คำว่า "พันธมิตร" (Partner) มิได้เป็นคำที่เกิดขึ้นใหม่ แต่เดิมโดยนัยแห่งความหมาย หมายถึง การร่วมมือกันทางทหาร ดังจะเห็นได้จากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการร่วมมือกันทางทหารเกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากสถานการณ์ของโลกเกิดความตึงเครียด แต่ละประเทศกลัวภัยแห่งสงคราม จึงรวมกลุ่มกันเพื่อป้องกันหรือต่อสู้ผู้รุกราน
ต่อมาแนวทางการรวมกลุ่มได้เปลี่ยนมาเป็นการรวมกลุ่มกันทางธุรกิจในภาคเอกชน การจับมือร่วมเป็นพันธมิตรระหว่างองค์กร เป็นกลยุทธ์การบริหารธุรกิจที่ใช้กันมานานแล้ว และยังใช้ได้ดีมาจนถึงปัจจุบัน เช่น การประกอบธุรกิจของ "ห้างหุ้นส่วน" การเป็นพันธมิตรของสายการบินต่างๆ (Star alliance) หรือการทำข้อตกลงในรูปของทวิภาคีในรูปแบบการค้าเสรี (Free trade Agreement : FTA) เป็นต้น
ลองอ่านตัวอย่าง Case Study
ต่อไปนี้
ASIANET: อินแกรม ไมโครจับมือโซเลคตรอนให้บริการรูปแบบใหม่
แคลิฟอร์เนีย--16 มิ.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/เอเชียเน็ท
บริษัทอินแกรม ไมโคร อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของโลกในด้านการจัดจำหน่ายขายส่งสินค้าและบริการด้าน เทคโนโลยี และบริษัทโซเลคตรอน คอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นผู้จัดหาบริการด้านการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ให้กับลูกค้าเฉพาะ รายทั่วโลก ได้ประกาศเมื่อวานนี้ว่าบริษัททั้งสองได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงที่ไม่มี ข้อผูกมัดเพื่อร่วมกันจัดตั้งพันธมิตรทางกลยุทธ์ขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้บริการด้านการประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ตามคำสั่ง ของลูกค้า (build-to-order and configure-to-order) ทั่วโลกเพื่อใช้ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เซิร์ฟเวอร์และสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในสหรัฐ, แคนาดา, ยุโรป, เอเชีย และละตินอเมริกา ส่วนเงื่อนไขทางการเงินและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับประกาศนี้ยังไม่ได้รับ การเปิดเผย นอกจากนี้ ทางบริษัททั้งสองได้วางแผนจะเริ่มต้นจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าก่อนสิ้นปีนี้
ภายใต้เงื่อนไขในข้อตกลง บริษัททั้งสองวางแผนจะเสริมกำลังทรัพยากรของบริษัททั้งสองให้สูงขึ้น ซึ่งรวมถึงโรงงาน, ระบบ และบุคลากรที่มีอยู่ เพื่อให้บริการด้านการผลิตสินค้าตามคำสั่ง (build-to-order) ในระดับเฟิสท์คลาสได้ ทั้งนี้ บริษัททั้งสองจะบริหารโครงการพันธมิตรนี้ภายใต้ศูนย์บริหารร่วมซึ่งประกอบ ด้วยพนักงานฝ่ายขายและการตลาด, ฝ่ายจัดการโปรแกรม, ทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และวิศวกรด้านกระบวนการและการทดสอบ
โครงการพันธมิตรนี้จะก่อให้เกิดหนึ่งในทีมงานที่แข็งแกร่งที่สุดในแวดวงอุตสาหกรรมการจัดจำหน่ายและการให้บริการด้านการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้บริการวางรูปแบบสินค้า (configuration)
ทั่วโลกขึ้นเป็นกิจการแรก ทั้งนี้ ผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นแบบ (OEMs),
รีเซลเลอร์มูลค่าเพิ่ม, และลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากเส้นทางการจัดหาสินค้า (supply
chain)
ที่ได้รับการกำหนดใหม่และได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นในโครงการ
นี้ นอกจากนี้ ยังเป็นที่คาดกันว่ารูปแบบของโครงการนี้จะช่วยลดต้นทุน, เวลา
และสินค้าคงเหลือใน supply chain
ให้ลดน้อยลงได้พร้อมกับเพิ่มพูนความยืดหยุ่นด้านการประกอบสินค้าและวางรูป
แบบสินค้าให้ขึ้นสู่ระดับสูงสุด
โครงการพันธมิตรนี้จะเปิดโอกาสให้
Frameworks (TM) Total Integration Services
ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มด้านการประกอบและวางรูปแบบสินค้าที่มีช่องทางจัดจำหน่ายทั่วโลกของบริษัทอินแกรม
ไมโคร
ให้สามารถจัดส่งระบบที่ได้รับการผลิตขึ้นสำหรับลูกค้าเฉพาะรายและได้รับการ
ทดสอบเต็มที่แล้ว ให้กับรีเซลเลอร์จากสถานที่ 11
แห่งทั่วโลกได้โดยได้ใช้ประโยชน์จาก footprint
ที่มีอยู่ทั่วโลกของทั้งบริษัทอินแกรม ไมโครและบริษัทโซเลคตรอน
ทั้งนี้ เมื่อต้นปีนี้บริษัทอินแกรม ไมโครได้ประกาศแผนที่จะเปิดศูนย์
integration ขึ้น 5 แห่งในภูมิภาคสำคัญ ดังนั้น โครงการพันธมิตรนี้จะช่วยกระตุ้นและขยายกิจการของบริษัทอินแกรม
ไมโคร ในด้าน global channel assembly
ออกไปด้วยการจัดวางโรงงานประกอบชิ้นส่วนเพิ่มเติมให้ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับศูนย์กลางการจัดจำหน่ายในทุก
ๆ ตลาด
นายเจอร์เร แอล. สเต็ด
ประธานกรรมการและซีอีโอบริษัทอินแกรม ไมโคร ได้กล่าวว่า
"ในฐานะที่เราเป็นผู้นำโลกในอุตสาหกรรมด้านนี้
เรามีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันความพยายามนี้เพื่อประโยชน์แก่รีเซลเลอร์,
หุ้นส่วนซัพพลายเออร์ และ OEMs ของเรา เป้าหมายร่วมกันของเราคือการจัดส่งสินค้าเทคโนโลยีล่าสุดให้ตรงตามความต้องการของรีเซลเลอร์และลูกค้าของเรา
เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับบริษัทโซเลคตรอน
ซึ่งเป็นผู้นำคุณภาพในด้านการผลิตกระบวนการอันยอดเยี่ยม
เพื่อกำหนดรูปแบบให้กับอุตสาหกรรมใหม่นี้"
ดร. โค นิชิมูระ ประธานกรรมการ,
ประธาน และซีอีโอบริษัทโซเลคตรอน ได้กล่าวว่า "การจะรักษาความสามารถทางการแข่งขันไว้ให้ได้ภายในตลาดยุคปัจจุบันซึ่งมี
วิวัฒนาการอย่างรวดเร็วนั้น OEMs จำเป็นต้องลดต้นทุนลงและจำเป็นต้องปรับปรุงเวลาในการจัดส่งสินค้าสู่ตลาดและ
เวลาในการผลิตสินค้าปริมาณมาก
โครงการพันธมิตรซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความเหนือชั้นด้านการจัดส่งสินค้า
ของบริษัทอินแกรม ไมโครนี้
จะเป็นการนำเสนอรูปแบบอุตสาหกรรมใหม่ซึ่งทำให้ supply chain
มีประสิทธิภาพมากที่สุดในด้านการให้ความยืดหยุ่นแก่ลูกค้าและในการให้สินค้า
ที่มีคุณภาพสูงสุดด้วยต้นทุนรวมต่ำสุดแก่ลูกค้าด้วย
บริษัทโซเลคตรอนจะสามารถขยายช่องทางเข้าสู่ตลาดออกไปได้ด้วยเช่นกันด้วยการ
ส่งเสริมความเป็นผู้นำของบริษัทอินแกรม
ไมโครและด้วยการส่งเสริมความสามารถของบริษัทอินแกรม
ไมโครในการสร้างความต้องการสินค้าขึ้นภายใน channel"
ด้วยการส่งเสริมประสิทธิภาพให้กับความสามารถหลักของแต่ละหุ้นส่วนในการบริหาร
logistics , การประกอบระบบรอง, การทดสอบระบบ,
กระบวนการผลิตสินค้าตามคำสั่ง build-to-order, configure-to-order และ
front- and back-end order ดังนั้น จึงเป็นที่คาดกันว่าโครงการพันธมิตรนี้จะทำให้บริการจัดส่งสินค้าต่อ
channel ของรีเซลเลอร์มีประสิทธิภาพดีที่สุด
นายสเต็ดกล่าวว่า
ผู้บริโภคต้องการสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในตลาด
และปัจจัยนี้ทำให้รีเซลเลอร์ต้องพัฒนาวิธีการทำธุรกิจและวิธีการจัดส่งสินค้าด้วย
โครงการพันธมิตรนี้จะช่วยให้รีเซลเลอร์สามารถลดต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้าคงเหลือ
และช่วยหลีกเลี่ยง touch costs
ที่ซ้ำซ้อนซึ่งเกิดขึ้นจากการวางรูปแบบใหม่ให้กับระบบที่ประกอบไว้เรียบร้อย
แล้วเพื่อให้ตรงตามความต้องการเทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้า
ภายใต้รูปแบบอุตสาหกรรมใหม่นี้
รีเซลเลอร์สามารถส่งคำสั่งซื้อให้กับบริษัทอินแกรม ไมโคร
และทางบริษัทอินแกรม
ไมโครจะโอนคำสั่งนี้ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปให้กับหนึ่งในโรงงานประกอบ
สินค้าที่อยู่ในโครงการพันธมิตร
โรงงานประกอบสินค้านี้จะผลิตสินค้าขึ้นให้มีรายละเอียดตรงตามคำสั่งซื้อและ
จะจัดส่งสินค้าไปให้กับรีเซลเลอร์โดยตรง
ด้วยความยืดหยุ่นเช่นนี้เอง
รีเซลเลอร์จะสามารถสั่งสินค้าที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะราย
และยังได้รับหนึ่งในบริการการขนส่งที่รวดเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมนี้โดย
คุณภาพไม่ลดลงด้วย
OEMs
จะได้รับประโยชน์จากโครงการพันธมิตรนี้เนื่องจาก OEMs
จะสามารถใช้ประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นนี้มาตอบสนองความต้องการสินค้าประเภท
build-to-order ได้ พร้อมกับปรับปรุง supply chain
ทั่วโลกให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นด้วย นอกจากนี้
ยังเป็นที่คาดกันว่าโครงการพันธมิตรนี้จะช่วยเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่ม
เติมให้ OEMs เพื่อจะได้ตอบสนองความต้องการในตลาดโลกได้ดีขึ้น
อีกเป้าหมายหนึ่งของโครงการพันธมิตรนี้คือการช่วยให้ OEMs
สามารถลดต้นทุนด้าน logistics และ
handling ,
สามารถจำกัดความรับผิดชอบด้านสินค้าคงคลัง
และสามารถหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ล้าสมัย
Frameworks
เป็นโครงการริเริ่มด้านการประกอบและวางรูปแบบสินค้าที่มีช่องทางจัดจำหน่าย
ทั่วโลกของบริษัทอินแกรม ไมโคร
ซี่งสามารถจัดส่งระบบที่ได้รับการผลิตขึ้นสำหรับลูกค้าเฉพาะรายและได้รับการ
ทดสอบเต็มที่แล้วให้กับรีเซลเลอร์ได้ บริษัทอินแกรม ไมโคร
ได้เริ่มเปิดให้บริการ Frameworks
ในเดือนก.ค.ปีที่ผ่านมาเพื่อให้บริการ integration
ที่มีประสิทธิภาพสูงโดยได้รับความสนับสนุนจากบริษัทคอมแพค, ดิจิตัล,
เอชพี, ไอบีเอ็ม และบริษัทเจ้าของยี่ห้อคอมพิวเตอร์รายใหญ่อื่น ๆ
บริษัทอินแกรม ไมโคร
อิงค์ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซานตา อานา รัฐแคลิฟอร์เนีย
ถือเป็นบริษัทชั้นนำของโลกในด้านการจัดจำหน่ายขายส่งสินค้าและบริการด้าน
เทคโนโลยี
และเป็นบริษัทชั้นนำในด้านการจัดหาบริการประกอบและวางรูปแบบสินค้า
โดยทางบริษัททำยอดขายในปี 1997 ได้กว่า 1.65 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้
บริษัทอินแกรม ไมโครและบริษัทในเครือได้เปิดดำเนินงานในประเทศ 31
ประเทศ และจัดจำหน่ายสินค้ากว่า 145,000 ชิ้นให้กับรีเซลเลอร์กว่า
100,000 รายในประเทศ 120 ประเทศ
บริษัทโซเลคตรอน
คอร์ปอเรชันซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี 1977 นี้
เป็นบริษัทที่ให้บริการอย่างครบวงจรให้กับ OEMs
อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลกตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิตและไปจนถึงบริการ
หลังสินค้าสิ้นสุดอายุการใช้งาน ทั้งนี้
บริษัทโซเลคตรอนได้ส่งเสริมความสามารถทางการแข่งขันให้กับลูกค้าด้วยการเปิดช่องทางให้ลูกค้าได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทางการผลิต,
ลดเวลาในการจัดส่งสินค้าสู่ตลาด, ลดต้นทุนการผลิต
และเพิ่มประสิทธิภาพในการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์
บริษัทโซเลคตรอนได้รับรางวัลด้านคุณภาพและบริการจากลูกค้ากว่า
150 รางวัลและยังได้รับรางวัลคุณภาพระดับชาติมัลคอล์ม บาลดริจในปี
1997 และปี 1991 ด้วย ทั้งนี้
บริษัทโซเลคตรอนเป็นบริษัทแรกที่ชนะรางวัลด้านการผลิตนี้ถึง 2
ครั้งในประวัติศาสตร์ 10 ปีของรางวัล นอกจากนี้
บริษัทโซเลคตรอนยังมีผู้ร่วมงานกว่า 22,000 รายในโรงงานผลิต 21
แห่งทั่วโลก และมีพื้นที่การผลิต 5 1/2 ล้านตารางฟุต
สำหรับรายรับในปีการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค. 1997 นั้นอยู่ที่ระดับ
3.7 พันล้านดอลลาร์
ที่มา: http://www.ryt9.com/s/anpi/203610/
อ่านเพิ่มเติม "พันธมิตรธุรกิจ -
ทางออกวิกฤต"
http://www.sme.go.th/files/sme-today-book/2551/nov2551/102-Your-Request.pdf
"พันธมิตรธุรกิจจึงถือว่า
เป็นสิ่งสำคัญที่พร้อมจะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจจาก
ความร่วมมือร่วมใจกันในการสร้างเสริมธุรกิจด้วยกันเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่เสริมกัน
ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว"
"รูปแบบของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น
การร่วมกันในการทำโปรโมชั่นหรือการ
สนับสนุนในการเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือโครงการทางการตลาด
อาจทำให้เกิดช่องทางใหม่ที่จะ
นำสินค้าของเราเข้าไปสู่ตลาดที่ยังไม่สามารถเข้าไปถึงได้"
Case Study พันธมิตรในภาคราชการ
ในภาคราชการ ทิศทางการทำงานได้หันมาให้ความสำคัญกับการเป็นพันธมิตรมากขึ้น เช่น โครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนเข้ามาร่วมวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช สาเหตุสำคัญของความนิยมที่จะทำงานแบบพันธมิตรนั้น เพราะองค์กรมีความจำเป็นที่ต้องระดมสรรพกำลังในการแก้ไขปัญหาขององค์กร หรือต้องการสร้างองค์กรให้แข็งแกร่งเพื่อจะได้อยู่รอดและเติบโตได้ในสภาวะการการแข่งขันที่ทวีความซับซ้อน การบริหารงานแบบพันธมิตร ทำให้เกิดการรวมและการใช้ทรัพยากร ทั้งบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยี งบประมาณ ฯลฯ ที่แต่ละองค์กรครอบครองไว้มาใช้ร่วมกัน เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลดียิ่งขึ้น
จากการค้นคว้าเอกสารทางวิชาการหลายแหล่ง
ได้ให้ความหมายของการบริหารงานแบบพันธมิตร (Partnership Management)
โดยมีหลักการ 2 อย่างได้แก่ การใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Share resources)
และ รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ร่วมกัน (Respondsible for profit and
loss)
กรอบแนวคิดที่นำไปสู่โครงการ "การบริหารงานแบบพันธมิตร" ของกรมโยธาธิการและผังเมือง

จากการสำรวจปริมาณงานของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพบว่าแม้ว่าภารกิจของกรมโยธาธิการและผังเมืองจะมีเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีภารกิจของจังหวัดที่ตั้งที่สนับสนุนจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยราชการอื่นๆ ในจังหวัด และบริการประชาชน ที่มีเป็นจำนวนมากกว่า
ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของนโยบายและกฏระเบียบต่างๆ รวมถึงการปฏิรูประบบราชการ กำหนดให้ลดอัตรากำลังลง โครงสร้างของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดจึงถูกจำกัด ไม่สามารถเพิ่มทรัพยากรบุคคลได้ และผลจากการถ่ายโอนภารกิจบางอย่างสู่ท้องถิ่น ทำให้การของบประมาณและการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทำได้ลำบาก ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการได้กำหนดให้มีตัวชี้วัดผลงานของข้าราชการ ทำให้หลายหน่วยงานต้องปรับตัวภายใต้สภาวะการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปต่างๆ
จากเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดแนวคิดในเชิงการบริหารจัดการ ที่จะนำจุดแข็งของแต่ละสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดในแต่ละกลุ่มจังหวัด มารวมกันเพื่อตอบสนองความต้องการในการขอรับบริการของลูกค้า ซึ่งได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัด ส่วนราชการต่างๆ และประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างผลงานให้แก่ทั้งตัวข้าราชการและหน่วยงาน
จึงเป็นที่มาของ CPGM Model หรือ การบริหารงานแบบพันธมิตรเพื่อสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่ง CPGM Model เป็นส่วนย่อย ของ DPT Model ที่กล่าวถึงการเป็นพันธมิตรกันใน 2 มิติ
DPT Partnership Model

DPT Model เป็นรูปแบบการบริหารงานแบบพันธมิตร ที่สนองต่อผู้รับบริการในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของระบบการบริหารราชการ โดยรูปแบบการเป็นพันธมิตร มีหลายรูปแบบ ซึ่งพิจารณาได้เป็น 2 มิติ ได้แก่
1. มิติด้านองค์กร คือการเป็นพันธมิตรกันภายในองค์กร (Internal Organition Partnership) หรือ การเป็นพันธมิตรกับภายนอกองค์กร (External Organization Partnership) และ
2. มิติด้านการดำเนินงาน ได้แก่การเป็นพันธมิตรกันในด้านปัจจัยการผลิต (Resource Partnership) เช่น บุคลากร เครื่องมือ อุุปกรณ์ หรือ ด้านกระบวนการ (Processes Partnership) หรือ ด้านผลผลิต (Output Partnership)
CPGM Model
(Contribution to Provincial Governors by Partnership Management Model)
สามารถ กล่าวได้ว่า CPGM Model เป็นส่วนย่อยของ DPT Partnership Model มุ่งสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบููรณาการ (ผู้ว่า ซีอีโอ) ซึ่งประกอบด้วยระบบพันธมิตร 2 ระบบ คือ
1. ระบบพันธมิตรปัจจัยการผลิตภายในองค์กร (In-R Partnership) เป็นระบบพันธมิตรระหว่างสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่อยู่ในกลุ่ม จังหวัด (Cluster) เดียวกัน และระบบเครื่อข่ายกลุ่มจังหวัด ระบบนี้มุ่งเน้นการเป็นพันธมิตรด้านปัจจัยการผลิต (Resource) ได้แก่การใช้ทรัพยากรบุคคล เครื่องมือ อุปกรณ์ ร่วมกัน ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำิเนินโครงการระบบพันธมิตรนี้แล้ว ในปีงบประมาณ 2549 - 2550
2. ระบบพันธมิตรกระบวนการ/ผลผลิตภายนอกองค์กร (Ex-P Partnership และ Ex-O Partnership) เป็นระบบพันธมิตรระหว่าง สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยราชการ ภายในจังหวัด ระบบนี้มุ่งเน้นการเป็นพันธมิตร ในกระบวนการทำงาน หรือผลผลิตกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยราชการภายในจังหวัด โดยในปีงบประมาณ 2551 นี้ ได้มุ่งเน้นการเป็นพันธมิตรกระบวนการ หรือผลผลิตกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก

ที่มา
http://www1.dpt-cpgm.org/index.php?option=com_content&view=article&id=2&Itemid=10
มาชมครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมกันค่ะ