เมื่อมีผู้หญิงตั้งครรภ์ในบ้าน หากทานถวายตุงไจยมักฉิบหาย

สะหรีสวาสดี..ไหว้สาท่านผู้อ่านทั้งหลาย  เท่าที่ลุงหนานเล่าเรื่องขึดความเชื่อของผู้คนล้านนามาแล้วหลายเรื่องแต่ยังมีอีกหลายๆคนมาถามไถ่และขอให้เปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับขึดความเชื่อต่างๆเท่าที่มีปรากฏในอดีตซึ่งมีคัมภีร์กล่าวห้ามไว้ โดยเฉพาะเรื่องตุงล้านนา 

เมื่อเป็นความต้องการของพวกเราและเยาวชนอีกหลายๆคนลุงหนานจึงนำเรื่องขึดเกี่ยวกับตุงมาเล่าอีกในวันนี้เป็นเรื่องของ   ขึดที่มีแม่มาน(หญิงตั้งครรภ์)ในบ้านแต่มีการทานถวายตุง  ซึ่งผู้คนล้านนาถือว่าขึดนักหนา

ในคัมภีร์มูละขึดล้านนาตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า  "  คัพภะมีในเรือน  ทานตุงก็ฉิบหาย"สมัยก่อนผู้คนที่มีความศรัทธาในการทานถวายตุง  แม่ญิง(ผู้หญิง)จะเป็นผู้ที่ทอผืนตุง  การทอตุงดังกล่าวจะต้องมีการเหยียบกี่ทอผ้าหรือบางแห่งมีการผูกมัดหน้าท้องที่เรียกกันว่าทอแอว(เอว)เพื่อทอผืนตุง  ทำให้ลำตัวของผู้หญิงต้องสะเทือน และออกกำลังมากกว่าปกติ  ในการที่แม่มาน(ผู้หญิงตั้งครรภ์)ต้องมาออกกำลังกายทอผ้าย่อมทำให้เกิดเป็นอันตรายต่อตนเองและลูกน้อยในคัพภะหรือในครรภ์เป็นอย่างมาก  เผลอๆอาจแท้งลูกน้อยออกมาในขณะที่ทอผ้านั่นเอง  แล้วใครล่ะที่ต้องเสียใจ

นอกจากนี้  การถวายตุงในสมัยก่อนค่อนข้างยุ่งยากพอควร เริ่มตั้งแต่ การทอผืนตุงด้วยน้ำมือของตนเอง   การใช้เข็มเย็บแต่งขลิบผืนตุงเข็มอาจทิ่มแทงท้องแม่มานซึ่งแผ่นหน้าท้องบางกว่าปกติ กว่าหญิงปกติทั่วไป   การที่ต้องไปหาไม้ไผ่มาทำเสาก๊าง(ค้าง)ตุง  การเตรียมหลักไม้ปักเพื่อผูกมัดเสาค้างตุง   ภาระงานจิปาถะที่เกี่ยวข้องกับการทานถวายตุง  ต้องกระทำด้วยความศรัทธาและระมัดระวังอย่างยิ่งเพื่อให้ตุงที่สร้างขึ้นนั้นเป็นสิ่งสูงส่งทานถวายสักการะบูชาพระพุทธเจ้าให้พร้อมกันถึงห้าพระองค์

เพื่อป้องกันความเสียหายแก่แม่มานหรือหญิงตั้งครรพ์   หรือผู้หญิงที่มีคัพภะอยู่ในบ้านผู้คนสมัยก่อนจึงมีข้อห้ามบอกว่าขึดนักหนา  หากมีคัพภะในบ้านเรื่อน  หากจะทานตุงมักฉิบหายแล....

เรื่องของขึดการทานถวายตุงตอนคัพภะมีในเรือน  ทานตุงก็ฉิบหาย   ก็จบลงเพียงเท่านี้...เท่าอี้แล

  ลุงหนานขอลาไปก่อนแล