มีการสร้างระบบช่วยเหลือกัน เช่น ชมรมพี่ดูแลชมรมน้อง

ความสำเร็จการดำเนินงานชมรมผู้สูงอายุในเขตภาคเหนือ
โดย ดร.พวงเพ็ญ ชั้นประเสริฐ
เป็นเรื่องเล่าจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายส่งเสริมสุขภาพครั้งที่ 2 ในวันที่  22  มีนาคม  2549 เวลา  13.3016.00  น.  ณ  ห้องประชุมกลุ่มอนามัยวัยทำงาน สำนักส่งเสริมสุขภาพ  ชั้น  5  มีเนื้อหาพอสังเขปดังนี้    
         จากการไปติดตามงานเรื่องเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุที่ผ่านมา  จะพบว่าการดำเนินงานของแต่ละภาคไม่เหมือนกันภาคที่มีการดำเนินงานที่เข้มแข็ง  คือ  ภาคเหนือ  การดำเนินงานของชมรมผู้สูงอายุ  จะมีสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยเป็นหลัก  และแต่ละภาคจะมีประธานสาขาสภาผู้สูงอายุ    ภาค ,  จังหวัด  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการบำนาญ  มีการทำงานที่เข้มแข็งมาก  มีการสร้างระบบช่วยเหลือกัน  เช่น  ชมรมพี่ดูแลชมรมน้อง  มีการมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน  มีกิจกรรมที่สร้างรายได้   เข้ากลุ่ม  เช่น  ทำดอกไม้จันทน์ขาย  จึงทำให้ไม่ต้องเก็บเงิน  ค่าสมาชิก  มีการไปเยี่ยมผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  และส่งเสริมให้มีชมรมผู้สูงอายุในทุกหมู่บ้าน  ในเขตภาคเหนือ การตั้งถิ่นฐานของชาวบ้านจะอยู่กันเป็นกลุ่ม  ทำให้การรวมตัวกันทำกิจกรรมทำได้ง่ายสถานที่ทำกิจกรรมส่วนมากจะใช้พื้นที่ของวัด  การดำเนินงานจะให้ชมรมที่เข้มแข็งแล้วเป็นพี่เลี้ยงให้ชมรมที่ตั้งใหม่ สภาชมรมผู้สูงอายุจะประสานของบประมาณสนับสนุนจาก  สสส.  มาให้ชมรมในพื้นที่ดำเนินกิจกรรม  โดยมีเงื่อนไขว่าชมรมผู้สูงอายุที่จะของบฯ สนับสนุนจากสภาผู้สูงอายุจะต้องเป็นสมาชิกสภาผู้สูงอายุ ทำให้ จังหวัดเชียงใหม่มีชมรมผู้สูงอายุจำนวนมากปัจจุบัน มีชมรมผู้สูงอายุประมาณ 1,400 แห่ง

ปัจจัยความสำเร็จ

                                1.  การมีส่วนร่วมกับเครือข่ายในการทำกิจกรรม
                                2.  มีเครือข่ายครอบคลุมและมีกิจกรรมต่อเนื่อง
                                3.  ประเพณีวัฒนธรรมในพื้นที่ดีเป็นพื้นฐาน
                                4.  การบริหารเครือข่ายมีรูปธรรมที่ชัดเจน
                                5.  การสนับสนุนภายในระบบเครือข่ายและประสาน                

                                    ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง