แม่คะ

 

วันนี้หนูต้องมานั่งเข้าเวรแทนน้องๆที่ต้องไปสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกันหลายคน อยู่เวรก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไรมาก หนูเลยหยิบหนังสือที่โครงการคนดีเขาแนะนำให้อ่าน ชื่อว่า "thank you power"พลังการขอบคุณ หนทางแห่งสู่ความรุ่งโรจน์ เป็นหนังสือแปลค่ะ เขียนโดย เดบอราห์ นอร์วิลล์ แปลโดย พรรณี ชูจิรวงศ์

 

เนื้อหาของหนังสือกล่าวถึง ผลของการ "ขอบคุณ" ทำให้เกิดคุณประโยชน์มหาศาล ซึ่งเขาได้ทำการวิจัยแล้ว เขาบอกว่า

 

ในภาพรวมแล้วจะรู้สึกดีกับชีวิตมากขึ้น มองโลกในแง่ดีมากขึ้น กระตือรือร้นมากขึ้น มุ่งมั่นมากขึ้น สนใจมากขึ้น เบิกบานใจมากขึ้น แกร่งขึ้นในการรับมือกับเรื่องท้าทาย ออกกำลังกายมากขึ้น  เจ็บป่วยน้อยลง นอนหลับมากขึ้น มุ่งหน้าสู่เป้าหมายสำคัญของตัวเอง มีแนวโน้มช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น ถูกมองว่าเป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือมากขึ้น อิจฉาคนที่มีมากกว่าน้อยลง วุ่นวายน้อยลง

 

นอกจากนั้น ยังพบว่า คิดกระจ่างมากขึ้น สร้างสรรค์และเปิดกว้างรับความคิดมากขึ้น ฟื้นตัวจากวิกฤตเร็วขึ้น มีแนวโน้มจะถูกความเครียดเล่นงานน้อยลง อายุยืนขึ้น ผูกพันในครอบครัวมากขึ้น เสื่อมใสศาสนามากขึ้น

และยังมีผลดีอีกมากมาย ที่หนูไม่ได้เล่าให้แม่ฟัง เพราะอาจจะยาวไปก็ได้

 

หนูจำได้ว่า แม่มักจะบอกหนูเสมอให้รู้จักบุญคุณคน รู้จักขอบคุณ รู้จักขอโทษ และสิ่งเหล่านี้ก็ติดปากหนูเรื่อยมา หนูคิดว่า สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้หนูอยู่อย่างสุขสบาย พบปัญหาชีวิตก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร มักมีเหตุการณ์หรือผู้คนเข้ามาช่วยเหลือเสมอ หากอ้างอิงจากหนังสือเล่มนี้แล้ว ให้ผลอย่างนั้นจริงๆค่ะ

 หนังสือเล่มนี้ แนะนำให้บันทึก ขอบคุณ เหตุการณ์และผู้คนอย่างน้อยวันละ 3 เหตุการณ์ 3 คน หนูจึงเขียนมาขอบคุณแม่ ขอบคุณพ่อ และพี่ๆๆ ที่อบรมสั่งสอนหนูมาเป็นอย่างดี ซึ่งอาจจะไม่ได้อ้างอิงจากทฤษฎีของใคร แต่อ้างอิงมาจากสามัญสำนึกและมารยาทของชาวไทยหรือคุณสมบัติของผู้ดีไทย ที่พึ่งจะปฏิบัติต่อบุคคลอื่นด้วยความจริงใจ

 

ขอบคุณแม่ค่ะ

 

ลูก

26 ก.ค. 52 : 17.17 น.