... เป็นที่ทราบกันดีว่า สัตว์น้ำที่มีเปลือก (shellfish) เช่น หอย ปู กุ้ง ฯลฯ มีธาตุสังกะสีหรือซิ้งค์ (zinc / Zn) สูง และพบในอาหารหลายอย่าง เช่น ไก่ ถั่ว นัท (nut = ถั่วเปลือกแข็งกระเทาะเปลือก เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ) > Dailymail.co.uk ธาตุนี้มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่การสร้างกล้ามเนื้อ ไปจนถึงระบบภูมิคุ้มกัน และที่สำคัญ คือ สมรรถภาพทางเพศ โดยเฉพาะการป้องกันภาวะเป็นหมัน หรือมีลูกยาก ... WHO (ฮู / องค์การอนามัยโลก) รายงานว่า คนบนโลกเบี้ยวๆ ใบนี้ 1/3 ขาดสังกะสี ซึ่งควรจะได้รับวันละ 15mg (มิลลิกรัม / มก.) ผู้เชี่ยวชาญ UK กล่าวว่า กลุ่มเสี่ยงขาดสังกะสี คือ เด็กๆ-วัยรุ่นที่ชอบกินอาหารขยะ คนท้อง และคนสูงอายุ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่โตช้า ภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น เป็นหวัดบ่อย ฯลฯ สมรรถภาพสมองไม่ค่อยดี ผิวหนังแห้ง หรือดูไม่สดชื่น ... การศึกษาจากมหาวิทยาลัยฟลอริดาพบว่า ซิ้งค์ช่วยให้เอนไซม์หรือน้ำย่อยของร่างกายทำงานได้ดี โดยเฉพาะระบบต่อต้านอนุมูลอิสระ ระบบซ่อมแซมสารพันธุกรรม (DNA) ขนาด 15 มก.ของซิ้งค์อาจได้จากหอยนางรม (oyster) 1 ตัว, เนื้อวัว 200 กรัม = 2 ขีด ... เนื้อไก่ 250 กรัม = 2.5 ขีดมีซิ้งค์ 7.5 มก., อัลมอนด์หรือถั่วลิสง 100 กรัมมีซิ้งค์ 2 มก. อาหารที่มีซิ้งค์มากที่สุดคือ อาหารทะเลและเนื้อสัตว์ ทำให้คนที่กินมังสวิรัติเสี่ยงขาดมากกว่าประชากรทั่วไป ... วิธีป้องกันการขาดซิ้งค์อีกด้านหนึ่ง คือ ลด-ละ-เลิกแอลกอฮอล์และบุหรี่, ลดระดับความเครียดให้น้อยลง เช่น นอนให้พอ ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ฯลฯ ควรลดข้าว-แป้ง-ธัญพืช (cereals) ให้น้อยลงสักหน่อย เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้มีสารไฟเททส์ (phytates) ซึ่งจับกับซิ้งค์ ทำให้การดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อยลง ... และกินนัท (เมล็ดพืชเปลือกแข็ง กระเทาะเปลือก เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ) ถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น กินข้าวกล้องแทนข้าวขาว ขนมปังโฮลวีท (เติมรำ) แทนขนมปังขาว ฯลฯ ไม่ควรกินยาบำรุงเลือดที่ธาตุเหล็กติดต่อกันเกิน 1/2-1 เดือน ยกเว้นหมอใกล้บ้านแนะนำ เช่น เป็นโรคเลือดจาง ฯลฯ เนื่องจากธาตุเหล็กลดการดูดซึมซิ้งค์ ... ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ที่มา

> Thank Dailymail.co.uk
> 3 สิงหาคม 2552.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.