ขณะนี้ชีวิตของผมมีความยุ่งยากเกิดขึ้น   ในลักษณะที่ดูเหมือนดี แต่จริงๆ แล้วไม่ดี    คือผมมีงานมากเกินไป รับช่วยทำงานให้หน่วยงานต่างๆ มากเกินไป    และเมื่อรับแล้วก็ใช้เวลาทำงานลงรายละเอียดมากเกินไป    ทำให้ต้องใช้เวลามากกับบางเรื่องที่ไม่น่าจะต้องทำ    หรือน่าจะทำแบบไม่ต้องใช้เวลามาก 


          งานบางเรื่องจะเกิดผลดีได้ ต้องมีฝ่ายจัดการไปคิด ติดต่อ ศึกษา เสนอทางเลือก มาอย่างดี   ให้ทีมคนแบบผมให้คำแนะนำหรือตัดสินทางเลือก    แต่ปรากฎว่าฝ่ายจัดการทำงานแบบไม่ทุ่มเทเพียงพอ เพราะตนเองก็ไม่มีเวลาหรือมีหลายงาน    และดูเหมือนงานที่ผมเกี่ยวข้องจะเป็นงานรองของเขา    แบบนี้ผมคิดว่าคงจะเป็นงานที่ทำในแนวที่ผมไม่ถนัด    คือเป็นแนวที่ไม่ทุ่มเท    ผมกำลังคัดกรองงานแบบนี้ เพื่อผมจะขอลาออก    หรือทำความตกลงให้ชัดว่าถ้าจะใช้ประโยชน์ผม ต้องมีฝ่ายจัดการที่ทำงานแบบเต็มเวลาและมีสไตล์การทำงานแบบทุ่มเท   ผมจึงจะยังคงเกี่ยวข้องอยู่ได้ 


          งานบางอย่าง ความสำเร็จขึ้นอยู่กับฝ่ายจัดการ    แต่ฝ่ายจัดการเป็นโรคไร้ประสิทธิผลเรื้อรัง   ทำงานแบบซังกะตายไร้วิญญาณ ไร้แรงบันดาลใจ    ผมถามตัวเองว่า ผมมีฤทธิ์เดชอะไร ที่จะบันดาลให้งานสำเร็จได้   ประชุมแล้วประชุมอีก พูดแล้วพูดอีก ก็ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ    ผมกำลังชั่งใจว่าผมจะรุกหรือถอยในหน่วยงานแบบนี้


          งานหลายอย่าง เป็นคณะกรรมการ ที่เมื่อทำไประยะหนึ่งก็ดูคล้ายเป็นกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ครบพิธีกรรมที่กำหนด   อย่างนี้ผมลาออกแน่


          ที่จริงก็สนุกไปอีกแบบ   ที่มีแบบฝึกหัดให้ทำ    ว่าจะจัดลำดับความสำคัญของงานอย่างไร    เพื่อเลือกเก็บไว้ทำเพียงเท่าที่พอดีกับเวลาและกำลังที่มีจำกัด   ที่เหลือปล่อยให้คนอื่นเขาทำบ้าง    ถือเป็นการแบ่งงานกันทำให้แก่สังคม    เพื่อผมจะได้ไม่หลงตัวเอง เข้าไปแบกโลก


          หรือที่จริงไม่ว่างานไหนๆ ผมได้กำไรทั้งนั้น   คือได้เรียนรู้   แต่งานที่ทำกันในสไตล์ที่ผมไม่ถนัด   แล้วผมเป็นกรรมการแบบไปๆ ขาดๆ   และไม่มีเวลาคิดไตร่ตรองให้รอบคอบ   หากผมยังคงตำแหน่งไว้ น่าจะเป็นความไม่รับผิดชอบ

วิจารณ์ พานิช
๒๖ ก.ค. ๕๒