ต้องรับประทาน วิตามินซีทุกวันๆละ 1000 mg เพื่อพอที่จะทำให้เกิดภูมิต้านทานโรค..ร่วมกับการดูแลสุขอนามัยอื่นๆ ล้างมือบ่อย และใช้หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรค

เรื่องเล่าวันนี้..กับสุขภาพดีๆของคุณทุกคน!!

เมื่อกล่าวถึงวิตามินซี..หลายท่านคงร้องอ๋อ!...และแน่ใจว่า..รู้จักมักคุ้นในนาม..วิตามินที่อยู่ในผลไม้รสเปรี้ยว...ประโยชน์คือช่วยเรื่องเกี่ยวกับเลือดออกตามไรฟัน..ถาม 100 คนจะตอบแบบนี้กว่าครึ่งค่ะ..!!!

ในความเป็นจริงวิตามินซีเป็นพระเอกในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง การเสริมภูมิต้านทานเชื้อโรคทั้งกลุ่มแบคทีเรียและไวรัส..โดยเฉพาะช่วงนี้..ช่วงที่เราต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรงมีภูมิต้านโรคสูงๆเพื่อที่จะปลอดภัยจาก ไข้หวัดใหญ่ 2009  ปัจจุบันอ้อนต้องรับประทาน วิตามินซีทุกวันๆละ 1000 mg เพื่อพอที่จะทำให้เกิดภูมิต้านทานโรค..ร่วมกับการดูแลสุขอนามัยอื่นๆ ล้างมือบ่อย และใช้หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรค แม้จะทำงานเสี่ยงอยู่กับเชื้อโรคก็ยังรักษาสุขภาพมาได้ถึงปัจจุบัน โดยไม่มีอาการติดหวัด...

วันนี้จึงขอแนะนำ พระเอกของเรา..วิตามินซีค่ะ..

วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นสารอาหารที่ละลายได้ในน้ำร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้จึงจำเป็นต้องรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานได้เป็นอย่างดี และสามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้ นอกจากนี้..ยังช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยเชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น..แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน..ลดคอเลสเตอรอลในเลือด..ช่วยคลายเครียด..และยับยั้งเซลล์มะเร็งได้..

แหล่งอาหารวิตามินซี

แหล่งวิตามินซีมีมากในผักตระกูลกะหล่ำ การเก็บเกี่ยวผักผลไม้ตั้งแต่ยังไม่แก่จัด ไม่สุกดี หรือนำไปผ่านการแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นการตากแห้ง หมักดอง จะทำลายวิตามินซีที่อยู่ในอาหารไปในปริมาณมาก

ความร้อนทำลายวิตามินซีได้ง่ายจึงไม่ควรต้มหรือผัดนานเกินไป แต่การแช่เย็นไม่ได้ทำให้ผักผลไม้สูญเสียวิตามินซีเพียงข้อเสียอยู่ตรงที่เมื่อนำออกมาวางในอุณหภูมิปกติแล้ว ออกซิเจนในอากาศจะทำให้วิตามินซีสลายตัวเร็ว

บางข้อมูลแนะนำว่าขนาดที่เหมาะสมมากที่สุดต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ คือ 250-500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง


 

แหล่งวิตามินในธรรมชาติ

จำนวน

ปริมาณสารอาหารที่ได้รับ

ฝรั่ง

น้ำหนัก 100 กรัม

230 มิลลิกรัม

สับปะรด

1 ชิ้นใหญ่(โดยเฉลี่ย)

20-30 มิลลิกรัม

กะหล่ำดอก

น้ำหนัก 100 กรัม

49 มิลลิกรัม

บรอกโคลี

น้ำหนัก 100 กรัม

84 มิลลิกรัม

น้ำมะนาว

1 แก้ว(100 กรัม)

34 มิลลิกรัม

มันฝรั่ง

น้ำหนัก 100 กรัม

21.3 มิลลิกรัม

กะหล่ำปลี

น้ำหนัก 100 กรัม

49 มิลลิกรัม

กล้วยชนิดต่างๆ

1 ลูก(โดยเฉลี่ย)

8.5 มิลลิกรัม

พริกหวาน

1 เม็ด(โดยเฉลี่ย)

100-120 มิลลิกรัม

ผักโขม

น้ำหนัก 100 กรัม

76.5 มิลลิกรัม

สตรอว์เบอร์รี่

น้ำหนัก 100 กรัม

77 มิลลิกรัม

มะเขือเทศ

น้ำหนัก 100 กรัม

21.3 มิลลิกรัม

มะละกอ

น้ำหนัก 100 กรัม

60 มิลลิกรัม


ถ้ารับประทานวิตามินจากแหล่งธรรมชาติได้..ถือว่าดีมากค่ะ..แต่ถ้า..คำนวณดูปริมาณที่รับประทานต่อวันแล้วยังน้อย..วิตามินซี..ชนิดเม็ดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยได้ค่ะ


ขอบคุณข้อมูลแหล่งวิตามินซี..จากหนังสือ ชีวจิต..ค่ะ