เมื่อสัปดาห์ก่อนมีจดหมายมาจากน้องนักเรียนทุนที่เลขาฯเคยไปขอนอนด้วยคืนหนึ่ง น้องสาวคนนิ้อยู่ ม.3 หน้าตาน่ารัก ดูเป็นสาวกว่าเพื่อนๆทุกคน แถมเรียนเก่ง ทำกิจกรรมก็เก่ง เรียกว่าเป็นคนที่ป๊อบทีเดียว ตอนนี้น้องมีปัญหาหนักใจ คือเพื่อนในกลุ่มที่เคยสนิทสนมกันมาตลอดไม่พูดด้วย ไม่ไปไหนมาไหนด้วยเลย น้องเข้าไปพูดด้วยทุกคนก็เดินหนี ถึงขนาดเขียนจดหมายไปวางไว้ที่โต๊ะที่เคยนั่งด้วยกัน ถามว่าโกรธกันเรื่องอะไร เพื่อนๆก็เปิดออกอ่านแล้วโยนจดหมายทิ้งลงถังขยะ  เวลากินข้าวน้องก็ต้องกินอยู่คนเดียว เป็นอย่างนี้มาประมาณหนึ่งเดือนแล้ว น้องกลุ้มใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เวลาที่รุ่นน้องหรือเพื่อนไม่สนิทมาถามก็ได้แต่ตอบไปว่าไม่มีอะไร  ช่วงหลังมีเพื่อนผู้ชายในห้องเข้ามาคุยเป็นเพื่อนบ้าง แต่น้องบอกว่ายังไงก็ไม่สนิทเท่าเพื่อนผู้หญิง อยากให้เพื่อนกลับมาสนิทกันเหมือนเดิม จะทำอย่างไรดี

ศิราณีจำเป็นอย่างเลขาฯผ่านชีวิตวัยเรียนมานานจนชักจะลืม ยังคิดไม่ออกว่าจะตอบอย่างไร น้องนกก็เข้ามาช่วยชีวิต ในบรรดาน้องๆที่มาช่วยงานที่ยังเป็นนักเรียนนักศึกษาก็มีนกนี่แหละค่ะที่ชอบตอบจดหมายจริงๆ นกตอบไปว่าให้เข้าไปถามเพื่อนตรงๆเลยว่าเราทำผิดตรงไหน บางทีคนเราทำผิดไปก็ไม่รู้ตัว แต่เราพร้อมจะปรับปรุงตัว ขอให้เพื่อนบอกเท่านั้นเอง  เลขาฯเลยค่อยคิดอะไรออก เติมท้ายในจดหมายไปว่า ถ้ามีเพื่อนคนที่อยู่กลุ่มอื่นที่เขาทำท่าเข้าใจและคุยกับทั้งน้องและเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มได้ ก็น่าจะขอให้เขาลองไปถามสาเหตุที่โกรธกันดู อาจจะทำให้เข้าใจอะไรได้ดีขึ้น

ตอบจดหมายไปก็นึกถึงปัญหาในโรงเรียนที่ญี่ปุ่น เด็กญี่ปุ่นน่ากลัวกว่าเด็กไทยมาก มีทั้งการรังแกเพื่อนที่อ่อนแอ บังคับให้ทำอะไรตามใจชอบ ถึงขั้นบังคับเอาเงินก็มีมาก หรือเวลาโกรธใครก็จะไปล็อบบี้ให้เพื่อนทุกคนในห้องหรือแม้แต่ในชั้นไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลย ทำเหมือนเพื่อนคนนั้นเป็นธาตุอากาศ จนมีข่าวเด็กนักเรียนฆ่าตัวตายอยู่บ่อยๆ  โชคดีที่เมืองไทยของเรายังไม่ก้าวไปถึงขั้นนั้น (และอย่าได้ตามญี่ปุ่นไปจะดีกว่า) ถึงแม้น้องคนนี้จะถูกเพื่อนกลุ่มตัวเองโกรธ ก็ยังมีเพื่อนคนอื่นๆและรุ่นน้องเข้ามาถามไถ่ ตอนนี้ได้ความว่ามีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่าจะลองไปเคลียร์กับเพื่อนๆกลุ่มของน้องให้ เราก็ยังลุ้นต่อไป หวังว่าน้องจะคืนดีกับเพื่อนได้สำเร็จในเร็ววัน

ใครมีคำแนะนำดีๆบอกกันบ้างนะคะ