การงานที่นี่มีแต่ปัญหา มีแต่ “ทุกข์...”
ปัญหาสารพัด ทุกข์สารเพ
งานก็ยุ่ง คนก็ยิ่งยุ่ง
ทำไมหนอเราจึงต้องมาทน “ทุกข์” อยู่เช่นนี้...?

ทุกข์จนน้ำตาเอ่อล้นท่วมอยู่ในหัวอก ทุกข์จนน้ำตานั้นปริ่มอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง ทุกข์เสียจนไม่อยากให้ใครชายตามอง ทุกข์เนืองนอง ทุกข์ทั้งกาย ทุกข์ทั้งใจ...

เวลาทุกข์ ทุก ๆ อย่างช่างดูเศร้ามอง
งานการอะไร ใครทำอะไรก็ไม่ถูกตา “ถุกใจ”
ใครจะทำอะไรก็ขัดหู ขัดตา “ขัดใจ” ไปเสียทั้งหมด

เวลาทุกข์ มาเจอคนไม่ถูกใจก็ยิ่งทุกข์
เวลาทุกข์ ใครต่อใครก็ตามเข้ามาเหยียบ กระหน่ำ และซ้ำเติม

โอ้...เราหนอ เราหนอ ชีวิตเราทำไมถึงต้องวนเวียน ป้วนเปี้ยนอยู่แต่กับ “ความทุกข์...”
อยู่ดี ๆ ก็มีคน (เจ้ากรรม นายเวร) มาทวงคืนเสียซึ่งความสุข และได้มอบทุกข์มาให้เสียแก่ตัวเรา...

ยามทุกข์ ยามนี้ อยากจะทำอะไรก็ไม่ได้ทำ
อยากกลับบ้านไปหาพ่อ หาแม่ก็ไปไม่ได้
นานแล้วสินะ (เกือบสองปี) ที่เราไม่ได้ “กลับบ้าน”

เมื่อก่อนตอนเราทุกข์เรากลับบ้าน แต่เดี๋ยวนี้ทุกข์แต่ก็กลับบ้านไม่ได้ ความทุกข์เลยเพิ่มขึ้นมากเท่า ทวีคูณ

เมื่อกลางวันนั่งรถผ่านมาเห็นรถขนนักโทษ คิดแล้ว เขานั้นคงทุกข์เพราะขาดอิสรภาพทางกาย ซึ่งแตกต่างกันฉัน ที่ฉันนั้นขาด “อิสรภาพทางใจ (Freedom of My Heart)”

ตอนนี้ชีวิตฉันทุกข์เสียยิ่งกว่าการ “ติดคุก” เพราะฉันนั้นติดคุกทางใจ

ใจที่ถูกกัก ถูกกันนั้นเวลามันดิ้นนั้นช่างทุรน ทุราย
ใจที่ทุกข์อยู่แล้ว กลับต้องเจ็บเพราะบอบช้ำจากการกระทำที่ “ดิ้น” นั้นซ้ำสองเข้าไปอีก
แล้วฉันจะดิ้นไปไหน แล้วฉันจะทนทุกข์อยู่อย่างนี้ทำไมเล่า...?

ชีวิตนี้ทุกข์จังเน๊อะ ทุกข์เสียจนไม่อยากจะอยู่ ทุกข์เสียจนไม่มีเรี่ยว ขาดแคลนกำลัง ทุกข์จริง ทุกข์จัง “ทุกข์หัวใจ (Suffering in my Heart)”

อื่ม... ทำไมชีวิต “คน” ถึง “ทุกข์” ได้เช่นนี้หนอ?
การเกิดเป็นทุกข์เหรอ เกิดอยู่เป็นทุกข์เหรอ หรือว่าความตายจะเป็นทุกข์เหรอ...?
ฉันไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร แต่เวลานี้ฉันทุกข์เหลือเกิน

ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ทุกข์เป็นจุดเริ่มต้นแห่ง “อริยสัจ”
ฉันคงต้องเรียนรู้ทุกข์ อยู่กับทุกข์ และทนทุกข์อันเป็นก้าวแรก ก้าวสำคัญนี้ไปอีกนานเน๊อะ ความทุกข์นี้เจ็บจนยากเกินกว่าจะอธิบาย เจ็บปวดแสนสาหัสแทบปางตาย เพราะทุกข์ร้ายคือ “การเกิด” ทุกข์เกิดจริง...

ชีวิตในเวลานี้ฉันคงต้องทุกข์ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทนได้ไปอีกนานสักแค่ไหน
พรุ่งนี้ฉันอาจจะยกธงขาว ยอมแพ้ และเดินออกจากหนทางแห่งการเดินทวนกระแสกิเลสนี้ไป เพราะฉันไร้ขาดซึ่งที่พึ่งพา

วันนี้ฉันไม่รู้จะหันหน้าพึ่งใคร ได้เพียงพึ่งแต่ “พระรัตนตรัย” องค์สามมั่น
หากวันนี้ฉันตายเพราะทุกข์ ได้รู้กัน ตายเพราะฉันสู้กับทุกข์ ไร้สุขปอง

หากฉันตายเพราะทุกข์ในวันนี้ ฉันก็คงไม่เหลือเวลาที่จะต่อสู้กับทุกข์ในวันหน้า
หากฉันตายไปพร้อมกับกาลเวลา รู้เถิดหนาฉันได้ตายไปพร้อม “ธรรม...”