ความหมาย ความสำคัญ หลักการ การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

1.บทเรียนโปรแกรม

ความหมายของบทเรียนโปรแกรม

มีนักการศึกษาหลายท่านได้แสดงคำจำกัดความเอาไว้ ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า "บทเรียนโปรแกรมเป็นบทเรียนที่สามารถเรียนได้ด้วยตนเองตามความสามารถ มีการแบ่งเนื้อหาออก เป็น ส่วนย่อย ๆ ตามลำดับขั้นจากง่ายไปหายาก มีคำอธิบายและการจูงใจประกอบ มีคำถามให้ตอบ และมี เฉลยทำให้ทราบผลทันที เมื่อเรียนจบ ผู้เรียนก็จะมีความคิดรวบยอด ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ "

หลักการของบทเรียนโปรแกรม
1. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างกระฉับกระเฉง (Active Participation)
    การที่นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมยิ่งมาก ยิ่งส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น
2. ให้ทราบผลการเรียนของตนเองอย่างทันทีทันใด (Immediated Feed Back)
    เป็นการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนทันที ว่าสิ่งที่ผู้เรียนทำนั้นถูกหรือผิด
3. ประสบการณ์แห่งความสำเร็จ (Sucess Experience)
     เมื่อเรียนจบแต่ละขั้นตอนที่สำคัญ ครูควรให้การเสริมแรง (Reinfocement) แก่ผู้เรียน
    เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้สึกภูมิใจ และต้องการเรียนต่อไป
4. การประมาณทีละน้อย (Gradual Approximation) เป็นการจัดลำดับขั้นตอนของเนื้อหา
    ให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียน ไม่ให้ถี่หรือห่างเกินไป

 

การใช้บทเรียนโปรแกรม

บทเรียนโปรแกรมนั้นเป็นการออกแบบให้ผู้เรียนเป็นจุดศูนย์กลาง ดังนั้นจึงมุ่งไปที่กิจกรรมของผู้เรียนมากกว่าผู้สอน ผู้ออกกแบบบทเรียน่โปรแกรมและผู้สอนจึงต้องจัดสภาพการเรียนให้ผู้เรียนได้บรรลุจุดมุ่งหมายตามที่วางไว้ ก่อนอื่น ผู้สอนก็ควรได้คุ้นเคยกับการใช้บทเรียนโปรแกรมได้เป็นอย่างดีก่อนนำเอาบทเรียนโปรแกรมนั้นไปใช้จริง ซึ่งจะทำให้ผู้สอนสามารถช่วยผู้เรียนได้เป็นอย่างดี และยังบูรณาการบทเรียนโปรแกรมเข้ากิจกรรมการเรียนการสอนแบบอื่น เช่น การบรรยาย หรือการอภิปรายได้เป็นตน

ก่อนเริ่มเรียนบทเรียนโปรแกรมในครั้งแรกผู้สอนควรอธิบายให้ผู้เรียนได้เข้าใจถึงวิธีการใช้บทเรียนโปรแกรม เช่น ควรเขียนตอบไว้ในเล่ม หรือแยกต่างหากในกระดาษเขียนตอบและควรอธิบายให้ผู้เรียนทราบว่า คำถามในบทเรียนโปรแกรมนั้นไม่ใช่ข้อทดสอบดังนั้นผู้เรียนไม่ควรจะกลัวว่าจะตอบผิด เพราะไม่เกี่ยวกับการให้คะแนนหรือเกรดแต่อย่างใด ถ้าผู้เรียนตอบผิด โปรแกรมก็จะช่วยให้คำตอบที่ถูกต้อง บทเรียนโปรแกรมนั้นมีไว้เพื่อการเรียน ไม่ใช่เพื่อการสอบ

ผู้เรียนควรได้เรียนไปได้ช้าหรือเร็วตามความสามารถของตนเอง ไม่ควรจะเร่งรัดหรือถ่วงให้ช้าโดยผู้สอน และควรกระตุ้นผู้เรียนให้ถามได้ถ้ามีข้อสงสัย เพราะข้อสงสัยอาจเกิดจากการกำกวมหรือผิดพลาดของบทเรียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขบทเรียนให้ดีขึ้นต่อไป

อีกประการหนึ่ง ควรมีการย้ำให้ผู้เรียนตระหนักถึงความซื่อสัตย์ต่อตนเอง่โดยไม่แอบดูคำตอบก่อนควรได้คิดและตอบคำถามด้วยตนเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะดูคำตอบ การแอบดูคำตอบก่อนนั้นจะทำผู้เรียนไม่ได้อะไรจากการใช้บทเรียนโปรแกรมเลยเพราะผู้เรียนจะเสียโอกาสของการเรียนไป


อ้างอิง: บุญเกื้อ ควรหาเวช (2543) นวัตกรรมการศึกษา.(พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ:SR Printing.

http://www.geocities.com/sittijoo/m1.html

 

2.คอมพิวเตอร์ช่วยสอน

ความหมายของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
                คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็นกระบวนการเรียนการสอน โดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ ในการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ มีลักษณะเป็นการเรียนโดยตรง และเป็นการเรียน แบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) คือสามารถโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ได้ ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

ความสำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

1.ช่วยครูสอนเนื้อหา บทเรียนคอมพิวเตอร์จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้อย่างชัดเจนและง่ายขึ้น

2.ย่นระยะเวลาในการสอน ครูไม่ต้องเสียเวลาในการสอนแต่ละเนื้อหา ไม่ต้องใช้เวลาอธิบายนานกว่าที่นักเรียนจะเข้าใจ

3.สอนแทนครูได้ในบางโอกาส โดยเฉพาะบทเรียนคอมพิวเตอร์ที่ช่วยสอนเนื้อหาใหม่ ซึ่งครูสามารถต่อยอดการสอนนั้นด้วยการสอนเสริมและมอบหมายงานให้นักเรียนทำ

4.ครูเหนื่อยน้อยลง เพราะบทเรียนคอมพิวเตอร์จะช่วยสอนแทน

5. ช่วยเสริมความรู้ให้กับผู้เรียน ครูสามมารถสอนเสริมในเนื้อหาที่น่าสนใจต่อได้เลย

6.ได้พัฒนาทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ให้กับครูผู้สอนได้ในเวลาเดียวกัน

7.ช่วยให้ครูได้รู้แนวทางการคัดเลือกสื่อได้ด้วนตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหา กลุ่มผู้เรียนและสภาพแวดล้อมแต่ละโรงเรียน

8.สนุกและมีความสุขเวลานำบทเรียนคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เพราะเป็นสื่อที่สามารถดึงดูดผู้เรียนเป็นอย่างมาก

 

อ้างอิง:http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/tar/pages/apply_theory/cai.htmวิธีสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instru