จากคนที่ไม่มีประสบการณ์ เริ่มต้นเรียนรู้เพื่อดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน บวกปัจจัยเสี่ยง อายุ 76 เป็นโรคความดันโลหิตสูง
จุดเริ่มต้น ของความประมาท ไม่ระมัดระวังในการบริโภค ส่งผลต่อสุขภาพ ที่กลายเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน คือ พี่สาวพาคุณแม่ ไปเที่ยวประเทศ Norway ท่องเที่ยวตามแบบฝรั่ง เที่ยว ดื่ม กิน เป็นเวลาเกือบเดือน
อีก 2 วันใกล้เดินทางกลับบ้าน ปรากฏอาการ หนาวสั่น ไข้ขึ้นสูงถึง 38 พี่สาวและน้อง รีบพาส่งโรงพยาบาล หมอที่ Norway ตรวจอย่างละเอียด ปรากฏว่าเป็นโรคเบาหวาน ค่าน้ำตาลในเลือดที่ตามประเทศ Norway อ่านและถือว่าเป็นปกติคือ 4 - 8 mmol แต่ปรากฏว่าคุณแม่ มีน้ำตาลในเลือดถึง 22 mmol ได้รับการรักษาโดยการฉีดอินซูลิน เข้าใต้ผิวหนังให้ประคองตัวกลับประเทศไทยได้ ขณะที่น้ำตาลในเลือด ลดลงเหลือ 18.6 mol
จึงต้องเริ่มเรียนรู้การดูแลผู้ป่วย โดยการกำหนดชนิดของอาหาร คำนวณอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน การเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ข้อค้นพบสำคัญที่ได้จากการดูแลเพียงไม่กี่วัน คือ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอายุสูงและมีปัจจัยเสี่ยง ต้องระมัดระวังควบคุมอารมณ์ของตนเอง สนใจอาหารที่ผู้ป่วยทานทุกมื้อ หมั่นตรวจน้ำตาลในเลือด ทั้งก่อนอาหาร หลังอาหารคำแรก 2 ชั่วโมง และก่อนนอน เพื่อนำค่าน้ำตาล มาตรวจสอบกับอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อ คอยปรับเปลี่ยนอาหารให้มีเส้นใยอาหาร ในแต่ละมื้อ เพื่อให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ที่ค่าปกติได้ ที่สำคัญต้องให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่หักโหม
3 วันที่ดูแล ค่าน้ำตาลในเลือด ต่อจากวันที่กลับมาจาก Norway ของคุณแม่อยู่ที่ 11.6 mmol คิดว่าคงอีกไม่นาน น้ำตาลในเลือดคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่คงต้องระวังในเรื่องอื่น ๆ และปรับพฤติกรรมเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ให้เป็นภาวะปกติในการดำเนินชีวิต
ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท
ท่านใดจะอนุเคราะห์เมนูอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ในแต่ละมื้อ ขอน้อมรับด้วยความขอบคุณ