บันทึกก่อนพูดถึงเรื่องทัศนคติ ต่อไป
เมื่อปรับทัศนคติให้เห็นถูกต้องแล้วขั้นต่อมาก็คือ การปรับเปลี่ยนด้านประพฤติกรรมให้เป็นไปในทางเกื้อหนุนสอดคล้องกันกับความคิดทัศนคติ เพื่อให้ได้ผลสำเร็จตามที่ความมุ่งหวัง จะสิ่งอื่นไปไม่ได้ นอกจากการนำไปปฏิบัติเท่านั้น
ขั้นตอนหรือวิธีการปฏิบัติ เพื่อการพัฒนาตน แบบง่ายๆทั่วไปเช่น
เมื่อมีทัศนคติที่ถูกต้องแล้ว ก็ตั้งจุดมุ่งหมาย ว่าจะเดินไปทางไหน จะทำอะไร ที่มันจะเป็นประโยชน์ ทำให้ตัวเองมีความเจริญก้าวหน้าไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อตกลงปลงใจได้แล้ว ว่าจะทำอะไร ต่อไปก็ทำใจให้มุ่งตรงต่อสิ่งนั้นอย่างไม่ลดละ มีความรักที่จะทำอย่างจริงใจ ไม่ย้อท้อ เรียกว่า มีฉันทะ
ใช้ความพยายามทำ ปฏิบัติต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความบากบั่น ประกอบกับการทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่ไปเบียดเบียน ทำในสิ่งที่เป็นกุศลและสุจริต เช่น รักษาสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ ละในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เช่น การพูดเพ้อเจ้อ ความฟุ้งซ่าน การพูดเท็จ ซึ่งเมื่อละสิ่งเหล่านี้ได้ สุขภาพ ร่างกาย จิตใจ ก็จะแข็งแรงดี พร้อมในการที่จะประกอบกิจการงานต่างๆ ด้วยวิริยะคือ เพียรพยายาม
ตรวจสอบดูตัวเองสิว่า ยังขาดอะไร ยังมีอะไรที่ยังไม่สมบูรณ์ การงานที่ทำออกมายังบกพร่องตรงไหนบ้าง แล้วเปรียบเทียบกับอดีตที่ผ่านมา ว่ามันดีขึ้นหรือเลวลงอย่างไร เช่นควรมีตารางเวลาในการทำกิจกรมต่างๆ ในตี่ละวันของเรา เช่น ควรตื่นนอน เวลาเท่าใด เวลาเท่าใดจะทำกิจกรรมอะไร และควรหัดเป็นคนตรงต่อเวลา เพราะในทางพุทธศาสนาแล้ว กล่าวว่าไม่ควรปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ โดยไม่ได้ทำอะไร ที่เป็นประโยชน์ในแต่ละวัน
แม้แต่พระพุทธเจ้า แม้พระองค์จะตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง แต่นั่นก็เกิดจากการใช้ปัญญาโดยแยบคายในการพิจารณาสิ่งต่างๆ หรือที่เรียกว่าโยนิโสมนสิการ และจากการที่พระองค์ได้สั่งสมความรู้จากการสังเกตสิ่งต่างที่อยู่รอบตัว และศึกษาจากท่านผู้รู้ต่างๆ หรือที่เรียกว่า ปะระโตโฆสะ เสียงจากผู้อื่น
เมื่อท่านได้ปฏิบัติตามที่นำเสนอมาข้างต้น เชื่อแน่ว่าจะทำให้ท่านที่ปฏิบัติเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จตามความปรารถนาของท่าน ตามหลักการดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายอย่างแน่นอนฯ
ลองทำสักนิดคงไม่เสียเวลาอันมีค่าของท่าน
ขอบคุณที่เสียสละเวลาอ่านขอรับ
ธรรมะสวัสดีขอรับ
โยนิโสมนสิการ