ออมสิน เลิกบังคับทำประกันชีวิต

"ออมสิน"เลิกบังคับทำประกันชีวิต

                    แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส กลุ่มลูกค้าบุคคล ปฏิบัติงานแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้ทำหนังสือรายงานเรื่องการทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ สำหรับสมาชิกกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ที่ยื่นกู้เงินในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. โครงการ 5 และการกู้เงินในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. โดยมีเนื้อหาระบุว่า "ตามที่ธนาคารออมสินได้เข้าร่วมประชุมกับรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และผู้บริหารองค์กรบริหารหลักของ ศธ. โดยที่ประชุมขอให้ทางธนาคารออมสินได้พิจารณาทบทวนเงื่อนไขการไม่บังคับทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ สำหรับสมาชิก ช.พ.ค.ผู้กู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. โครงการ 5 และข้าราชการครูที่กู้เงินในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู โดยให้หาข้อยุติและแจ้ง ศธ.ทราบภายใน 2 สัปดาห์นั้น 

         จากหนังสือรายงานของนายวรวิทย์ฉบับดังกล่าวชัดเจนว่า ในกรณีโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. โครงการ 5 นั้น ธนาคารออมสินได้พิจารณาทบทวนเงื่อนไขการทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อแล้ว กำหนดให้เป็นไปตามความสมัครใจของสมาชิก ช.พ.ค.ผู้กู้ เช่นเดียวกับข้าราชการครูที่กู้เงินในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู กรณีการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ธนาคารออมสินก็ทบทวนให้เป็นไปตามความสมัครใจของผู้กู้ในการทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อด้วยแล้ว การบังคับทำประกันกรณีผู้กู้เต็มเพดาน 6 แสนบาท ส่วนที่ไม่บังคับทำประกัน ให้กู้ได้ไม่เกิน 5 แสนบาท และต้องมีผู้ค้ำประกัน 3 คนด้วย ทั้งที่คณะกรรมการ ช.พ.ค. และ สกสค.ก็ไม่ใช่เจ้าของเงินให้กู้ แต่กลับแสดงท่าทีต้องการให้มีการทำประกันชีวิตมาโดยตลอดจนผิดสังเกตโดยอ้างถึงความเสี่ยงของสินเชื่อทั้งที่เป็นของธนาคารออมสิน
               
นอกจากนี้ ผู้บริหารธนาคารออมสินที่เข้าชี้แจงยังยอมรับด้วยว่า ดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดในการให้กู้ยืมในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. โครงการ 5 จริงที่ประมาณร้อยละ 4.85 ต่อปีเท่านั้น แต่ทาง สกสค.ได้ขอเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อปี ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 5.85 ต่อปี ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดผู้บริหาร สกสค.จึงทำเช่นนั้น เหตุใดถึงให้สมาชิก ช.พ.ค.ต้องรับภาระจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น ทั้งนี้ ยังมีการส่งไปรษณียบัตรที่อ้างว่ามาจากสมาชิก ช.พ.ค.จำนวนนับพันใบถึงนายจุรินทร์ โดยระบุว่าสนับสนุนเงื่อนไขการทำประกันชีวิตในโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. 5 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าส่งมาจากที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเดียวกันทั้งหมด และลายมือเขียนก็คล้ายๆ กันด้วย

                      วรเดช  จันทรศร แห่งคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้เสนอผลงานเรื่อง การนำนโยบายไปปฏิบัติในปี 2540  :  ความสำเร็จของการนำนโยบายไปปฏิบัติ โดยส่วนหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุม ซึ่งหมายถึงความสามารถในการวัดความก้าวหน้า หรือผลการปฏิบัติของนโยบายแผนงาน หรือโครงการ ปัญหาในด้านการควบคุมจะมีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับ (1) ความสามารถของหน่วยที่รับผิดชอบในการแปลงนโยบาย (2) ความชัดเจนของกิจกรรม แผนงาน และโครงการที่ถูกแปลงมาจากนโยบาย และ (3) ความสามารถในการกำหนดภารกิจ ตลอดจนมาตรฐานในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติงานรวมหรือสอดคล้องกับแผนงานหรือโครงการ

                เป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดองค์การของรัฐดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐขาดความโปร่งใส  หากมีความเป็นไปได้น่าจะมีองค์กรอิสระที่สามารถเข้าไปตรวจสอบเรื่องขาดความโปร่งใสให้กระจ่างชัดสำหรับสมาชิก   ช.พ.ค.และ ช.พ.ส เสียที  

วันที่ 27 กรกฎาคมพ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11461 มติชนรายวัน