ชีวิตของคนเรา และสภาพบ้านเมือง ขึ้นอยู่กับศักดิ์ศรีและความมีเกียรติจอมปลอมอยู่ไม่ใช่น้อย

          สมัยผมยังอายุสัก ๑๐ ขวบ คือเกือบ ๖๐ ปีมาแล้ว   ที่บ้านนอกของเราบ้านใครมีจักรยานถือว่าโก้   และจะโก้มากถ้าเป็นรถที่มีเกียร์ เวลาขี่หรือจูงจะมีเสียงดังเต็ก เต็ก . . ตลอดเวลา    ยิ่งโก้ถ้าเป็นยี่ห้อ Raleigh หรือ Humber   ส่วนจักรยานอีกชนิดหนึ่งเป็นจักรยานบรรทุก    วงล้อใหญ่มาก และมีที่วางของหลังคนขี่ที่แข็งแรงมาก    บรรทุกข้าวสารหนึ่งกระสอบ (๑๐๐ ก.ก.) ได้สบาย   รถจักรยานที่ขายที่บ้านผมสมัยนั้นทุกคันมีที่นั่งสำหรับบรรทุกของหรือคนอีกคนหนึ่งได้

          เมื่อผมเรียนประมาณ ม. ๒ คือราวๆ ปี ๒๔๙๖ มีรุ่นพี่ที่โรงเรียนชุมพร “ศรียาภัย” คนหนึ่งขี่จักรยานยนต์มาโรงเรียน   เพื่อน ๆ มาห้อมล้อมและคุยเรื่องจักรยานยนต์เป็นประจำ   เวลาขี่ก็มีคนมอง   คนขี้โก้มาก และเป็นที่มองของสาวๆ   

          เดี๋ยวนี้การขี่จักรยานกลายเป็นเรื่องล้าหลัง เชื่องช้า ไม่โก้   เป็นเรื่องของคนจน คนไม่มีฐานะ   ไม่มีปัญญาซื้อรถยนต์หรือรถเครื่องขี่   พลังของความรักสดวกสบาย และความอยากเด่นอยากดัง เป็นตัวขับเคลื่อนสังคม

          เพื่อความโก้ คนกรุงเทพและคนไทยต้องมีรถยนต์    รถยนต์เป็นเครื่องบอกฐานะของคน   ที่หมู่บ้านที่ผมอยู่ พนักงานรักษาความปลอดภัยจะตะเบ๊ะทำความเคารพรถทุกคันที่ผ่านป้อมยาม   แต่เมื่อคนเดินผ่านเขาจะไม่ทำความเคารพ  

          กรุงเทพจึงเร่งสร้างถนน ขยายถนน ให้รถวิ่ง    คนกรุงเทพกลับทุกข์ยากบนถนน   เสียเวลาเดินทางคมนาคมมาก    เพราะเราให้เกียรติ ให้ความสำคัญ แก่รถมากกว่า    ให้เกียรติรถยนต์ราคาแพงมากกว่ารถยนต์ราคาถูก   ให้เกียรติรถยนต์มากกว่าจักรยานยนต์    ให้เกียรติจักรยานยนต์มากกว่าจักรยาน   ยิ่งขับเคลื่อนสังคมกรุงเทพไปแนวทางนี้มากเท่าไร ดูคนกรุงเทพกลับยิ่งทุกข์ยากมากขึ้น    ทั้งจากรถติด และอากาศเป็นพิษ

          ที่ปารีสอากาศกลางเมืองสดสะอาด    ถนนส่วนใหญ่มีทางเท้าและทางจักรยาน รวมแล้วใหญ่กว่าถนนให้รถวิ่ง    เพราะเขาจัดให้คนส่วนใหญ่ได้รับความสะดวกในการเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่เป็นระบบขนส่งมวลชน    ระบบคมนาคมส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน    บนดินเป็นที่สำหรับทำให้เมืองน่าอยู่   ไม่ใช่สำหรับรับใช้รถ

          ถ้ามีเวลา ผมจะเช่าจักรยานถีบเที่ยวปารีส    เพราะน่าถีบจักรยานมาก มีถนนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ    และมีจักรยานของเมือง ที่ให้คนเป็นสมาชิกได้ในราคาปีละ ๒๙ ยูโร    เป็นจักรยานไฟฟ้า    มีที่จอดและชาร์จไฟอยู่ทั่วเมือง    สมาชิกเอารถคันไหนตรงไหนก็ได้ขี่ไป แล้วเอาไปจอดตรงที่จอดและชาร์จไฟปลายทางที่เราจะไป    ได้ทั้งความสะดวก ประหยัด และได้ออกกำลัง    ที่นี่คนส่วนใหญ่เขาไม่ได้อยู่กันด้วยความมีเกียรติจากยานยนต์  

          นี่คือวัฒนธรรมสำคัญ ที่เป็นธรรมะรวมหมู่ของคนในสังคม   ถ้าเราช่วยกันทำให้จารีตประเพณีที่ไม่พึงประสงค์เบาบางลง    ช่วยกันทำให้ความจอมปลอมในสังคมเบาบางลง    สังคมจะน่าอยู่    สิ่งที่เป็นความสูญเปล่าในสังคมจะลดลง    เราจะมีเวลาและมีจิตใจร่วมกันสร้างสรรค์สังคมได้มากขึ้น   ความสูญเปล่าของชีวิตแต่ละคนก็จะน้อยลงด้วย

วิจารณ์ พานิช
๑๐ ก.ค. ๕๒

ถนนในปารีสส่วนที่ให้รถวิ่งแคบกว่าส่วนสำหรับคนเดิน

และสำหรับทำให้เมืองน่าอยู่

คนในรูปคือ ศ. นพ. สุทัศน์ ฟู่เจริญ กับ รศ. นพ. สุรเดช หงส์อิง

คนขี่จักรยานในปารีส

ที่จอดเป็นแถวคือจักรยานไฟฟ้าของเมืองปารีส

 คนเป็นสมาชิกเสียเงินปีละ ๓๙ ยูโร 

ไปเอารถที่สถานีจอดไหนก็ได้   แล้วเอาไปคืนที่ปลายทาง

 

เช้าวันอาทิตย์คนยังไม่ตื่น

รถจักรยานจอดเต็มที่จอด

 

ที่สถานีจอดนี้คนเอารถออกไปมาก เอามาคืนน้อย

 

บนถนนมีลู่จักรยาน

 

ลู่จักรยาน

ลู่จักรยาน