บางครั้งคิดอะไรใหม่ คิดอะไรแปลก ที่ไม่ค่อยได้ทำกันเป็นประจำ ก็ต้องยอมรับว่า ต้องมีการเปลืองตัวอยู่บ้าง

 

     อะไรที่หลุดกรอบ หรือ นอกกรอบจากความเคยชิน ก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีกระแสคำวิพากษ์ วิจารณ์

 

     สำหรับผม ไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่นักกับการณ์แบบนั้น แม้จะมีคนโกรธ คนเคืองบ้าง แบบว่า...

 

จะโกรธจะเคืองกันอย่างไร ให้ดีต่อกันไว้ แม้นานเท่าไร.....เพลงของสุกัญญา มิเกล (คงจะดีเอง) เหมือนท่านอาจารย์จิตเจริญชอบสอนผม การเวลาพิสูจน์ม้า การเวลาพิสูจน์ระยะทาง

 

ผมเป็นพวกชอบคิด และ ทำอะไรแปลกๆบ่อยๆ เพียงเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม

 

ถ้าจะทำเพียงเพื่อตัวเอง ก็คือ การไม่ทำอะไรเลย ไม่คิดอะไรเลย รอและรอและรอ ให้มีคนสั่งทำก็พอ ก็อยู่ได้สบายๆ รับเงินเดือนเท่าเดิม

 

ในสถานการณ์ หรือ การทำงานยุคใหม่ ผมลืมไปแล้วแบบ TopDown คือ ทำงานตามสั่ง เพราะทำให้คนที่ถูกสั่ง ขาดโอกาสฝึกทักษะการคิด

 

ผมทำแบบ BottomUp คือ เสนอแนวคิดในสิ่งที่อยากจะทำ แต่ก็บนขอบข่ายของสิ่งที่จะต้องทำ ให้ ToP พิจารณา ถ้า ok ก็ GoAhead ผิดรับเองชอบก็รับได้ร่วมกัน ชิว ชิว ไม่มีปัญหา

 

การมีคนวิพากษ์วิจารณ์ การมีคนพูดถึงเรา นั้นหมายความว่าสิ่งที่เราทำนั้น เข้าตา+หรือ- ก็ดีทั้งนั้นครับ เพียงแต่เราตอบคำถามได้ว่า ทำไปเพราะเหตุผลกลใด เพื่ออะไร และจะทำอย่างไร สู่เป้าหมายร่วม

 

เกียร์ว่างสำหรับผมไม่เคยมี เพราะคุณค่าของ ฅน นั้น วัดได้..

 

ไม่ทำ ไม่คิด ผมก็คิดว่าไม่มีใครไล่ออกแน่ ทำตามน้ำ ตามสั่งการไปวันๆ ก็อยู่ได้

 

แต่ผมนั้นคงทำไม่ได้แน่นอน...เพราะกลับมาบ้าน Self Refect ตัวเองหาความภูมิใจก่อนนอนไม่ได้แน่ ถ้าจะอยู่เฉย และไม่รู้จะทำอะไร ถ้าไม่มีคนสั่ง ไม่มีความท้าทายที่จะชวนให้รีบรุกอยากไปทำงานแต่ละวัน

 

มิติใหม่ของความคิด

 

แตกต่างทางความคิด แต่ไม่แตกแยกเพื่อการพัฒนา นะครับ

 

แจ๊ค...กำ-ปะ-นาด

 

มันส์ดีครับ

ที่สำคัญที่สุด คือ ทีมงาน หรือ Team Work เปิดใจ เปิดความคิดเห็น ไม่เก็บไว้