การตัดสินใจเลือกเส้นทางอนาคตของเด็กๆ

     

     

       ช่วงนี้ครูมีภารกิจเพิ่มเติมจากปกติ 2 เรื่อง คือ เขียนใบรับรองในการศึกษาต่อให้กับพี่ม.6 หรือใบรับรองเข้าร่วมกิจกรรมค่ายของน้อง ม. 5 และตอบคำถามผู้ปกครองว่า ลูกควรเรียนอะไรดี หรือลูกเหมาะกับคณะ....นี้หรือเปล่า ทำให้ได้รับรู้ถึงปัญหา หรือแนวโน้มการเลือกคณะในการศึกษา แต่ครูนกก็อยากให้ลูกศิษย์แต่ละคนค้นหาความชอบของตนเองให้เจอ (อย่างเร็วที่สุด)

      ดังนั้นเมื่อมีโอกาสคุยกับผู้ปกครองตอนเยี่ยมบ้าน   ครูนกมักจะคุยกับพ่อแม่ในลักษณะให้ข้อมูล  และแง่คิดต่างๆที่ได้รับฟังจากศิษย์รุ่นก่อนๆ เกี่ยวกับการเรียนคณะที่นักเรียนหรือผู้ปกครองสนใจ  นักเรียนม.หก สายวิทยาศาสตร์ที่คุยกับครูนกส่วนใหญ่จะมีคณะในดวงใจ  มีส่วนน้อยที่ยังลังเล  ส่วนนักเรียนชั้นม.ห้า ส่วนใหญ่จะยังไม่รู้คณะอะไรดี  ครูนกมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะลังเลในช่วงนี้ แต่ครูนกบอกว่าพยายามหาจุดยืนให้ได้เร็วๆ จะได้ปักธงและทำฝันให้เป็นจริง เพราะเวลาไม่เคยคอยใคร

      ส่วนด้านพ่อแม่..ครูนกดีใจที่ส่วนใหญ่ของผู้ปกครองที่ได้มีโอกาศเยี่ยมบ้าน จะพูดว่า แล้วแต่เขาค่ะ(ครับ)ครู  เราคอยสนับสนุน  แต่ก็มีส่วนเล็กๆ ที่ยังคงอยากให้ลูกเรียนคณะแพทยศาสตร์ ขณะที่ลูกส่ายหน้า  กรณีแบบนี้ครูนกบอกว่า  ให้เขาทำตามศักยภาพของเขาจะดีที่สุด  ครูนกก็ตอบไม่ได้ว่าเขาจะต้องเรียนคณะอะไร  แต่ครูนกเชื่อว่า การทำอะไรก็ตามถ้าสิ่งนั่นเป็นสิ่งที่เรารัก...ผลลัพธ์จะออกมาสวยงาม

      สำหรับครูนก...ศิษย์จะเป็นอะไรก็ได้ แต่อยากให้เป็นคนดี รักในประเทศไทยและภาษาไทย เท่านั้นก็พอแล้ว

      ปล.บันทึกนี้เกิดขึ้นเพราะไปนั่งรื้อภาพเก่าๆ ที่ถ่ายไว้...เพื่อจะหาภาพเมฆสวยๆ เจอรูปนี้...ซึ่งครั้งแรกที่เห็น...บอกตนเองไว้เลยว่า ต้องถ่ายภาพนี้...เพราะทำให้นักท่องเที่ยวกางแผนที่แบบครูนกต้องตั้งสติว่า..เราจะไปไหนดี