ของข้าพเจ้าได้เจอบทเรียนที่ไม่ได้เรียบเรียง หรือเรียงร้อยเป็นเล่มว่าเล่มหนึ่ง เล่มสอง หรือบอกว่าเป็นชั้นไหน และไม่รู้ด้วยว่าเป็นข้อสอบปลายภาค หรือกลางภาค เพราะเหมือนกันหมดหากเอาความสำคัญมาจับ ซึ่งคำตอบที่ข้าพเจ้าได้รับกลับไม่ต้องใช้ความรู้ หรือสิ่งที่ข้าพเจ้าเรียกร้องจากค่ายเลย คำตอบมันอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาคำตอบทั้งบวกและลบนั้นกลับมารายงานในห้องสี่เหลี่ยม ส่งต่อสู่ค่าย สังกัดหรือไม่เท่านั้นเอง ในการทำงานอื่น ๆ ข้าพเจ้าไม่ทราบได้ว่าการลงพื้นที่นั้นนำอะไรลงไปกับตัวบ้าง คำถามกับคำตอบไปพร้อม ๆ กันหรือคำถาม เพื่อไปหาคำตอบในพื้นที่เหมือนกับข้าพเจ้า

การเดินทางของชีวิต......ตอน...เหตุการณ์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี ๔๙ ข้าพเจ้าเข้ามาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของมูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งเข้ามาครั้งแรกในตำแหน่งเจ้าหน้าที่สื่อประชาสัมพันธ์ด้วยว่ามีความรู้ในเรื่องการถ่ายภาพนิดหน่อย ถ่ายวีดีโอนิดนึง จึงเข้ามาทำงานนี้ แต่แล้วก็ต้องผันตัวเองเป็นผู้ประสานงานพื้นที่ด้วยความไม่ตั้งใจ แต่เต็มใจทำด้วย ว่าฟังแล้วบทบาทหน้าที่เป็นที่ชื่นชอบ คือ การสนับสนุนความคิดดีของพี่น้องในการทำงานเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดที่ออกมาจากคนรากแก้ว(เป็นคำบัญญัติใหม่ของข้าพเจ้าที่เรียกกลุ่มคนที่คนอื่น ๆ เรียกว่ารากหญ้า)

                          

แรกเริ่มเดิมที่ข้าพเจ้าเข้ามาด้วยไม่มีความรู้เรื่องราวของสิ่งที่เข้ามาเท่าไหร่ บางครั้งลงพื้นที่ไปด้วยความไม่รู้ รู้แต่ว่าเขาทำงานป้องกันปัญหายาเสพติดโดยออกมาจากความต้องการหรือความคิดเห็นของพี่น้องในหมู่บ้านว่านี่คือความต้องการของเขา เออ มันต่างกับงานที่ผ่านมานะในความรู้สึก เอาปัญหา ความต้องการของข้างล่างมาแปลเป็นสิ่งที่ต้องทำ (ดีนี่... ) เพราะไม่เคยเห็นหน่วยงานไหนทำ(อาจจะมีบ้างแต่เชื่อเลยไม่เต็มร้อย) เท่าที่เห็น เอาส่วนหัวไปให้ส่วนหางทำ คิดเสร็จสรรพแล้วให้รากแก้วทำ สุดท้ายบอกว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการ....

                           

บางครั้งการลงไปพื้นที่ข้าพเจ้าต้องเจอปัญหามากมายนะ ด้วยว่าเราเพิ่งมาทำงานกับหมู่บ้าน/ชุมชน เรียนก็ไม่ได้เรียนด้านพัฒนาชุมชน เรียนนิเทศฯมา (...หนุกละซิ) และชุมชนก็เกิดก่อนเราแล้วจะให้เราไปทำอะไรล่ะ ไปบอก ไปสอนเขาเหรอว่าต้องทำอย่างนั้นต้องทำอย่างนี้(แย้งในใจแล้ว) เจอปัญหาร้อยแปด แต่ในสิ่งที่เจอนั้นมันมีบทเรียนให้ข้าพเจ้าได้กลับมาคิดทุกครั้งว่าทำไม...มันถึงเป็นอย่างนั้น ทำไม..เขาทำอย่างนี้ อะไร..ทำให้เขาคิดแบบนั้น มันจึงเกิดคำหนึ่งของข้าพเจ้า..ทำไปเรียนไป...

                  

 

เมื่อกลับสู่ห้องสี่เหลี่ยมที่รอการเคลียเอกสาร ข้าพเจ้าก็สื่อกับทีมว่า ทำไม ค่ายนี้จึงไม่ให้อาวุธเมื่อยามที่ลงพื้นที่บ้าง เพราะบางเรื่องมันน่าจะมีคำตอบให้เขาได้ แต่ก็ไม่มี สิ่งนี่ข้าพเจ้าเรียกร้องอยู่ประมาณครึ่งปีของการทำงาน แต่แล้วข้าพเจ้าก็รู้ว่าไม่จำเป็นเมื่อเวลาผ่านไป....

                          

ในการทำงานของข้าพเจ้าได้เจอบทเรียนที่ไม่ได้เรียบเรียง หรือเรียงร้อยเป็นเล่มว่าเล่มหนึ่ง เล่มสอง หรือบอกว่าเป็นชั้นไหน และไม่รู้ด้วยว่าเป็นข้อสอบปลายภาค หรือกลางภาค เพราะเหมือนกันหมดหากเอาความสำคัญมาจับ  ซึ่งคำตอบที่ข้าพเจ้าได้รับกลับไม่ต้องใช้ความรู้ หรือสิ่งที่ข้าพเจ้าเรียกร้องจากค่ายเลย คำตอบมันอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาคำตอบทั้งบวกและลบนั้นกลับมารายงานในห้องสี่เหลี่ยม ส่งต่อสู่ค่าย สังกัดหรือไม่เท่านั้นเอง   ในการทำงานอื่น ๆ ข้าพเจ้าไม่ทราบได้ว่าการลงพื้นที่นั้นนำอะไรลงไปกับตัวบ้าง คำถามกับคำตอบไปพร้อม ๆ กันหรือคำถาม เพื่อไปหาคำตอบในพื้นที่เหมือนกับข้าพเจ้า

                       

ในเส้นทางการทำงานอื่น ๆ ไม่แน่ใจว่ามีวิธีการเคลื่อนพลความคิดเป็นอย่างไร แต่ส่วนการทำงานของข้าพเจ้ามีการเคลื่อนพลทางความคิดด้วยการลงไปเรียนรู้ว่าเขาทำอย่างนั้นด้วยเหตุใด ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น แล้วนำสิ่งเหล่านี้มาแลกกันในห้องสี่เหลี่ยมเพื่อการเรียนรู้ของเรา... ค่าย...ผลักความรู้นี่เป็นรูปแบบดี ๆ เล่าสู่กันฟังในระบบเครือข่ายหากที่ไหนเห็นด้วย รับได้ แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือความรู้ที่ถ่ายทอดผ่านการทำงานเครือข่ายพี่น้อง

 

อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ได้รับการเรียนรู้ ไม่เพียงการรับรู้ ที่กล่าวอย่างนี้เพราะว่าการเรียนรู้คือการนำมาสู่การปฏิบัติได้ ใช้ได้ ซึ่งการรับรู้เป็นเพียงการรู้แต่ทำอะไรไม่ได้รับอย่างเดียว ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่ามันมีเยอะในสังคมของเราที่ทำได้เพียงรับรู้ แต่ไม่สามารถนำมันมาทำประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ด้วยปัจจัยเงื่อนไขต่าง ๆ มากมายแล้วแต่จะสร้างขึ้นมาเพื่อตอบอะไรก็ไม่รู้ ไม่ได้ตอบคำถาม ปัญหาของพื้นที่เลยในบางครั้ง

                       

จากเหตุการณ์เหล่านี้เมื่อมาทบทวนและเทียบแล้วมันไม่เคยเปลี่ยนเลย นี่เพียงแค่นั่งย้อนหลังไปสามสี่ปีเท่านั้น หากย้อนไปหลาย ๆ ปี หลาย ๆ หน่วย หลาย ๆ ฝ่าย อะไรกันที่เปลี่ยนแปลง อะไรกันที่ทำให้การเคลื่อนที่ของความคิดดี ๆ ไม่เคยถึงฝั่งฝันซะที คำตอบนี่อยู่ที่ชุมชนหรือห้องสี่เหลี่ยม......อยู่ที่คนหนึ่งคนหรือคนหลายคน