คำผญาหรือสุภาษิตอีสาน  นับว่าเป็นมรดกที่สำคัญยิ่งของชาวอีสาน  เป็นคำสั่งสอนที่บรรพบุรุษของเราได้ฝากไว้กับลูกหลานเป็นคำคมสุภาษิตที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจเราควรภาคภูมิใจและช่วยกันรักษาเอาไว้ไม่ให้สูญหายไปจากท้องถิ่นของเราสามารถนำมาใช้ได้ทุกกาลเวลาไม่มีล้าสมัยเป็นคำสั่งสอนของบรรพบุรุษของเราชาวอีสานมีมาช้านาน

ความหมายของคำผญาเป็นคำประพันธ์ชนิดหนึ่งของชาวอีสานหรือเราอาจใช้คำว่า วรรณกรรมอีสานประเภทที่เป็นบทกลอน  ผญาแบ่งได้เป็นหลายประเภท  คือ  ผญาคำสอน  ผญาเกี้ยวหรือผญาย่อย  ผญาเบ็ดเตล็ด 

ผญาคำสอนใช้สำหรับผู้ใหญ่สอนเด็กสอนให้อยู่ในระเบียบ ประเพพณีวัฒนธรรมของสังคม อยู่ในศีลธรรม  ผญาคำสอนจะเคร่งในเเร่องสัมผัส  ต้องการให้จำง่ายนำไประพฤติปฏิบัติ เช่น (เป็นหญิงนี้แลงงายให้คิดฮำ  อย่าสำตำซอกฟุ่น อย่าสะตำซอกนี้ชาวบ้านเพิ่นสิหยัน)  (เป็นหญิงนี้ธรรมเนียมให้มันเที่ยง  ตีนผมให้กำเกี้ยง ตีนสินให้ลำเพียง)    สอนให้ผู้หญิงเสงี่ยมเจียมตัวมีกิริยามารยาทเรียบร้อย

หญิงใด๋ขี้แมงวันจับสบซ้ายปลายริมสุดยยอด   รูปคล่องแคล้วขาส่วยดังเหลา

หญิงแนวนี้ดีเด้พ่อว่าถ้าใผเอาอยู่ซ้อน   ปานได้คำหมื่นก้อนมาไว้ใส่กระเป๋า

หมายความว่าผู้หญิงที่มีใฝ่อยู่ที่ริมฝีปากด้านซ้ายปลายสุด  รูปร่างคล่องแคล่ว ขาเเรยวเหมือเลาไว้เป็นหญิงที่ดีถ้าได้เป็นภรรยาเหมือนกับมีทองคำหมื่นๆก้อนอยู่ในกระเป๋า 

คำสุภาษิต เช่น  "นาดีถามหาข้าวปลูก  ลูกดีถามหาพ่อแม่"  "ให้ตื่นเดิกคือกา  ให้หากินคือไก่"

ผู้เล่าเป็นคนอีสานที่ยังอนุรักษ์ผญาบางประโยคยังใช้ได้จนถึงปัจจุบันเพราะสามารถนำมาสอนลูกศิษย์ของเราได้ให้ข้อคิดคติสอนใจ  ผญาอีสานมีอีกเยอะแต่ผู้เล่านำมาฝากไว้แค่นี้ก่อนจ้า