หลังจากที่พวกเราได้ตื่นเต้นไปกับ กรณีเอเลี่ยนบุกออฟฟิศซูซาน
ซึ่งจบไปได้ด้วยดีแล้ว "ชาย 2 บาท หญิง 2 บาท เอเลี่ยน 5 บาท" ;-)
(โล่งอกไป...)
ก็ถึงเวลากลับมา ดูฟ้า-ชมเมฆ กันต่อ
บันทึกนี้เป็นมุมมองใหม่ที่ไม่เคยนำเสนอมาก่อนอีกเช่นกัน
เมฆภูเขาไฟจาก น้องอุ๊ ครับ
อโลฮ่าค่ะอีกครั้งค่ะพี่ชิว
พอดีเห็นพี่ชิวเขียนเรื่องภูเขาไฟกับเมฆ เลยเอาภาพภูเขาไฟ Kilauea มาฝากให้ชมค่ะ
ดูแล้วตื่นตาตื่นใจมากค่ะ เพราะ ควันไอน้ำที่ลอยพุ่งจากปากปล่องภูเขาไฟลอยขึ้นไปเป็นรวมเป็นก้อนเมฆประมาณนั้นค่ะ
ออกเสียงเป็น คี-ลา-เว (Kilauea) เป็นภูเขาไฟที่ยัง active อยู่ erupts ตั้งแต่ช่วง Thanksgiving ปี 07
ตอนที่ถ่ายภาพนี้ที่ Volcano National Park ช่วงเมษายนปี 08 ค่ะ ตอนนี้ลาวาก็ยังไหลอยู่ค่ะ
อู๊ยๆๆๆ นี่เหรอครับเมฆที่เกิดจากความร้อนระอุของภูเขาไฟ ^0^
ได้เห็นกับตาก็คราวนี้เอง...สวยงามน่าดูมากๆครับพี่อุ๊พี่ชิว
แล้วยังไงต่อครับ...พอลอยมาเป็นเมฆแล้วมันจะไม่ละเหยหายไปใช่มั้ยครับ? มันจะลอยเป็นลูกโป่ง สูงขึ้นลอยไปลอยมาเป็นอิสระเลยหรือเปล่า?
สงสัย สงสัย ^^ เดย์อยากไปดูใกล้ๆจังเลยครับ คงจะไม่ลุกไปไหนอีกนาน คงจะหาร่มไม้และขนม Stand by ไว้เยอะๆ 555
นี่ไงพี่อุ๊คนรักเมฆและทุ่มเทอันดับหนึ่ง เสี่ยงไม่เสี่ยง ไปถ่ายบนปากภูเขาไฟ 555
เรื่องค่าประกันชีวิต กับประกันตัว จะได้อนุมัติก็คราวนี้ล่ะเด้อครับพี่ชิว เอิ๊กๆๆ ^^
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ชิวและน้องเดย์
น้องเดย์เป็นแฟนพันธุ์แท้รักเมฆจริงๆค่ะ มาเป็นคนแรกเลย ก่อนเราซะอีก ที่นี่สิบโมงเช้าแล้วค่ะ
ขออนุุญาตตอบน้องเดย์ก่อนนะคะ พอควันไอน้ำพวยพุ่งขึ้นไปก็ลอยต่อกันเป็นเมฆก้อนใหญ่ๆเต็มไปหมดเลยค่ะ คิดๆดูก็น่ากลัวนะคะ แต่เพราะภูเขาไฟ activeมานานมาก เลยไม่ค่อยคิดมากเท่าไหร่เรื่องชีวิต ..555
ขออนุญาตพี่ชิวขยายความจากภาพข้างบนเล็กน้อยนะคะ ได้ถามผู้รู้ (คนแถวนี้)เช้านี้เรื่องการเรียกชื่อว่าอะไรเป็นอะไรค่ะ ยาวหน่อยนะคะ
เรื่องชื่อเรียกค่ะ -- บริเวณดังกล่าว เรียก Kilauea Caldera (ผู้รู้บอกว่าเป็นประมาณว่าหลังภูเขาไฟระเบิด ปากปล่องก็ยุบตัวลงเป็นบริเวณดังกล่าว) ส่วนในภาพที่ถ่ายนั้นจริงๆมีชื่อชี้เฉพาะลงไปอีก คือ Halema'uma'u Crater (อ่านว่า ฮา-เล-มาอู-มาอู) ซึ่งใหม่มากเพิ่งเกิดขึ้นตอนกลางปี 07 (จริงๆแล้ว erupting ตั้งแต่ 1982 เพิ่งจะออกมาให้เห็นค่ะ ตอนนี้กำลังเดินทางไปไหลลงสู่ทะเลห่างไปจาก คีลาเว 12 ไมล์ ด้านนอก Hawaii Volcano National Park)
บริเวณใกล้ๆที่ถ่ายภาพมา ก็ยังมี Steam Vents เล็กๆอีกค่ะ ซึ่งร้อนมาก เดินผ่านเหมือนไปอบไอน้ำยังไงยังงั้นค่ะ
เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว เคยตามเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานที่โวเคโนไปเดินและยืนบนลาวาสีแดงร้อนระอุ เห็นกำลังไหลอย่างใกล้ชิด ตื่นเต้นสุดๆ สมัยนั้นมีแต่กล้องเล็กๆของเพื่อน ยังเป็นฟิล์มอยู่เลยค่ะ ถ่ายกันยิงสลุดหมดม้วน ชัดบ้างไม่ชัดบ้างเพราะมืดค่ะ สมัยนี้ไม่ได้แล้วค่ะ เพราะเพื่อนเกษียณแล้ว ได้แต่ดูไกลๆอย่างนี้ค่ะ ถ่ายตอน กลางมีนาคม 08 ค่ะ
ขอบคุณค่ะพี่อุ๊ พี่ชิว
สำหรับภาพที่หาดูได้ยากเช่นนี้
พี่อุ๊คะแล้วแถวนั้นมีกลิ่นของกำมะถันแรงหรือเปล่าคะ
ฝนที่ตกบริเวณนั้นมีคุณสมบัติเป็นกรมมากกว่าบริเวณอื่นหรือเปล่า
แล้วบริเวณนั้นมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่รึเปล่าคะ ส่งผลอย่างไรกับสิ่งมีชีวิตทางทะเล
ถามวิชาการนิดนึงนะคะ อยากทราบอ่ะค่ะ
พิมพ์ผิดค่ะ ฝนที่ตกมีคุณสมบัติเป็นกรดหรือไม่ค่ะ
อยากรู้จนมือสั่น พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกค่ะ อิ อิ
อิอิ น้องเอ๋อยากรู้จนมือสั่น ^^
ยิงคำถามซะวิชาการเชียว 555 ดีครับ ดี รอคำตอบเช่นกันคร๊าบ ;)
เดย์
ดูเหมือนจะโลดโผนขึ้นเรื่อยๆ ครับ คนรักเมฆอย่างพวกเรา... ปีนหลังคา ซิ่งรถบนทางด่วนไปถ่ายภาพไป เตะตูดเอเลี่ยนที่มากับเมฆฝน ส่วนคราวนี้ปีนภูเขาไฟไปเก็บภาพครับ....โอ้โห! มันส์สุดๆ คร้าบ....
อืมม์...ส่งเดย์ไปกับยาน NASA ถ่ายภาพเมฆบนดาวพฤหัสดีกว่า...อิอิ
สวัสดีครับ อุ๊
โอ้โห! ข้อมูลสุดยอดมั่กๆ ครับ แถมไปยืนใกล้ๆ ลาวาเก็บภาพอีกต่างหาก...นี่ชักจะใกล้ช่างภาพของ National Geographic เข้าไปทุกทีแล้วครับ
สวัสดีครับ เสี่ยวอวิ๋น
ต้องไปตามอุ๊มาช่วยตอบแล้วละครับ ดูเมฆไม่พอ ต้องดมกลิ่นพิสูจน์ด้วย ;-)
สวัสดีครับ คุณวันเพ็ญ
ไปช่วยกันตาม อุ๊ a l i n_x a n a =) มาตอบดีกว่าครับ...งานเข้าๆๆ อิอิ
สวัสดีครับ
รวดเร็วดีจังเลยครับ วันนี้ได้รับ เมฆทูตมฺ (मेघदूतम्) "เพลงรักแห่งวสันตฤดู" แล้ว
พร้อมด้วย "เทคโนโลยีวัสดุ" อีกอื้อเลย
ขอบคุณมากๆ ครับ
เมฆทูต นี้มีคนแปลเอาไว้เยอะมาก ไม่น่าเชื่อเลย
สงสัยว่าพี่ชิวจะมีครบทุกเวอร์ชั่นแล้วล่ะ ;)
สวัสดีครับ อ.หมู (อู๊ดๆ) ;-)
ดีจังครับ หนังสือเล่มนี้และข้อมูลอื่นๆ อยู่กับอาจารย์หมูเกิดมูลค่าเพิ่มแน่นอน [แต่จะเป็นเมื่อไรเท่านั้น ;-)]
เมฆทูต นี่พี่มีแค่เล่มนี้เท่านั้นครับ นอกนั้นเป็นบทความที่เขียนถึงครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ vRtra นะครับ พี่ได้ประเด็นมันส์ๆ ไว้ค้นคว้าแล้ว ไว้จะหาโอกาสเล่าให้ฟังอีกทีครับ (คร่าวๆ ที่สุดคือ Thunder-God vs Serpent ซึ่งเป็น basic theme ของ myth ของ Indo-Europeans!
สวัสดีค่ะพี่ชิวและน้องเสี่ยวอวิ๋น น้องเดย์และึคุณวันเพ็ญ
เพิ่งแวะไปดูหมีแพนด้าซูซานพร้อมลูกหมียักษ์ เจอพี่ชิวเลยตามมาที่นี่ค่ะ ขออภัยไม่ได้เข้ามาดูหลายวัน ขอบคุณค่ะที่ให้ความสนใจสอบถาม ทำให้ได้โอกาสไปค้นคว้าหาคำตอบมาให้ค่ะ
น้องเสี่ยวอวิ๋นช่างคิดช่างสงสัย เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ เพราะควันที่พวยพุ่งออกมามากมายทำให้เกิด ก๊าซ Sulfur Dioxide(SO2) ซึ่งเป็นมลพิษในอากาศที่มีผลอย่างมากต่อสุขภาพของคนที่นี่ (โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ) รวมไปถึงสัตว์ป่า พืชผลการเกษตร ดิน และพอฝนตกก็เป็น Acid Rain จริงๆอย่างที่น้องเสี่ยวอวิ๋นบอก
และที่สำคัญมากคือทิศทางลม เนื่องจากอยู่เำกาะ จะถ่ายเทดี แต่ถ้าวันไหนลมเปลี่ยนทิศ เข้าเมืองจะกลายเป็นเมืองในหมอกควัน เป็นมลพิษในอากาศ เรียกว่า Vog มาจาก Volcanic กับ Smog ทำให้ระคาย แสบในลำคอ หายใจไม่สะดวกค่ะ ทาง Volcano National Park จึงมีระบบการแจ้งข้อมูลตรวจวัดปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ทิศทาง ความเร็วลม เพื่อแจ้งให้คนที่จะเดินทางไปเยี่ยมชมได้ทราบล่วงหน้าและเตรียมตัวหลีกเลี่ยงบริเวณนั้น
ในส่วนของสัตว์น้ำแถวๆที่ลาวาไหลลงไป คิดว่าไม่น่าจะมีผลเท่าไหร่นัก เพราะทะเลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล สามารถย้ายไปที่อื่นได้ ส่วนใหญ่จะหนักไปที่บนดินและในอากาศอย่างผลของซัลเฟอร์ไดออกไซด์มากกว่าค่ะที่เป็นปัญหา
หวังว่าจะช่วยไขข้อข้องใจให้น้องเสี่ยวอวิ๋น และเพื่อนๆนะคะ ขอบคุณค่ะ อ้อ..ลืมบอกไปว่า กลิ่นกำมะถันจะไม่แรงเท่าที่Yellow Stone National Park ค่ะ คือไม่ได้กลิ่นเท่าไหร่สงสัยเป็นเพราะลมอีกนั่นแหล่ะ (เอ๊ะ หรือเราจมูกไม่ดี) และห่างจากภูเขาไฟซัก 80 กิโลเมตรได้ค่ะ แต่วันไหนมี Vog ไม่มีลมจะแสบจมูก ระคายคอนิดหน่อยค่ะ แต่ถ้าผู้สูงวัยจะน่าเป็นห่วงค่ะ
โอ้โห! น้องอุ๊...ตอบได้ดีเด็ดมากๆ ครับ
นับเป็นตัวอย่างการต่อยอดความรู้ & ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมครับ เป็นหนึ่งในจุดประสงค์ของ G2K ทีเดียว (แต่พี่ไม่ค่อยได้ทำเท่าไร เรื่องต่อยอดนี่ 555)
ได้ศัพท์ใหม่อีกต่างหาก Vog = Volcanic + Smog (ซึ่งมาจาก Smoke + Fog) อีกที
ศัพท์ใหม่ๆ ดีใจตีลังกาไปห้ารอบ (เอ๊ะ! นี่มันพฤติกรรมของเจ้าเดย์นี่หว่า...อิอิ)
ขอบคุณค่ะพี่อุ๊สำหรับรูปสวยๆ และความรู้ดีๆ
รู้สึกว่าโชคดีมากๆ ค่ะที่มีพี่ๆ ที่สุดแสนจะใจดี
มาร่วมแบ่งปันความรู้ให้น้องๆผู้ยากไร้(ไร้ความรู้ค่ะ อิ อิ )
หวังว่าพี่อุ๊จะส่งรูปสวยๆมาให้สมาชิกชาวมวลเมฆได้ร่วมชื่นชมอีกนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ถึงจะอยู่ห่างไกลแต่ยังไงเราก็อยู่ใต้แผ่นฟ้าเดียวกันค่ะ
สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อชมรมเป็น
"มูลนิธิชมรมคนรักมวลเมฆ"
เพราะที่นี่มีแต่พี่ๆ ใจดี ฟรีความรู้ (ฮา)
เรื่องต่อยอดเหรอคะพี่ชิว ไม่ยากค่ะ
ก่อนอื่นนะคะ
ขั้นตอนที่ 1 ต้องหาต้นตอที่จะต่อยอดซะก่อน ส่วนใหญ่เค้าจะเลือกต้นที่เป็นพันธุ์พื้นเมืองเนื่องจากหาอาหารเก่งและทนต่อโรค ตัดตรงแล้วบากเป็นรูปลิ่ม
ขั้นตอนที่ 2 เลือกยอดพันธุ์ที่เราต้องการจะต่อยอด ใช้มีดเฉือนทั้งสองข้างให้พอดีกับต้นตอ แต่ต้องเป็นพืชตระกูลเดียวกันนะคะ
ขั้นตอนที่ 3 เสียบยอดพันธุ์ให้แนวเนื่อเยื่อเจริญตรงกัน แล้วพันด้วยพลาสติกใส ครอบด้วยถุงพลาสติก ตามด้วยถุงกระดาษ ทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน
การต่อยอดแบบนี้ถูกต้องรึเปล่าคะพี่ชิว อิ อิ
น้องเมฆน้อย
เดี๋ยวเชิญไปช่วย "ต่อยอด" ในงานพืชสวนโลกคราวหน้าดีไหม? :-P
อิ อิ พี่ชิว
ไปค่ะไป ให้เอ๋ไปด้วยนะคะ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าแรงไม่เอาค่ะ
ขอแค่ความรู้ และประสบการณ์ดีๆ ก็พอค่ะ
ว้าว พูดไม่ออก บอกไม่ถูกเลยค่ะท่านอ.
มองๆคล้ายยานอวกาศ จรวดเตรียมทะยานฟ้าเลยนะคะ
ขอบคุณพี่อุ๊ค่ะ