู้บริหาร จากหน่วยงานที่มาเข้าร่วมการประชุมกัน มีประเด็นที่น่าสนใจ เพื่อที่จะช่วยให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพที่ดี มาเล่าสู่กันฟังค่ะ

งานนี้ท่านรองได้บอกประเด็นไว้ว่า
ผู้สูงอายุ เราแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม
-
กลุ่มที่หนึ่ง - เป็นกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองได้ มี 70 กว่าเปอร์เซนต์ และแปรตามอายุ เพราะวัยต้นก็จะมากกว่าวัยกลาง หรือ 80 ขึ้นไป ตามสภาพสังขาร อาจเรียกว่า กลุ่มติดสังคม เพราะว่าจะมีการออกไปดูแล ช่วยเหลือคนอื่นด้วย
-
กลุ่มที่สอง - คือกลุ่มที่ต้องพึ่งพาคนอื่น เป็นกลุ่มที่อยู่ติดบ้าน การทำกิจวัตรประจำวัน เช่น เข้าห้องน้ำ การรับประทานอาหาร การอาบน้ำแต่งตัว การเคลื่อนไหว ที่ยังต้องมีคนช่วย
-
กลุ่มที่สาม - เป็นกลุ่มติดเตียง ซึ่งมีประมาณ 2% กลุ่มนี้ ต้องการความช่วยเหลือทุกอย่าง
ในแต่ละกลุ่ม เราก็ต้องมีวิธีการดูแลต่างๆ กัน โดยเป้าหมายนั้นก็คือ เราอยากให้ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่หนึ่งมากที่สุด คือ ช่วยตัวเองได้ ไปช่วยเหลือสังคมได้ และทำอย่างไรถึงจะให้เป็นกลุ่มที่สอง และสามน้อยที่สุด
การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีได้นั้น เราเชื่อว่า
-
หนึ่ง ขึ้นกับพฤติกรรมของเขา ... ซึ่งจะมีการดูแลโดย ให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อที่จะได้ทำกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพ ง่ายๆ ก็คือ 3 อ ได้แก่เรื่อง อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์
-
สอง ขึ้นกับสภาพแวดล้อม ... ต้องปรับสภาพแวดล้อมให้ดี ให้มีเรื่องของ safety
-
สาม ขึ้นกับระบบสาธารณสุข ที่ช่วยดูแล ที่ต้องมีการตรวจสุขภาพเป็นประจำ
โอกาสในเรื่องของผู้สูงอายุ คือ ต้องให้อยู่กับชุมชน อยู่กับบ้าน การที่จะให้ทุกคนมาอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรืออื่นๆ คงทำไม่ได้ทั้งหมด ... ต้องอยู่ที่บ้าน และเราต้องจัดระบบเข้าไปดูแล ... ในเรื่อง Home Health Care และ Home visit ของทาง พม. ก็ต้องบูรณาการไปด้วยกัน ... อาจต้องทำงานเชิงรุกเข้าไปในชุมชน โดยเจ้าภาพ คือ ท้องถิ่นที่จะต้องกำหนดว่าจะดูแลคนในตำบลนั้นอย่างไร
ตอนนี้ กรมอนามัยกำลังดำเนินการในเรื่อง "ต้นกล้าอาชีพ" เป็นการฝึกอบรม ให้กับคนทำงานกับผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้มีการดูแล เป็น Individual approach ในเชิงรุก ที่จะดูแลผู้สูงอายุในตำบลต่างๆ และการประสานกับ รพ. หรือ สอ. รวมทั้งก็ต้องมีระบบรับ-ส่งต่อกัน จะเข้า รพ. ถ้าเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือต้องฟื้นฟู หรือต้องส่งไปอยู่วัด หรือศูนย์ผู้สูงอายุ ก็จะจัดขึ้นให้เป็นระบบ
ท่านเจ้าคุณวัดราชบพิธ บอกไว้ในที่ประชุมวัดส่งเสริมสุขภาพ ว่า "กายกับใจมันต่างกัน ... Activity - ร่างกายจะต้องเคลื่อนไหว จิตใจจะต้องนิ่ง" ... จึงจะมีความสุข ตรงนี้ก็ต้องมีการส่งเสริมสุขภาพอย่างจริงจัง
กรมอนามัยกำลังพยายามออกกฎ เป็นคำแนะนำให้กับส่วนท้องถิ่น
-
อันแรก ดูเรื่อง การที่บริษัทต่างๆ ส่งคนไปดูแลผู้สูงอายุตามบ้าน ที่จะต้องขึ้นทะเบียน กับส่วนท้องถิ่น ต้องมีผู้จัดการดูแลกิจการ ต้องมีการประเมินว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มไหน ควรต้องส่งคนแบบไหนไปดูแล
-
อีกกลุ่มหนึ่ง คือ พนักงานที่ไปอยู่ตามบ้าน ต้องผ่านการอบรม ต้องมีวุฒิ ทางด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ มีองค์ความรู้ ทัศนคติในการดูแลผู้สูงอายุด้วย
การปฏิบัติเพื่อการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ จะมีในเรื่อง หนึ่งคือ Technical competency และเชิงวิชาการ ว่า ทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง และสองคือ Core competency หรือบริหารจัดการ ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่
มีประเด็นเรื่องของแรงจูงใจ ในการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ก็คือ
-
ทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุมาออกกำลังกาย เราอาจจะต้องมาพูดคุย ว่า ในชุมชนจะทำอย่างไร และในศูนย์ฯ จะทำอย่างไร
-
สอง อะไรเป็นแรงจูงใจ เป็นเป้าหมายให้เขาทำ อาจใช้วิธีการบริหารจัดการเข้ามาช่วย หรือใช้กลุ่มเข้ามาช่วย
-
สาม คือ เรื่องของความขยัน ต้องมีเรื่องความขยันหมั่นเพียรเข้ามาด้วย
ก็เป็นข้อคิดสำหรับการดำเนินการประชุมต่อไปละค่ะ
ตามมาดูบรรยากาศครับคุณหมอ
มาเรียนรู้ที่จะอยู่ กลุ่มที่ 1 ให้นานครับ....อิอิ