ช่วงเวลาแห่งชีวิตที่อยู่ใกล้กับคำว่า "สูญเสีย" คนที่รักเราและคนที่เรารักนั้นทั้งว้าเหว่ ทั้งสับสน

ช่วงเวลาแห่งชีวิตที่เราเหมือนกับ "สูญเสีย" เขาไปแล้ว "พี่สาวของฉัน" ที่วันนี้เขาอยู่ห่างไกลเสียเกิน เกินกว่าที่ฉันจะไปดูใจเขาได้ในยามสุดท้ายของชีวิต

ถ้าตอนนี้เขานอนป่วยอยู่ในเมืองไทย ฉันคงจะต้องเดินทางไปเพื่อ "ดูใจ" พี่สาวฉันเป็น "ครั้งสุดท้าย"

ถึงแม้นว่าอาการในตอนนี้เขาจะไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ทรมานแล้ว เพราะเขาหมดความรู้สึก ไร้การตอบสนอง แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังมี "ลมหายใจ" อันเป็นเครื่องหมายแห่ง "ชีวิต"

คนสักคนหนึ่งกว่าที่จะโตมาถึงจุดนี้ต้องมีพี่ มีน้อง มี "ครอบครัว"

ตอนยังเป็นเด็ก ตอนยังเล็ก ความสุขแบบเด็ก ๆ นั้นบริสุทธิ์ ไร้ "มารยา"

ฉันและพี่สาวเปรียบเสมือนกับดวงดาวที่ดวงหนึ่งกำลังแห่งแสงนั้นริบหรี่เหลือเกิน

ชีวิตยามเด็กที่เคยสุข เคยสนุก เคยเศร้า เคยร้องไห้ด้วยกัน ชีวิตนั้นใกล้จะตายเป็นอดีตและความหลัง

ดวงจิตหนึ่งที่มี "โอกาส" เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วได้มาพบ มาเจอ มาสัมพันธ์กันนั้นช่างมีความผูกพัน สัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง

ดวงจิตที่มีอดีตอันฝังตรึง วันนี้จึงคิดถึง "พี่" สุดหัวใจ

วันนี้อย่าว่าแต่โอกาสที่จะไปเยี่ยม "พี่สาว" เลย แม้แต่จะนำร่างของพี่กลับมายังผืนแผ่นดินนี้ยังหาทางไม่เห็น

แต่ไม่ว่าชีวิตพี่ ชีวิตนี้จะทอดทิ้งหรือมอดไหม้เป็นผงธุลี ดวงจิตนี้ ดวงจิตเรายัง "ผูกพัน..."

 

 

 

ชีวิตหนึ่ง ชีวิตฉัน ต้องมีอันมาพลัดพราก

ชีวิตนี้ ชีวิตฉัน จำต้องจาก

ชีวิตใด ก็มิอาจ จะหนีพ้น ซึ่ง "ความตาย..."

พี่สาวเอย พี่สาวฉัน ความตายนั้น ใกล้ถึงแล้ว

อดีต อันเพริดแพร้ว ดวงตาหนึ่ง ใกล้มีแวว หยาดน้ำตา พาเศร้าใจ

โอ้ชีวิต จำต้องจาก ต้องพลัดพราก เราและพี่

กุศล ผลบุญใด ที่ฉันทำ ที่ฉันมี

อุทิศแด่ "พี่สาว" นี้ สุขนิรันดร์...