รับข้อมูลมาช่วยเผยแพร่ต่อค่ะ

เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่คณะก็ช่วยกันรณรงค์ป้องกันไข้หวัด 2009 โดยสั่งซื้อหน้ากากมาแจกให้กับบุคลากร และนักศึกษาค่ะ ก่อนหน้านี้มีนักศึกษาที่คณะป่วยเป็นไข้หวัด 2009 จำนวน 3 คน แต่ตอนนี้หายเรียบร้อยแล้วค่ะ

ส่วนคนใกล้ตัว คือ น้องของน้องที่ทำงานป่วยเป็นไข้หวัด 2009 น้องที่ทำงานก็มีอาการหวัด แต่ตรวจแล้วไม่ใช่ 2009 แต่ก็ให้น้องเขาพักงานจนกระทั่งหายดีแล้วมาทำงานต่อ

อีกคนคือ สามีของลูกศิษย์ปริญญาโทป่วยเป็นไข้หวัด 2009 เข้าโรงพยาบาล ในระหว่างรักษาลูกสาวของลูกศิษย์ก็ป่วยตามพ่อ แต่ตรวจเช็คแล้วปรากฎว่าไม่ได้เป็น 2009 แต่ลูกศิษย์ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยง จึงลางานพักอยู่ที่บ้านดูแลลูกกะสามี วันก่อนมาปรึกษางานก็แข็งแรงดีค่ะ ...

มีข้อสังเกตแปลกๆว่า คนใกล้ชิดคนที่ป่วยเป็น หวัด 2009 ก็ป่วยเป็นหวัด แต่เป็นหวัดธรรมดา...ยังไงก็ระวังและรักษาสุขภาพกันนะคะ

ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับหวัด 2009 มา จากอาจารย์หมอ ขอนำมาเผยแพร่ต่อนะค่ะ

 

ไข้หวัดใหญ่

สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1

 Influenza A (H1N1)

 

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เอ เอช1เอ็น1เป็นโรคที่แพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คน เริ่มพบที่ประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้แพร่ออกไปยังอีกหลายประเทศ

 

เชื้อสาเหตุ

เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1 (A/H1N1) ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตัวใหม่ ที่ไม่เคยพบมาก่อน  เกิดจากการผสมสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ของคน สุกร และนก 

 

การแพร่ติดต่อ

เชื้อไวรัสที่อยู่ในเสมหะ  น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย  แพร่ติดต่อไปยังคนอื่น ๆ  โดยการไอจามรดกันโดยตรง หรือหายใจเอาฝอยละอองเข้าไป  หากอยู่ใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร บางรายได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น แก้วน้ำ ลูกบิดประตู  โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ตา ปาก 

ผู้ป่วยอาจเริ่มแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนป่วย  ช่วง 3 วันแรกจะแพร่เชื้อได้มากสุด และระยะแพร่เชื้อมักไม่เกิน 7 วัน

 

อาการป่วย

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อไวรัส 1 3 วัน น้อยรายที่นานถึง 7 วัน อาการป่วยใกล้เคียงกันกับโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วไป เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ  อาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียด้วย  

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง  หายป่วยได้โดยไม่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล อาการจะทุเลาและหายป่วยภายใน 5 7 วัน แต่บางรายที่มีอาการปอดอักเสบ รุนแรง จะพบอาการหายใจเร็ว เหนื่อย หอบ หายใจลำบาก ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

 

การรักษา

ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที  ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัส  คือ ยาโอลเซลทามิเวียร์ (oseltamivir)  เป็นยาชนิดกิน หากผู้ป่วยได้รับยาภายใน 2 วันหลังเริ่มป่วยจะให้ผลการรักษาดี 

ผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ต่ำ ๆ  และยังรับประทานอาหารได้ อาจไปพบแพทย์ที่คลินิก  หรือขอรับยาและคำแนะนำจากเภสัชกรใกล้บ้าน และดูแลรักษากันเองที่บ้านโดย

-  รับประทานยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้พาราเซตามอล ยาละลายเสมหะ เป็นต้น  และเช็ดตัวลดไข้เป็นระยะด้วยน้ำสะอาดไม่เย็น

-  ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มาก ๆ  งดดื่มน้ำเย็น 

-  พยายามรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้มากพอเพียง เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ ผัก ผลไม้ เป็นต้น  หากรับประทานอาหารได้น้อย  อาจต้องได้รับวิตามินเสริม

-  นอนหลับพักผ่อนมาก ๆ ในห้องที่อากาศถ่ายเทดี

-  ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ  ยกเว้นติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งต้องรับประทานยาจนหมดตามแพทย์สั่ง  เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยา

 

การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ

- หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่   

- หากต้องดูแลผู้ป่วย  ควรสวมหน้ากากอนามัย  เมื่อดูแลเสร็จ  ควรรีบล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดทันที

- ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ  ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น  โดยเฉพาะผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่

-  ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง  เมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

-  หมั่นล้างมือบ่อยๆ  ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังไอ จาม

 -  รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมทั้งไข่ นม ผัก และผลไม้  ดื่มน้ำสะอาดและนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  หลีกเลี่ยงบุหรี่และสุรา

การป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อ

        - หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่  ควรลาหยุดงาน  หยุดเรียน เป็นเวลา 3 - 7 วัน ซึ่งจะช่วยลดการแพร่ระบาดได้มาก

        - พยายามหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดคลุกคลีกับคนอื่น ๆ   

        - สวมหน้ากากอนามัย  เมื่ออยู่กับผู้อื่น หรือใช้ทิชชูปิดจมูกปากทุกครั้งที่ไอจาม  ทิ้งทิชชูลงในถังขยะที่มีฝาปิด  แล้วล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่

ใส่ใจ  ห่วงใยคนรอบข้าง

สวมหน้ากากอนามัย  และล้างมือบ่อย ๆ

สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่  กรมควบคุมโรค

http://beid.ddc.moph.go.th

4 พฤษภาคม 2552