ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มใด ควรมีระบบการจัดการงานวิจัยทั้งสิ้น   แต่มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติควรเอาใจใส่เรื่องนี้มากเป็นพิเศษ   โดยการจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยควรมีเป้าหมายต่อไปนี้


๑.  เพื่อนำเอาความรู้ที่มีอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ไปทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ต่อชุมชนหรือท้องถิ่น


๒.  เพื่อเชื่อมโยงอาจารย์ผู้มีความรู้กับแหล่งทุน  


๓.  เพื่อเชื่อมโยงอาจารย์ผู้มีความรู้กับแหล่งที่ต้องการใช้ความรู้    จะเห็นว่าที่ผ่านมา การจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ เน้นเฉพาะข้อ ๒   ทำงานข้อ ๓ น้อยมากหรือไม่ได้ทำเลย


๔.  ดำเนินการเชิงรุก   ออกไปหาภาคี หรือหาลูกค้า   ไม่ใช่ตั้งรับ ณ ที่ตั้ง


๕.  ดำเนินการเพื่อสื่อสารกิจกรรมหรือผลงานวิจัยกับสังคมวงกว้าง   เพื่อสร้างศรัทธาของสังคมหรือสาธารณชนต่อมหาวิทยาลัย และต่อการลงทุนวิจัย ต่อคุณค่าของการวิจัย   เราต้องตระหนักว่า เวลานี้สังคมไทยไม่ศรัทธาต่องานวิจัย ไม่เห็นคุณค่าของการลงทุนวิจัย


๖.  อื่นๆ (เชิญช่วยกันเติมครับ)


          ในบันทึกนี้ ผมขอกล่าวเฉพาะเรื่องข้อ ๓ – ๕   เพื่อเสนอแนะแนวทางจัดการงานวิจัยแนวใหม่ และพัฒนาทักษะใหม่ในการจัดการงานวิจัย   คือทักษะเชื่อมโยงกับแหล่งโจทย์วิจัย  อันได้แก่ทักษะต่อไปนี้


 รู้ว่าในขณะนั้นๆ แหล่งโจทย์วิจัยที่มหาวิทยาลัยจะเข้าไปเสนอตัวรับใช้ อยู่ที่ไหน เรื่องอะไร   จะติดต่อคุยกับใคร


 มีทักษะในการติดต่อและสร้างความประทับใจแก่แหล่งโจทย์วิจัย


 รู้ว่ามีอาจารย์หรือนักวิจัยท่านใด หรือกลุ่มใด ที่มีศักยภาพและความพร้อมที่จะไปพูดคุยทำความชัดเจน  และนำมากำหนดโจทย์วิจัยและเขียนข้อเสนอโครงการ


 มีทักษะในการติดต่อประสานงาน และสร้างความประทับใจ แก่อาจารย์และนักวิจัย  


 รู้ว่าโจทย์วิจัยนั้นๆ จะนำไปเสนอขอการสนับสนุนการเงินจากแหล่งทุนใด   ซึ่งอาจเป็นหน่วยงานเจ้าของปัญหานั้นเองก็ได้    หรืออาจมีแหล่งทุนที่สนใจให้ทุนวิจัยต่อปัญหาแนวนั้น


 มีทักษะในการติดต่อประสานงาน และสร้างความประทับใจ กับแหล่งทุน 


 มีทักษะในการเขียนบทความ ย่อยผลงานวิจัยเสนอในสื่อมวลชน   ให้น่าสนใจและเข้าใจง่าย


 รู้จักสื่อมวลชนประเภทต่างๆ  รู้จักและสนิทสนมกับผู้ทำงานในหน่วยงานเหล่านั้น   และมีทักษะในการทำงานประสานงานเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน   เพื่อนำความรู้เผยแพร่แก่สาธารณชน   ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน    ย้ำว่าเน้นประโยชน์ของสาธารณชนมากกว่าประโยชน์ของมหาวิทยาลัย หรือวงการวิจัย   เพราะเราต้องการให้สาธารณชนเห็นคุณค่าของงานวิจัยและการลงทุนทำวิจัยด้วยตัวของเขาเอง   ไม่ใช่เพราะมีคนไปบอกเขา


 ทั้งหมดนั้น ต้องทำงานเชิงรุก   รุกออกไปหาภาคี   และต้องทำงานเป็นทีมภายในหน่วยจัดการงานวิจัยเอง และร่วมกับภาคีภายนอก 


 อื่นๆ (เชิญร่วมกันเติมครับ)

วิจารณ์ พานิช
๑๓ ก.ค. ๕๒