ชีวิตที่พอเพียง : ข้อคิดเห็นเรื่องนโยบายวิทยาศาสตร์ของประเทศ ๒. การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน


ตอนที่ ๑

          ผลสัมฤทธิ์ของการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยตกต่ำลงในทุกด้าน   รวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์    ทำให้ผมพยายามทำความเข้าใจสาเหตุ    และพบว่ามี ๒ สาเหตุใหญ่ คือ  (๑) ความผิดพลาดในการจัดการระบบการศึกษาในภาพรวม   หรือกล่าวว่าเป็น systems failure)  (๒) ผลิตครูวิทยาศาสตร์ผิด  คือวิธีที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่ผลิตศึกษาศาสตรบัณฑิต วิชาเอกวิทยาศาสตร์ ได้ครูที่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไม่แน่นพอ   ไม่รู้จริง  


          รศ. ดร. กำจัด มงคลกุล เข้าไปค้นใน internet พบว่าในประเทศที่การศึกษามีคุณภาพสูงเขาผลิตครูต่างจากของเรา   คือเขาผลิตครูวิทยาศาสตร์โดยให้เรียน วท.บ. ก่อน    แล้วจึงต่อด้วยวิชาครู ๑ ปี   จึงได้ครูวิทยาศาสตร์ที่ฐานแน่น


          ครูราเฟ ครูเพื่อศิษย์ในดวงใจของผม เล่าวิธีสอนวิทยาศาสตร์ที่ผิดพลาดของตน   และได้แก้ไขจนประสบความสำเร็จสูงมากไว้ ที่นี่     ผมคิดว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ควรมีส่วนกระตุ้นการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องในทุกระดับ   ให้คนไทยไม่ว่าจะเรียนสาขาใดมีพื้นฐานการคิดเชิงวิทยาศาสตร์


          กระทรวงวิทยาศาสตร์ควรมีวิธีทำงานเพื่อร่วมสร้าง “scientific thinking” ในคนไทยทุกอายุ ทุกระดับการศึกษา    ไม่ควรถือว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ จึงไม่ล้ำเส้นเข้าไปทำ    เรื่อง scientific thinking ของคนไทยสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้กระทรวงเดียวดำเนินการ   ควรต้องดำเนินการในหลากหลายทาง   

วิจารณ์ พานิช
ก.ค. ๕๒


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (3)

krusiriwan
IP: xxx.31.41.126
เขียนเมื่อ 

“scientific thinking” สำคัญเกินกว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการเพียงลำพัง ควรดำเนินการในหลากหลายหนทางเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ที่โรงเรียนมีครูวิทยาศาสตร์ ๙ คน จบ วทบ.มาเพียงคนเดียว ขณะนี้พยายามยกระดับครูด้วยการส่งเข้าไปร่วมพัฒนากับ สอวน.และมหาวิทยาลัยต่างๆ ในรูปแบบโครงการร่วม

ด้วยหวังที่จะให้ครูมีฐานแน่น ไม่เช่นนั้นคงลำบากโดยเฉพาะโรงเรียนรอบนอก ที่การพัฒนาครูยังเป็นแบบ Training Mode มากกว่า Learning Mode ยอมรับว่า

เหนื่อยและลำบากมากในระดับโรงเรียน ในเรื่องนี้ ดีใจที่ท่านสนใจเรื่องนี้อย่างตรงเป้า

krusiriwan
IP: xxx.31.41.126
เขียนเมื่อ 

scientific thinking” สำคัญเกินกว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการเพียงลำพัง ควรดำเนินการในหลากหลายหนทางเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ที่โรงเรียนมีครูวิทยาศาสตร์ ๙ คน จบ วทบ.มาเพียงคนเดียว ขณะนี้พยายามยกระดับครูด้วยการส่งเข้าไปร่วมพัฒนากับ สอวน.และมหาวิทยาลัยต่างๆ ในรูปแบบโครงการร่วม

ด้วยหวังที่จะให้ครูมีฐานแน่น ไม่เช่นนั้นคงลำบากโดยเฉพาะโรงเรียนรอบนอก ที่การพัฒนาครูยังเป็นแบบ Training Mode มากกว่า Learning Mode ยอมรับว่า

เหนื่อยและลำบากมากในระดับโรงเรียน ในเรื่องนี้ ดีใจที่ท่านสนใจเรื่องนี้อย่างตรงเป้า

เขียนเมื่อ 

ครูวิทยาศาสตร์ตามโรงเรียน หลายท่านไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ หนักเข้าไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์มาก็มี เช่น ให้อาจารย์คณิตศาสตร์มาสอนแทน ก็ใช้วิธีสอนตามตำรา ไม่ใช่สอนตามประสบการณ์ หรือให้เห็นประโยชน์

การผลิตครูผิด ทำให้เห็นภาพที่ตกต่ำไปอีกว่า ต่อไปครูที่จะสอนวิทยาศาสตร์ได้มีคุณภาพ คงจะหาได้ยากขึ้นมาก เงินเดือนครูก็น้อยจนหาคนมีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์มาสอนได้ยาก เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต่อไปอาจตกต่ำกว่านี้