( หมายเหตุ : ภาพจาก forward mail นานมาแล้วครับ )

     นอกจากการเล่าเรื่อง 6 ลักษณะดีของผู้มีอายุเกิน 100 ปี ของชาวญี่ปุ่นให้ฟังแล้ว ท่าน ผอ. ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา  ยังเล่าให้ฟังว่า สถิติการเสียชีวิตของผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นขณะนี้พบว่า 80% เสียชีวิตในขณะที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา มีเพียง 20% เท่านั้นที่เสียชีวิตขณะที่อาศัยอยู่ที่บ้านของตนเองหรือลูกหลาน  ในขณะที่สถิติของผู้สูงอายุของไทยเราขณะนี้ตรงข้ามกับญี่ปุ่น คือ 80% เสียชีวิตในขณะที่อยู่ที่บ้านของตนเองหรืออยู่กับลูกหลาน มีเพียง 20% เท่านั้นที่เสียชีวิตในขณะที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา  ในญี่ปุ่นเขาพยายามส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด ทำงานให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หางานทำไปเรื่อย ๆ เพื่อให้มีรายได้พอเพียงต่อการดำรงชีวิต จะได้ไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น เนื่องจากสังคมในญี่ปุ่นขณะนี้เป็นสังคมครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขนาดเล็ก แต่ละครอบครัวจะมีบุตรเพียง 1 หรือ 2 คนเท่านั้นเป็นอย่างมาก  ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จึงอยู่กันสองคนตายาย และเมื่อคนหนึ่งเสียชีวิตไปอีกคนหนึ่งก็ต้องมีชีวิตอยู่คนเดียว หรือไม่ก็ต้องไปอยู่ในบ้านพักคนชรา

        ท่าน ผอ. ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา กล่าวว่า อนาคตผู้สูงอายุหรือผู้สูงวัยของไทย (สว. ไทย) เราก็คงจะเป็นไปในทำนองเดียวกับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น เพราะทิศทางการเปลี่ยนแปลงของสังคม ชุมชน วํฒนธรรมในขณะนี้ของไทยเราก็กำลังเดินตามอย่างของญี่ปุ่นเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วมา

       ฟังเรื่องนี้แล้ว ตนเองก็สะเทือนใจไม่น้อยครับ ในฐานะของผู้ที่ขณะนี้ถูกจัดไว้ในกลุ่ม สว. ด้วยคนหนึ่ง     

       แม้ว่าทุกคนจะตระหนักดีว่า สังคมไทยต่อไปจะมีผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่คิดจะทำอะไรจริงจังเพื่อแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะคิดว่าเป็นปัญหาระยะยาว รอให้ประเทศที่เจริญแล้วหรือประเทศที่เกิดปัญหาก่อนเราหาทางแก้ไปก่อน แล้วเราค่อยตามอย่างเขาง่ายดี  ทั้ง ๆ ที่ปัญหาไม่น่าจะเหมือนกันทุกอย่างหรืออาจไม่เหมือนกันเลยก็ได้  อาจจะเป็นเพราะมีปัญหาเฉพาะหน้าอื่น ๆ ที่มีความรีบด่วนและจำเป็นมากกว่ามากมายต้องทำก่อน…….อนาคต สว. ไทย จะเดินไปอย่างไรหนอ ? แต่ที่แน่ ๆ ชีวิตคนเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงไป และต้องอาศัยล้อ (wheels) ในการดำรงชีวิตดังในรูปเสมอ