จะผลิตครูเพื่อบ้านเมืองควรทบทวนอะไรบ้าง
ปลายเดือนกรกฎานี้ วงการศึกษามีข่าวดี คือ มีข่าวว่ารัฐบาลจะหันมาสนใจผลิตครูที่มีคุณภาพเพื่อให้ครูเหล่านี้มาเป็นกำลังสำคัญในการกู้บ้านกู้เมือง ซึ่งสามารถติดตามอ่านข่าวได้เช่น ขาดแคลนครู หรือ ครูขาดแคลน เผย3 สูตรผลิตครูพันธุ์ใหม่ชดเชยเกษียณ-ชง ครม.ขอ35100อัตราบรรจุ ขออนุมัติโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และ เสมา1เร่งผลิตครูพันธุ์ใหม่หวังเริ่มโครงการทันปี53 เป็นต้น ข่าวนี้นำมาซึ่งความสดชื่น มีชีวิตชีวา ของผู้คนที่สนใจเรื่องของบ้านเมือง
ปรากฏการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นบ่อยๆในบ้านเรา ตอนแรก ๆผู้คนก็พากันตื่นเต้นดีใจ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็มักจะลงเอยด้วยคำอุทาน หว๊า ! เสียดาย ดังเช่น เมื่อปี 45-46 เป็นต้น โครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ด้วยหลักสูตรครู 5 ปี วงการการศึกษามีความคาดหวังสูงมาก หวังว่าบ้านเมืองคงจะได้ครูดี ครูเก่ง เข้ามาเป็นกำลังสำคัญ ปีที่แล้วครูพันธุ์ใหม่ที่ว่านี้จบกันแล้ว โดยภาพรวมแล้วครูพันธุ์ใหม่ที่เราพัฒนาได้ ก็ไม่ถึงกับต้องร้องยี้หร็อก แต่ก็ยังไม่ได้อย่างที่คาดหวังกัน สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่ผู้มาเรียนครู แต่อยู่ที่ครูของครู หลักสูตรและกระบวนการในการพัฒนาครู ตลอดทั้งความสนใจใยดีของรัฐบาล
เมื่อจะมีการผลิตครูเพื่อบ้านเพื่อเมืองกันอีก จึงใคร่ที่จะเชิญชวนรัฐบาล ผู้คนในวงการครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือผู้นำท้องถิ่น หันมาทบทวนกันก่อนว่า เราควรให้ความสนใจในเรื่องอะไรบ้าง และ อย่างไร จึงจะทำให้เราสามารถผลิตครูชนิดที่เราอยากได้ได้จริง
สำหรับผู้เขียน คนผลิตเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรก ใครควรเป็นผู้ผลิต สถาบันครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ซึ่งหมายถึงครูบาอาจารย์ในสถาบันเหล่านั้นเท่านั้นหรือควรเป็นผู้ผลิต ครูอาจารย์ในสถานศึกษาอื่น ๆ ควรเป็นผู้ผลิตด้วยไหม๊ ผู้มีความรู้ในสาขาต่าง ๆล่ะ ผู้รู้หรือปราชญ์ชาวบ้านควรเข้ามาร่วมสักแค่ไหน หรือ ควรมีใครอีกที่ควรเข้ามาร่วมในกระบวนการผลิตครู ผู้เขียนมีความเห็นว่าการผลิตครูไม่ควรผูกขาดอยู่กับสถาบันครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์เพียงอย่างเดียว

คิดดังดีจัง สมกับเป็นผู้นำทางความคิด มาช่วยกันคิดเถอะพวกเรา จะทำได้หรือไม่ได้ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ท่านมีสิทธิคิด แล้วใครทำหว่า.....
paaoobtong
30/07/52
11:49