"เพราะอย่างนี้นี่เองที่คนเลือกที่จะไม่มีน้ำใจ"

อยากจะนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง  โดยเฉพาะคนคนอารมณ์เดียวกัน    เมื่อเช้าฝนตก ถนนทุกสายในตัวเมืองภูเก็ตแน่นไปด้วยรถ  เพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน  ทุกคนต่างก็รีบเร่งไปส่งบุตรหลานไปโรงเรียน  ไหนจะต้องไปทำงานต่างก็รีบเร่งเพราะกลัวสาย  จึงคิดถึงแต่ตัวเองโดยลืมคิดถึงผู้อื่นว่าเขาก็รีบเช่นกัน  จึงไม่มีใครยอมใคร  ผู้เขียนขับรถจากถนนขวางมาถึงหน้าโรงเรียนดาวรุ่ง  ซึ่งตรงข้ามโรงเรียนมีหมู่บ้านใหญ่อยู่ รถจะออกมาจากหมู่บ้านนี้ในเวลาเดียวกันนี้จำนวนมาก  บ้างจะเลี้ยวซ้าย บ้างจะเลี้ยวขวา

โดยทางการจราจรได้ตีเส้นไขว่  เพื่อให้รู้ว่าห้ามจอดหรือเว้นช่องทางให้รถเลี้ยวเข้า-ออกหมู่บ้านได้  แต่เท่าที่เห็นไม่มีรถคันใดเว้นช่องว่างไว้จอดทับเส้นตลอด   ผู้เขียนขับรถมาถึงจุดนั้นพอดี  ข้างหน้าสัญญาณไฟแดง  รถข้างหน้าก็ติดไฟแดงมาจนถึงเส้นไขว้ทางเข้าหมู่บ้านดังกล่าว   ผู้เขียนเลยหยุดรถโดยเว้นเส้นไข้วไว้  เพื่อให้รถเข้า-ออกหมู่บ้านได้  ตามกฎจราจร  แต่แม่เจ้าโว้ย ! รถก็ไหลออกมาจากหมู่บ้านและก็มาติดอยู่ตรงหน้าผู้เขียน ไปไหนไม่ได้เพราะรถที่ขับสวนมาไม่เว้นช่วงให้รถผ่านเสียที  จนสัญญาณไฟเขียวมา รถคันอื่น ๆ ข้างหน้าไปหมดแล้ว  ผู้เขียนก็ไปไม่ได้เพราะมีรถที่เลี้ยวขวาออกจากหมู่บ้านขวางทาง อยู่ยาวเหยียด จนรถคันหลังหงุดหงิดบีบแตรไล่ เขาคงด่าผู้เขียนว่า "เห็นไหมอยากเป็นคนมีน้ำใจนัก  เห็นรึยังว่าผลมันเป็นอย่างไร" 

"เพราะอย่างนี้นี่เองที่คนเลือกที่จะไม่มีน้ำใจ"