ทัศนคติความเห็นของคนมีผลต่อศักยภาพของคน  เพราะมันเป็นดังกุญแจไขประตูที่นำให้คนสามารถเข้าสู่ห้องคือความสำเร็จที่ตามความต้องการ  หรือหากถ้าเป็นทัศนคติที่เป็นแง่ลบต่อตนเองก็อาจจะเป็นเหมือนประตูที่ล๊อกไว้แต่ไม่มีกุญแจไขเข้าไป ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้  ในทางพุทธศาสนา  ก็คือต้องปรับทัศนคติให้ถูก  นั่นคือ  การมีสัมมาทิฏฐิ ทำความเห็นของตนไห้ถูกตามหลักความเป็นจริงตามธรรมชาติของโลก  เช่นว่า 

 มีความเห็นที่ถูกต้องในการทำความดี  ไม่ทำความดีเพราะเห็นแก่ลาภ ยศ  สรรเสริญ  หรือเกรงกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  แต่จงทำความดีนั้น  เพราะเห็นว่ามันเป็นความดีหรือสิ่งที่ต้องทำแม้ว่าบางครั้ง  ตัวเองจะไม่รูสึกว่าได้รับผล

 รู้สภาวะความเป็นไปของโลก คือ เมื่อมีเกิดขึ้น ก็มีการเปลี่ยนแปลงไป และดับไปเป็นธรรมดา  เมื่อมีสุขก็มีทุกข์เคล้าปนกันไป  มีลาภ  เสื่อมลาภ  มียศ  เสื่อมยศ  มีสรรเสริญ  มีนินทา อย่างนี้เป็นต้น  ตามโลกธรรม ๘  ซึ่งเมื่อรู้เห็นอย่างนี้แล้ว  ก็จะได้ไม่ไปทำความทุกข์ใจเสียใจหรือดีใจจนเกินไปกับสิ่งเหล่านั้นที่เกิดขึ้น         

 

 ขอให้เชื่อด้วยปัญญาเถิดว่า  ทุกคนที่เกิดมามีกรรมเป็นกำเนิด  มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์  ไม่ว่าจะทำกรรมใดไว้  ไม่ว่าจะดีหรือเลว  ย่อมจะได้รับผลของกรรมนั้น  ตามที่ตนทำไว้  เพราะการที่เชื่อเช่นนี้ จะทำให้เรารู้จักปรับปรุงตัวเอง หรือพัฒนาตนเองขึ้นไปเรื่อยๆ  ได้  แต่ไม่ใช่ให้ชีวิตตนแล่นไปตามกระแสโลกหรือกระกิเลสตัณหา  เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เราได้ในปัจจุบันไม่ดี  ก็เพราะกรรมคือการกระทำในอดีตเราทำไว้ไม่ดีหรือการทำดีที่ผ่านมายังไม่สุกงอมเต็มที่  ฉะนั้น  จงหมั่นทำดีในปัจจุบัน  เพื่อว่าผลความดีจะได้ปรากฏในอนาคต    

จงจำไว้อย่างหนึ่งว่าเพื่อนที่แสนดีที่สุดเราก็คือตัวเราเอง ตนเป็นที่พึงของตน ความคิดหรือดวงจิตของคนเรานั้นเป็นไปตามที่เราคิด  และเป็นไปตามความเชื่อ  จงอย่าปล่อยเจ้าตัวหนอนแห่งความวิตกกังวล  แห่งความโกรธ  เกลียด  กลัว และความระทมทุกข์มาครอบงำใจ  นิสัยเจ้าทุกข์นี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี จะให้จิตใจหดหู่  ห่อเหี่ยว  และอ่อนแอ ในที่สุดก็จะไม่ทำอะไร  จงพยามสลัดนิสัยที่ไม่ดีเหล่านี้ออกไปให้หมด  อย่าให้มันมาครอบครองจิตใจได้

ทัศนคติของท่านละเป็นเช่นไร

ธรรมะสวัสดีขอรับ..