ความพอ ต้องเพียรพอ จนพอเพียง

เมื่อวันที่ 24  กรกฏาคม 2552 ที่ผ่านมาการศึกษานอกชุมขนมาเยือนอีกครั้งแต่ครั้งนี้...

เป็นการออกนอกชุมชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำมูล

ซึ่งน้ำขวัญเองได้อยู่กลุ่ม5ก็คือกลุ่มสุดท้ายนั่นเองไปสึกษาอยู่หมู่บ้านราชฯ

ซึ่งหลายคนถ้าไม่รู้จักคงคิดว่าเป็นหมู่บ้านที่แปลกๆไม่เหมือนชาวบ้าน

เป็นหมู่บ้านของชาวอโศกค่ะ(ต้องขออภัยท่านที่มีความเห็นไม่ตรงกันกับชุมชนนี้เป็นอย่างยี่งนะคะ)

หากจะขอเล่าความประทับใจที่ได้จากจากการไปเรียนรู้ศึกษาในชุมชนนี้0........

แต่สำหรับการเรียนรู้ครั้งนี้น้ำขวัญคิดว่าทุกสี่งทุกอย่างคือการเรียนรู้ค่ะไม่ว่าสี่งนั้นจะ ถูกหรือผิด

มันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเรานั้นจะนำสี่งที่ได้ไปใช้ในทิศทางไหนต่างหาก  การไปเรียนรู้นอกสถานที่ครั้งนี้เป็น

การเรียนรุ้ที่คุ้มค่าที่สุด เราออกเดินทางจากหน้าคณะบริหารตั้งแต่เวลา08.30น. และใช้เวลาทั้งวันในการ

หาความรู้ในหมู่บ้านนั้นๆ และน้ำขวัญก็เชื่อว่าเพื่อนๆที่ไปในครั้งนี้ต้องได้รับความสุขกลับมาพร้อมความรู้

อย่างแน่นอน  หมุ่บ้านที่อยู่ริมน้ำมูลที่เราชาวเศรษฐกิจพอเพียงไปศึกานั้นมี5หมุ่บ้าน

คือ1. บ้านบัวเทิง 2.บ้านบัวท่า 3.บ้านวังกังฮุง 4.บ้านคำกลาง 5.บ้านราชฯ  ฯลฯ

ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปตามกลุ่มที่ได้รับเลือกอย่างเหมาะสม...

ถ้าพูดถึงความประทับใจต้องบอกว่าประทับใจการต้อนรับของชาวชุมชนที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

และการบริการในด้านต่างๆ แต่การสัมภาษณ์ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเหมือนกันเพราะ

ชาวชุมชนไม่อยุ่บ้านกัน ส่วนมากก็ไปทำงานแปลงเกษตร หรืองานที่ได้รับมอบหมาย

ความแตกต่างของชุมชนนี้มีเยอะถ้าร่ายให้ฟังคงต้องเวลามากสำหรับการการบันทึกลงป็นตัวอักษร

ชุมชนนี้เป็นชุมชนที่รักษาศ๊ล5, ไม่มีอบายมุข ,ทานมังสวิรัติทั้งชุมชน..มีความเป็นอยุ่อย่างสาธารณโภคี

มีพระพุทธรูปที่แกะสลักด้วยหินองค์ใหญ่ ฯลฯ อยากแนะนำให้ผู้ที่สนใจหันมาศึกษาชุมชนพอเพียงกันมาก

ขึ้นเพราะเศรษฐกิจพอเพียงในอนาคต น้ำขวัญเชื่อว่าต้องเป็นสี่งที่หลายสี่งหลายอย่างต้องจุนเข้าหา

และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน (เราไม่ได้ร่ำรวยอะไรก็จงอย่าทำตัวให้ฟุ่มเฟียนัก...อยู่อย่างพอเพียงพอมี

พอกินนี่แหละไม่ต้องไปเบียดเบียนใคร)

ความพอ  ต้องเพียรพอ จนพอเพียง...''''