VOA ภาคภาษาไทยตีพิมพ์เรื่อง "ทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตการณ์ด้านอาหาร แต่นักรณรงค์เชื่อว่าทุกคนสามารถช่วยแก้ไขได้" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ VOA ภาคภาษาไทย ]

ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากบทความนี้ เรียนเสนอให้แวะไปชมเว็บไซต์ 'VOA ภาคภาษาไทย' อ่านข่าว สาระบันเทิง เพื่อให้กำลังใจสื่อมวลชนที่นำเสนอเรื่องราวดีๆ สู่สังคมไทยต่อไป [ VOA ภาคภาษาไทย ]

...

[ ข้อความคัดลอก ] > [ VOA ภาคภาษาไทย ]

เวลานี้โลกกำลังเผชิญกับปัญหาหลายประการ ตั้งแต่สภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไปจนถึงวิกฤตการณ์ด้านอาหาร ซึ่งเกษตรกร และนักรณรงค์ทางสังคมผู้หนึ่งเชื่อว่า

ทุกคนสามารถช่วยแก้ไขต่างๆ ได้ ด้วยการปลูกผลผลิต เพื่อนำมาเป็นอาหารสำหรับตนเอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค

...

Sharon Astyk นักรณรงค์ทางสังคม ที่พยายามทำงานตามความเชื่อที่ว่านี้ เพราะเชื่อว่าเป็นวิธีนำไปสู่แหล่งอาหารและสุขภาพที่ดีขึ้น และยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารโลกได้ด้วย

คุณ Sharon Astyk เชื่อว่า การเกษตรต้องกลับมาเป็นส่วนสำคัญ ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ดังเช่นสมัยก่อน

... 

เธอเรียกร้องให้คนอเมริกันเริ่มปลูกผลผลิตไว้ทานเอง และว่าอเมริกาต้องการเกษตรกรเพิ่มอีกราว 100 ล้านคน

เมื่อพูดถึงเกษตรกร นักรณรงค์ทางสังคมผู้นี้บอกว่า เธอไม่ได้หมายความว่า ผู้คนจะต้องพากันออกมาจับจองที่ดินผืนใหญ่ ในแถบกลางประเทศซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรขนาดใหญ่

... 

แต่หมายถึงผู้คนต่างทำสวนหรือแปลงเกษตรขนาดเล็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกทำอยู่ และกำลังแพร่หลายมากขึ้นทั่วอเมริกา

คุณ Sharon Astyk ระบุว่า 85% ของพื้นที่การเกษตรทั่วโลก คือที่ดินผืนเล็กไม่ถึง 32 ไร่ แม้แต่ในสหรัฐเอง การเกษตรขนาดเล็ก ก็เป็นแหล่งผลิตอาหารได้ปริมาณมหาศาล

... 

แต่คนทั่วไปมักจะเชื่อว่าผลผลิตส่วนใหญ่ ต้องมาจากการเกษตรขนาดใหญ่ คุณ Astyk เขียนไว้ในหนังสือเล่มใหม่ของเธอ A Nation of Farmers ว่า

การเกษตรขนาดเล็ก คือคำตอบของปัญหาต่างๆ ที่โลกเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ตั้งแต่ปัญหาสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และปัญหาพลังงาน

... 

เธอบอกว่าการเกษตรขนาดใหญ่นั้นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงปริมาณมาก และนั่นเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้สภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลงและเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลสะท้อนกลับให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง

ในหนังสือ A Nation of Farmers คุณ Astyk ยังแนะนำถึงวิธีปลูกพืชผักผลไม้ในแปลงเกษตรเล็กๆ ของตนเอง หรือสวนของชุมชน ซึ่งเป็นที่ดินเล็กจัดสรรให้คนในชุมชน หรือแม้แต่ทำสวนบนดาดฟ้าอาคาร หรือตามระเบียงหรือในกะบะ ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเมืองต่างๆ

... 

อย่างไรก็ตาม การจะขยายแนวคิดแปลงเกษตรในเมืองนี้ออกไปได้นั้น สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับการเกษตรของคนอเมริกันเสียก่อน

คือต้องทำให้คนทั่วไปเชื่อว่าอาหารควรมาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ไม่ใช่รอให้ผู้อื่นจัดหามาให้

...

นักรณรงค์ทางสังคมผู้นี้เชื่อว่าวิธีหนึ่งที่จะช่วยเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนได้ คือการเริ่มสอนเด็กเล็กตั้งแต่ในโรงเรียนว่า แนวทางนี้ไม่ใช่ของดั้งเดิม แต่เป็นแนวทางใหม่ที่นำสิ่งดีดีในอดีตมาปรับใช้ เพื่ออนาคตแบบที่เราอยากให้เป็น

คุณ Astyk ยังบอกด้วยนะครับว่า นอกจากการปลูกพืชผักด้วยตนเองเพื่อนำมาเป็นอาหารแล้ว คนอเมริกันยังต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการบริโภคด้วย

... 

โดยเน้นที่ผลผลิตตามฤดูกาล หรืออาหารที่หาได้ในท้องถิ่น เพื่อจะได้ของที่สดกว่า และไม่ต้องแช่แข็งมากับรถบรรทุกจากที่ไกลๆเป็นเวลานานๆ

สิ่งที่คุณ Sharon Astyk กล่าวมาทั้งหมดนั้น ไม่ได้กล่าวขึ้นลอยๆ แต่เธอได้ลงทุนลงแรงทำด้วยตัวเองและครอบครัวมานาน 9 ปีแล้ว เริ่มจากแปลงเกษตรเล็กๆในรัฐนิวยอร์ค

... 

จนขณะนี้เธอสามารถผลิตนมจากแพะ ไข่จากไก่ ผักเกือบทุกชนิดที่ลูกๆ ช่วยกันปลูกขึ้น และอาหารส่วนใหญ่ที่ได้จากฟาร์มเล็กๆ ของครอบครัว ซึ่งเธอบอกว่า เป็นอาหารที่ดีที่สุด และอร่อยที่สุดสำหรับเธอ

นักรณรงค์ทางสังคมและนักเขียนผู้นี้กล่าวส่งท้ายว่า เธอหวังว่าหนังสือ A Nation of Farmers จะช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจถึงความสำคัญของการพึ่งพาตนเองด้านอาหารมากขึ้น

... 

ซึ่งจะช่วยให้ผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นต่างๆ อุดมสมบูรณ์ และยังช่วยประหยัดทรัพยากรและค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพได้อีกด้วย

[ ข้อความคัดลอก ] > [ VOA ภาคภาษาไทย ]