........เท่าที่จำความได้สมัยก่อนผมเป็นคนที่ชอบจับหิ่งห้อยแถวๆสวนผลไม้เล็กๆของปู่ที่ภาคใต้ มันเป็นแมลงมหัศจรรย์สำหรับผมมาก ผมมักโดนเอ็ดจากแม่บ่อยๆว่าไปจับมันทำไม ปล่อยให้มันอยู่ในป่าดีแล้ว

.........เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เดินทางไปเวียงจันทน์และตอนกลับได้นั่งรถไฟจากหนองคาย-กรุงเทพฯโดยแวะลงระหว่างทางที่ขอนแก่น รถไฟเป็นการเดินทางที่ไม่คุ้นเคยสำหรับผมมากนัก ในขณะที่นั่งเหม่อลอยและคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เพื่อนที่นั่งมาด้วยกันตะโกนบอกให้ดูแสงไฟเล็กๆๆนอกหน้าต่าง ทีแรกคิดว่าเป็นแสงไฟจากชาวบ้านสองข้างทาง แต่ดูสังเกตุดีๆใล้วมันเป็นแสงจากหิ่งห้อยที่บินว่อนไปมาระหวางป่าข้างทางรถไฟ มันมีตลอดทางถึงจะไม่มากแต่มันผมให้ผมยิ้มออกเช่นกัน เพราะผมไม่เห็นมานานมาก เท่าที่จำได้เมื่อก่อนสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาในมข.มีหิ่งห้อยมากมายโดยฉพาะป่าบริเวณสวนร่มเกล้า แถวๆถนนแปลงเกษตร เดี่ยวนี้ไม่รู้ว่ายังคงมีหรือปล่าว

.........หิ่งห้อย เป็นการบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และที่ดีกว่านั้นอีกอย่างคือมันสามารถเป็นแรงบรรดาลใจให้กับบรรดาศิลปินทั้งหลายถ่ายทอดออกมาเป็นกวี นิทาน และบทเพลงต่างๆออกมามากมาย

.........แล้วคุณละ ...ครั้งสุดท้ายที่คุณเห็นหิ่งห้อยเมื่อไหร่และได้แรงบรรดาลใจหรือความทรงจำอะไรกลับมาบ้างครับ