บ่อยครั้งเมื่อผมอ่านหนังสือ แล้วผมไม่สามารถจดจำสิ่งที่อ่านไปได้ ต้องอ่านซ้ำๆอยู่นาน หรือไม่บางทีอ่านหนังสือเรื่องหนึ่งซึ่งในเรื่องนั้นมันแบ่งย่อยเป็นหัวข้อย่อยอีกหลายๆเรื่อง อ่านไปเรื่อยๆก็เริ่มงงว่าตรงที่ผมอ่านอยู่มันอยู่ในหัวข้ออันไหน ตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมอาการอย่างนี้มันก็ไม่มีผลอะไรมากนัก เพราะเวลาในการอ่านและเนื้อหาที่ต้องอ่านมีมาก แต่พอผมเข้ามาเรียนในคณะแพทย์แล้วมันตรงกันข้ามเลย เวลาน้อย เนื้อหาเพิ่ม ผมเลยปรึกษาเพื่อนหลายๆคน ว่าทำไงดี ส่วนใหญ่ก็แนะนำให้ผมทำโน้ตย่อ…
“โน้ตย่อ”… เป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่ผมไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับมันเลยตั้งแต่อยู่มาบนโลก 18ปี ผมเลยถามเพื่อนว่ามันเป็นยังไง ทำเพื่ออะไร แล้วเพื่อนผมก็ยื่น โน้ตย่อที่เพื่อนผมทำไว้มาให้ผมดู เป็นสมุดธรรมดาๆ ผมลองเปิดส่วนที่เป็นการย่อเนื้อหาที่ผมเคยอ่านจากในหนังสือไปแล้วเอาไว้ พอผมเห็นก็แปลกใจ ที่ผมอ่านมาจากหนังสือเนื้อหามันเยอะแยะยี่สิบสามสิบหน้า แต่เพื่อนผมทำให้มันเหลือเพียงหน้าสองหน้า แถมที่เพื่อนผมเขียนไว้มีเนื้อหาครบตามที่ผมอ่านมาเลย(บางทีก็มีมากกว่า) วินาทีนั้นผมคิดได้เลยว่า “กูทำบ้างดีกว่า”
ครั้งแรกที่ผมทำโน้ตย่อ ผมลอกประโยคหรือข้อความที่ผมเห็นว่ามันสำคัญจากหนังสือ เรียงไปเป็นข้อๆ พอทำเสร็จแล้วผมลองอ่านดู… “กูทำเพื่อ…?” ที่ผมทำมันไม่ต่างกับเขียนหนังสือที่ผมอ่านซ้ำเลย ผมเลยลองหาข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการทำโน้ตย่อจากเวปไซต์ http://blog.spu.ac.th/Dhanapon/2009/04/03/entry-3 ก็พอเห็นแนวทางบ้าง ผมลองทำใหม่อีกครั้ง คราวนี้ผมลองเขียนเป็นแผนผังความคิดก่อน แยกเป็นหัวข้อ เพราะทำให้ผมไม่สับสนเนื้อหาว่าเนื้อหาย่อยไหนอยู่ในเนื้อหาหลักไหน จากนั้นจึงลงรายละเอียดทีละหัวข้อโดยเขียนเฉพาะเนื้อหาที่สำคัญซึ่งผม “เน้น”หรือไฮไลท์เอาไว้ แล้วตรงจุดนี้ก็เป็นปัญหาอีก ผมจับประเด็นสำคัญไม่ค่อยเก่ง เวลาจะเน้นก็ไม่รู้อะไรสำคัญ เน้นไปเน้นมากลายเป็นว่าเน้นเกือบหมดหน้า(ไม่เชื่อ เพื่อนๆลองมาดูชีทหรือหนังสือเราได้นะ) ประมาณว่าต้องใช้สีทาบ้านแทนปากกาไฮไลท์ ผมจึงลองอ่านส่วนที่ผมไฮไลท์แล้วสรุปเป็นคำพูดของผมแทน ซึ่งก็พอช่วยได้บ้าง หลังจากทำโน้ตย่อนี้เสร็จและลองอ่านดู ผมว่าช่วยผมได้มากขึ้นในเรื่องของการสับสนหัวข้อของเนื้อหา แต่ในเรื่องของการจดจำเนื้อหายังคงมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งจากlinkที่ผมเข้าไปศึกษาข้างต้นนั้น แนะนำให้เขียนเหมือนกับว่าไม่ต้องเขียนเนื้อหาหมด เขียนเพียงบางส่วน ส่วนที่เหลือให้มันอยู่ในหัวของเรา ซึ่งตอนนี้ผมยังไม่สามารถทำได้แต่ก็ค่อยๆปรับปรุงอยู่ และคิดว่าผมคงจะทำโน้ตย่อได้เหมือนที่หลายๆคนทำ แต่คงต้องใช้เวลา…
ภาคผนวก
http://blog.spu.ac.th/Dhanapon/2009/04/03/entry-3
เริ่มทำครั้งแรก : 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ปรับปรุงครั้งที่ 1 : 11 กันยายน พ.ศ. 2552
โน๊ตย่อ ช่วยได้เยอะจิงๆ
เวลาเนื้อหาเยอะๆ อ่านไปก็งง
ต้องมาสรุปสั้นๆ เอาความเข้าใจตัวเอง
ส่วนมากเค้าก็ชอบทำเปน mind mapping นะ
ย่อดี ย่อมากจนไม่รู้เรื่องเรยหล่ะ ก๊ากกกกกกกกกก >,<
อู้หู้น้องไอซ์
คราวหลังเอามาให้อ่านมั่งนะ
โน้ตย่อน่ะ
เค้าก็ทำนะ แต่มันก็ไม่ย่อ
เวลาใช้ไฮไลท์ก็ใช้ ใช้มันเกือบทั้งหน้าเลย
แล้วเวลาจำได้ ก็ดันจำได้ตรงที่ไม่ไฮไลท์เพราะมันมีน้อยและกลายเป็นว่าเด่นกว่า
ปัญหาของเค้า
แก้ได้ด้วยโน้ตย่อ
ใช่หรือไม่
เอินเอง
โน้ตย่อ ช่วยสรุปความรู้ได้ดีนะ
จะทำให้เราจดจำได้ เราพะมันผ่านมือของเรา
อีกอย่างถ้าเราทำไว้แต่เนิ่นๆ
เวลาสอบ ก็ไม่ต้องมานั่งอ่านใหม่อีกที
อ่านแค่โน้ตย่อนั่นแหละ
ประหยัดเวลา เนื้อหาครบ!!!
อื้มม.. เค้าก็พยายามทำโน๊ตย่อเหมือนกัน
ทำให้จำได้มากขึ้นจริงๆแหละ
น่าเรียนรู้มากๆ
สีทาบ้าน แทน ไฮไลท์ คำนี้ใช่เลยอะ
ถ้าโน้ตย่อเป็นแล้วจะมีประโยชน์มากจริงๆ
ช่วยได้เยอะเลย เวลาอ่านหนังสือ
แต่เค้า .. ก้ยังทำไม่ได้ สู้ๆๆละกันนะ