หลังการประชุม WCHE 2009 คณะผู้แทนไทยติดต่อขอไปเยี่ยมกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศส ซึ่งเขาใช้ชื่อแปลเป็นอังกฤษว่า Ministry of National Education , Advanced Instruction, and Research
เช้าวันที่ ๙ ก.ค. ๕๒ เราไปคุยเพื่อขอเรียนรู้ระบบอุดมศึกษา และการประเมินคุณภาพการศึกษาของฝรั่งเศส เราจึงได้เรียนรู้ว่าอุดมศึกษาของฝรั่งเศสเป็น dual system มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้แก่
• ระบบมหาวิทยาลัย เวลานี้มีจำนวน ๘๕ แห่ง นศ. ๒ ล้านคน
• ระบบ Grandes Ecoles เวลานี้มีประมาณ ๒๕๐ แห่ง นศ. ๑ แสนคน ระบบนี้เข้ายากกว่า และใครเข้าเรียนได้ก็ถือว่าเป็น elite
• ระบบที่ ๓ ที่กำลังพัฒนา เรียกว่า Campus of Excellence เอามหาวิทยาลัยกับ Grandes Ecole ในพื้นที่มารวมกัน เพื่อขยายขนาดของความเข้มแข็งของ Grandes Ecole ให้ใหญ่ขึ้น เกิด visibility เพื่อให้ university ranking ของมหาวิทยาลัยฝรั่งเศสดีขึ้น
จะเห็นว่า ระบบอุดมศึกษาของฝรั่งเศสมีเป้าหมายสนองคนส่วนใหญ่ของประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว และในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมสร้างระบบสำหรับดึงคนสมองดีไปเป็นผู้นำของบ้านเมืองด้วย
ฟังจากคุณ Marc Melka, Head of the Asia & oceania Bureau, Directorate for European and International Relations and for Cooperation, สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แล้ว ผมเห็นว่า ฝรั่งเศสมี slow track ให้คนไต่ปิรามิดทางการศึกษา ไปสู่ปริญญาเอกได้ โดยตอนเด็กๆ อาจเรียนไม่เก่ง หรือไม่มีโอกาส หรือไม่อยากเรียน ก็ไปเรียนสายอาชีพก่อนได้ จบแล้วทำงาน และเรียนต่อ ค่อยๆ ขยับขึ้นๆ จนในที่สุดก็จบปริญญาเอกเมื่ออายุมากหน่อย
คุณ Marc Melka บอกว่า ระบบอุดมศึกษาของฝรั่งเศสมีความสูญเปล่าสูงมาก ประมาณครึ่งหนึ่งเข้าไปแล้วเรียนไม่จบ เพราะความสามารถไม่ถึง แต่ระบบเขาให้โอกาสเข้าเรียน เป็นสิทธิของนักศึกษา พูดตามภาษาที่ใช้กันใน WCHE 2009 ได้ว่า มี access ดี แต่ success ไม่ดี เขาแก้โดยจัดระบบ counseling ให้เลือกเรียนสาขาที่เหมาะสม และจัดอบรมฝึกทักษะของการเรียนรู้ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
ระบบอุดมศึกษาของฝรั่งเศสมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง ๑๐ ปีนี้มี ๒ อย่าง
• การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการรวม EU ให้ นศ. มี mobility และมีความยืดหยุ่นในการเรียนในประเทศสมาชิก EU จึงเปลี่ยนโครงสร้างหลักสูตรในมหาวิทยาลัยไปโดยสิ้นเชิง เป็นหลังสอบได้ baccalaureat จึงเข้ามหาวิทยาลัย ใช้เวลาเรียน ๓ + ๒ + ๓ ปี ในระดับปริญญา ตรี – โท – เอก ในระดับปริญญาตรีและโท เรียนปีละ ๖๐ หน่วยกิต
• การออกกฎหมายให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการในปี ค.ศ. 2006 เพื่อให้มหาวิทยาลัยมี autonomy และ responsibility ในการทำหน้าที่
กระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่ accredit มหาวิทยาลัยและหลักสูตรอย่างเข้มแข็ง และมี assessment ภาพใหญ่ๆ อย่างจริงจัง โดยเฉพาะ research assessment
ฟังจากคุณ Marc Melka ฝรั่งเศสเขามีวิธีคิดเกี่ยวกับการออกแบบการอุดมศึกษาของเขาอย่างลึกซึ้ง เขาระมัดระวัง ว่าบางสภาพของการอุดมศึกษา จะแบ่งแยกประชาชนออกเป็น ๒ กลุ่ม คือกลุ่มได้เปรียบกับกลุ่มเสียเปรียบในสังคม ซึ่งจะทำให้ประเทศแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขาบอกว่า ปรัชญาของการอุดมศึกษา (และการศึกษา) ฝรั่งเศสคือ ใช้เป็นเครื่องมือยกสังคมขึ้นทั้งสังคม และให้เป็นเครื่องมือให้คนมีความสามารถยกฐานะทางสังคมของตนเองขึ้นได้ เขายกตัวอย่างนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลหลายคนของฝรั่งเศสที่มาจากครอบครัวยากจน
เขาริเริ่มโครงการช่วยคนทำงานในตำแหน่งระดับกลาง เรียกว่า Higher Insititute of Technology ใช้เวลาเรียน ๑ ปี เขาเรียกว่า professionalizing degree คือช่วยให้คนที่มาจากครอบครัวที่ไม่ร่ำรวย เข้าสู่อาชีพที่มั่นคง คุณ Marc ชวน ดร. กฤษณพงศ์ จัดสัมมนาเรื่องนี้แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไทย โดยเขาจะจัดทีมมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๔ จะมีการประชุม Thai – French Workshop on University Governance ที่กรุงเทพ เพื่อฉลอง ๑๐ ปีความร่วมมือด้านอุดมศึกษาระหว่าง ๒ ประเทศ
คนที่มาร่วมคุยอีก ๒ คนคือ Mr Dominique Chatton, Charge de mission, Bureau Asie-Oceanie ซึ่งรับผิดชอบด้านวิจัย และ Ms Francoise Bonniot-Guillaumin, Charge de mission, Bureau Asie-Oceanie ซึ่งรับผิดชอบการประชาสัมพันธ์
วิจารณ์ พานิช
๑๐ ก.ค. ๕๒
โรงแรม Le Marquis, ปารีส