Archanwell
รศ.ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

วิธีวิทยาเพื่อพัฒนาสังคม : รอเก็บเกี่ยว SS คงไม่เพียงพอ เราควรจะกระตุ้นให้ของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติไปถึง SS อีกด้วย


          วันนี้ มาอ่านอีเมลล์ที่ อ.ด๋าวและน้องๆ ที่กำลังเตรียมโครงการเพื่อการศึกษาเรื่องสำเร็จ (Success Story = SS) ของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติแล้วเพิ่งคิดได้ว่า งานน่าจะมี ๒ ชุด ๕ กิจกรรม

งานชุดที่หนึ่ง น่าจะเป็นงานเกี่ยวกับเนื้อหาของ SS และความพยายามที่จะไปถึง SS

         มันคงเป็นตรรกวิทยาว่า ถ้าเราไม่มีต้นมะม่วง เราก็คงไม่มีมะม่วงเกิดขึ้น เราอาจปลูกเอง แล้วรอกินมะม่วงนั้น หรือเราใจร้อน เราก็ไม่ปลูกเอง แต่ตระเวณหามะม่วงจากต้นที่คนอื่นปลูก การเลือกวิธีแรก ก็จะช้าและโอกาสพลาดอาจมีน้อย เพราะต้นมะม่วงของเรา ถ้ามันออกลูก เราก็คงได้กินมะม่วง แต่หากเราเลือกวิธีที่สอง ก็อาจจะเร็ว แต่ก็เสี่ยงที่จะไม่ได้มะม่วงเลย ล้มเหลวอย่างแน่นอน เพราะเราอาจไม่เจอต้นมะม่วง หรือเจอ แต่เจ้าของมะม่วงไม่ยอมให้หรือขายมะม่วงให้เรา มะม่วง ก็คือ SS ของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ ถ้าเราคิดเพียงจะสื่อสาร SS นี้ เราก็คงต้องเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง ปัญหาก็คือ อ.ด๋าวและคณะจะเลือกวิธีไหน ? หรือเลือกทั้งสองวิธี

            ถ้าเป็น อ.แหวว ก็เอาทั้ง ๒ วิธีการ กล่าวคือ จึงทำให้งานชุดที่ ๑ นี้ ประกอบด้วยกิจกรรม ๓ อย่าง กล่าวคือ

(๑) กิจกรรมสำรวจ SS ของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ

           อย่างแรก ก็คือ การตระเวณหามะม่วงมากิน หรือตระเวณหา SS ของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติมาสื่อสาร การสำรวจ SS ของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ อาจทำโดยการอ่านและหารือองค์กรด้านเด็ก อาทิ เราพบว่า น้องบิ๊ก บุตรแรงงานต่างด้าวไร้สัญชาติคนหนึ่งมีความเชี่ยวชาญในการตีระนาด เขาก้าวข้ามความด้อยโอกาสของเขามาสู่ความเป็นศิลปินน้อยของสังคมไทย เป็นมะม่วงหรือ SS ของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติตัวอย่างหนึ่งที่เราสำรวจพบ

(๒) กิจกรรมกระตุ้นให้เยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติให้สร้าง SS

            กิจกรรมที่สอง ก็คือ กิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติให้สร้าง SS  เราคงหาเมล็ดพันธุ์มะม่วงได้ไม่ยาก เหมือนเราพบเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติมากมายในสังคมไทย โดยธรรมชาติ พวกเขาก็อยากทำความดี ดังนั้น ทำไมเราจึงไม่ไปตั้งวงเสวนาเพื่อกระตุ้นความอยากทำความดีกับเขาล่ะ เช่น เราทราบว่า เยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติอยากจะนำเที่ยวทุ่งหญ้าดอกไม้แสนสวยที่บาไห พวกเขาไม่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยวเชิงอนุณักษ์ธรรมชาติ ดังนั้น เราก็ปลูกมะม่วงซินะ เราก็ตั้งวงเสวนากับเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติที่ “บ้านบาไห” อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้องค์ความรู้ด้านการให้บริการการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมทุ่งดอกไม้บาไห เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ มีเอนจีโอแสนเก่งที่สอนคนในชนบทที่ไม่เคยเรียนเรื่องธุรกิจการนำท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยหลายคน แล้วทำไมเราจะไม่ตามคนเหล่านั้นไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติที่บาไห ? SS อาจไม่เกิดโดยทันที แต่เมื่อเราขุดดินทำหลุมเพื่อเอาเมล็ดมะม่วงพันธุ์ดีลงดิน และรดน้ำ อีกทั้งพรวนดิน ความพยายามที่จะไปถึง SS ก็เกิดแล้ว เราก็มีอะไรจะสื่อสารแล้วซินะ เหมือนเราเฝ้าดูแพนด้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่เติบโตอย่างนั้นเลย เราได้สร้างพื้นที่การเรียนรู้เริ่มจากระหว่างคนทำงานเพื่อคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ ไปจนถึงคนนอก ซึ่งมิได้ทำงานในเรื่องนี้ ไม่ว่า จะสำเร็จได้จริงไหม ไม่ว่าต้นมะม่วงจะมีลูกมะม่วงให้เราไหม แต่เราก็มี SS แล้วล่ะ นั่นก็คือ SS ที่ได้บรรลุที่จะพาใครต่อใครไปทดลองปลูกต้นมะม่วง SS ที่จะช่วยกันเรียนรู้ how to reach success story และ how to reach unsuccess story

(๓) งานกระตุ้นชุมชนหรือครอบครัวไร้รัฐไร้สัญชาติ เพื่อสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการสร้าง SS ของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ

           เมื่อเราปลูกมะม่วง เราก็ต้องใส่ปุ๋ย ใช่ไหมล่ะ การกระตุ้นเพียงแค่เด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติก็ไม่น่าพอเพียง ทำไมเราไม่ไปกระตุ้นคนที่อยู่รอบตัวเด็กและเยาวชนด้วยล่ะ นั่นก็คือ การกระตุ้นน่าจะต้องทำต่อชุมชนหรือครอบครัวไร้รัฐไร้สัญชาติ เพื่อสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการสร้าง SS ของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ เช่น การตั้งวงเสวนากับอำเภอโขงเจียมและภาคธุรกิจที่อุบลราชธานีเพื่อกระตุ้นให้ร่วมมือกับเยาวชนไร้สัญชาติในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวทุ่งหญ้าดอกไม้บาไห คราวนี้ล่ะ “ความพยายามที่จะไปถึง SS ของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ” ก็จะขยายตัวเป็นความพยายามของสังคมที่แวดล้อมพวกเขาอีกด้วย กระบวนการเรียนรู้ที่จะสร้างและไปถึง SS จึงเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มใหญ่ขึ้น

งานชุดที่สอง เป็นงานสื่อสารสาธารณะ ซึ่งเป็นการเล่าเรื่อง SS ที่เกิดแล้วและกำลังจะเกิดให้สังคมได้ทราบ

             ถ้าเราต้องการจะขยายผลของ SS เราก็จะต้องสื่อสาร จะปิดทอดหลังพระไม่ได้ งานเผยแพร่ SS และความพยายามที่จะกระตุ้น SS ที่นั้น อาจทำเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเป็นความเคลื่อนไหวก็ได้ กิจกรรม ๒ ลักษณะ จึงจำเป็นเพื่อทำงานสื่อสารสาธารณะ

(๔) งานสื่อกระดาษ SS และความพยายามที่จะไปถึง SS ของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ

              สื่อกระดาษนั้นมีความเป็นไปได้หลายประการ อาทิ Pocket ดังที่ อ.ด๋าวอยากทำ หรือเพียงเขียนบทความลงในสื่อกระแสสัก ๒ – ๓ เล่ม แล้วอาจขยายผลโดยการเอาลงใน Websites ต่างๆ ถ้าเราอาจนักข่าวที่เชียวชาญการเขียน หรือมีพื้นที่สื่อสารอยู่แล้ว ลงพื้นที่ไปด้วยตอนเราทำกิจกรรมกระตุ้นข้างต้น พวกเขาก็จะถูกกระตุ้นให้เข้าใจภารหน้าที่ในการสื่อสาร SS ของของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ

               กลับมาเรื่องของมะม่วงอีกครั้ง เมื่อเราปลูกมะม่วงเอง และอยากให้สังคมไทยตามดูต้นมะม่วงเติบโต สื่อกระดาษดังว่านี่ล่ะที่จะทำหน้าที่เฝ้าดูความเติบโตของ SS ของของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ เป็นห้องเรียนของสังคมไทยที่จะเรียนรู้ที่จะจัดการ SS พร้อมไปกับเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ

(๕) งานสื่อสาร SS และความพยายามที่จะไปถึง SS ของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ โดยสร้างความเคลื่อนไหวทางสังคม

            ดังเราใช้มะม่วงเป็นอุปมาอุปมัย เราคาดเดาว่า มีต้นมะม่วงมากมายในประเทศไทย กล่าวคือ น่าจะมี SS ของของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติพอสมควรในประเทศไทย ดังนั้น การตั้งวงเสวนาระหว่างคนทำงานเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติเพื่อสำรวจและเลือกสรร SS ดังกล่าว ก็คือ วิธีการหนึ่งที่จะกระตุ้นคนทำงานเหล่านี้ที่จะเห็นความสำคัญของ SS ซึ่งเป็นกำลังใจของมนุษย์

             เราต้องเปิดพื้นที่เพื่อให้คนที่มีมะม่วงก็จะเอามะม่วงของตนมาอวดกัน คนที่ไม่มีมะม่วงก็จะถูกกระต้นให้อยากปลูกมะม่วง ผลก็คือ กระแสการปลูกมะม่วงก็จะเกิดขึ้น อันหมายถึงกระแส “ความนิยม” ในความพยายามทำ SS ก็จะขยายผลในเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ แฟชั่นการทำความดีเพื่อบรรลุถึงความสำเร็จก็จะปกคลุมจิตสำนึกของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ และเมื่อความดีแพร่กระจายไปทั่วสังคมไทย ก็คงไม่มีใครคิดว่า ความไร้รัฐไร้สัญชาติเป็นภัยความมั่นคงของประเทศล่ะมัง ความไร้รัฐไร้สัญชาติไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำความดีและความสำเร็จ

 

            โดยสรุป ต้นแบบความคิดเกี่ยวกับการจัดการ SS ดังนี้ น่านำไปสู่ “โครงการพัฒนาแนวคิดและวิธีการในการสำรวจ SS และกระตุ้นความพยายามที่จะไปถึง SS ของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ” 

 

หมายเลขบันทึก: 279915เขียนเมื่อ 25 กรกฎาคม 2009 02:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 พฤษภาคม 2012 18:34 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (7)

ขอบคุณครับ หลงเข้ามาเเต่เป็นประโยชน์มากเลยอ่านจนจบ จะติดตามต่อไปครับ

From: pvicharn

Date: Sat, 25 Jul 2009 06:23:27 +0700

Subject: Re: เชิญอ่านวิธีวิทยาเพื่อพัฒนาสังคม : รอเก็บเกี่ยว SS คงไม่เพียงพอ เราควรจะกระตุ้นให้ของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติไปถึง SS อีกด้วย

ส่งสารตอนตีสามเชียวนะครับ   คนนอนไม่หลับนี่มีความคิดดีๆ เสมอ วิจารณ์

From: daruneeliu

Date: Sat, 25 Jul 2009 09:10:53 +0700

Subject: RE: เชิญอ่านวิธีวิทยาเพื่อพัฒนาสังคม : รอเก็บเกี่ยว SS คงไม่เพียงพอ เราควรจะกระตุ้นให้ของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติไปถึง SS อีกด้วย

ขอบพระคุณมากค่ะ อ.แหวว

สะท้อนข้ออ่อนในงานที่หนูพยายามจะพัฒนา proposal งานด้าน SS ชัดแจ่มเลยค่ะ

จะปรับแก้ตามคำแนะนำนะคะ

คุณเปาให้วันนัดเพื่อคุยตัว proposal แล้วค่ะ คือวันพุธที่ 29 เวลา 14.00 น.ที่มูลนิธิสยามกัมมาจลค่ะ คิดว่าเสาร์อาทิตย์นี้ proposal น่าจะปรับแก้เสร็็จแล้วและหารือกับอ.แหวว อีกรอบก่อนไปพบคุณเปาค่ะ ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ ด๋าว

From: archanwell

Sent: Saturday, July 25, 2009 2:19 PM

Subject: อ.แหววขอคุยต่อเรื่องแนวคิดและวิธีการเพื่อจัดการ SS ของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย

 

๑.    ตอบ อ.วิจารณ์ค่ะ หนูนอนตอบหกโมงเช้ามาเป็นสิบปีแล้วค่ะ ตื่นเที่ยง เวลาไปหาอาจารย์ที่ สคส. ที่หน้าสนามเป้า หนูยังไม่นอนนะคะ เป็นสิ่งที่ไม่ดี หลายคนเป็นห่วง แต่หนูก็ยังไม่ม่ความสำเร็จที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง หนูอยากวิ่งตอนเช้าเหมือนอาจารย์ ความคิดเล็กๆ ที่จะทำอย่างอาจารย์มันโตขึ้นทุกวัน กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนแล้วค่ะ ปัญหา ก็คือ งานที่มี มันหนักไปที่พูด การอ่านและเขียนนั้น ถ้าไม่ทำกลางคืน ไม่มีโอกาสทำ และถ้าไม่อ่านและเขียน ก็จะคิดไม่ออกค่ะ ลูกศิษย์ของหนูรุ่นหลังๆ ไม่ชอบอ่านและเขียน จึงคิดไม่ได้ ทั้งที่จิตใจดี แต่ไม่มีความรู้ และคิดไม่เป็น ท่องจำความรู้มา ก็พัฒนาต่อไม่ได้ค่ะ หนูไม่ทราบว่า จะแก้ไขได้อย่างไรคะ บ่นแกมหารือค่ะ ??

๒.   ถาม อ.วิจารณ์ค่ะ การไปจาริกแสวงบุญของเราในปลายเดือนสิงหาคมนี้ อยากไปไหนคะ หนูเห็นพื้นที่ที่จะเห็น "ต้นมะม่วง" และ "พื้นดินที่จะลงเมล็ดพันธุมะมวงดี" ใน ๓ พื้นที่ค่ะ (๑) ระนองพังงาภูเก็ต ไปดู SS ของคนทำงานด้านสาธารณะสุขเพื่อคนที่มีปัญหาสถานะบุคคล แบบเป็น สปสช.ภาคประชาชน (๒) โขงเจียมและบุณฑริกในอุบลราชธานี ไปดู SS ของชุมชนชายแดนที่มีความเข้าใจในปัญหาคนที่มีปัญหาสถานะบุคคล และสร้างระบบอุปถัมภ์คนที่มีปัญหาแบบมนุษย์นิยม แม้ภาครัฐจะไม่อินังขังขอบ ภาคเอนจีโอแข็งๆ ในด้านนี้จะไม่มี พวกเขาก็มีชีวิตรอดได้ มีสุขได้ ถ้าไม่อยากเข้าเมืองมาเป็นวัตถุนิยม ก็ไม่เดือดร้อนที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ และ (๓) แม่อายแม่จันแม่ฟ้าหลวง ไปดูชาวบ้านที่เรียนรู้ที่จะเรียนรู้สมัยใหม่ มีตัวอย่างของ SS ที่เป็นคนชาติพันธุ์ที่ลุกขึ้นมาเป็น "ทนายความ" "เอนจีโอ" "นักการเมืองท้องถิ่น" "กำนัน" "ผู้ใหญ่บ้าน" เรียนรู้สมัยใหม่นิยม เพื่อยกระดับชีวิตของคนในเผ่าพันธุ์ อาจารย์กรุณาวิจารณ์ "ต้นมะม่วง" ของหนูทั้งสามต้นหน่อยได้ไหมคะ ??

๓.    เสนอแนะคุณเปาค่ะ อ.แหววมีงานในทั้ง ๓ พื้นที่ และอยากให้คุณเปาไปดูในทั้ง ๓ พื้นที่ แต่สำหรับงานที่จะให้ อ.ด๋าว ไปทดลองทำงานนั้น ขอแค่พื้นที่เดียวก็ได้ค่ะ แต่อยากใช้งานครั้งแรกในการเอา "ชาวสวนมะม่วงในอีก ๓ พื้น" มาคุยกับ อ.วิจารณ์ และคุณเปา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเกตษร ที่เราคิดว่า ควรร่วมโครงการ เราน่าจะได้ "แนวคิดและวิธีการ" ๒ ลักษณะ (๑) สำรวจหาต้นมะม่วงพันธุ์ดี และ (๒) กระตุ้นการปลูกมะม่วงพันธุ์ดี ค่ะ

๔.   เสนอ อ.ด๋าวค่ะ ที่ส่งเป็นเป็นเพียงข้อเสนอแนะ คิดได้เอง ไม่เอาก็ได้ ตัดออกก็ได้ เพิ่มเติมก็ได้ แต่ควรคิดออกแบบให้จบทั้งในแง่หลักการและรายละเอียด เป้าหมายคืออะไร ? ผลที่คาดว่าจะได้คืออะไร ? วิธีการจัดการคืออะไร ? แปลว่า ต้องคิดเรื่อง (๑) วิธีเลือกและพัฒนาความเข้าใจในเป้าหมายงานของคนทำงานก้อนนั้น (๒) วิธีการทำงานก้อนนั้น (๓) เวลาที่จะทำงานก้อนนั้น  (๔) วิธีการประสานงานระหว่างคนทำงานก้อนนั้นและก้อนอื่นๆ และ (๕) วิธีการสื่อสารระหว่างคนทำงานกับสังคมภายนอก การไม่จัดการอะไรเลย ก็คือการสร้างปัญหาให้ตนเอง

๕.   เสนอ อ.โก๋ ควรสนใจที่จะแลกเปลี่ยนระหว่างประชาคมคนทำงานของ อ.โก๋ และ อ.ด๋าวนะคะ อย่ามัวแต่ใช้เวลากับเรื่องที่ไม่มีความสำคัญต่อชีวิตวิชาการนะคะ การประสานงานเพื่อเอาเด็กและเยาวชนเป็นตัวตั้งนะคะ สำคัญ อย่าเอางาน สสส. หรืออื่นๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ของ อ.โก๋ เป็นตัวตั้งนะคะ มาคิดดูซิว่า จริงๆ อะไรคือ SS ของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ  ?? อาจจะเอากิจการ rating มาใช้ ก็ได้ แต่ต้องเอาเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติเเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติป็นเป้าหมาย และหากต้องคิดอะไรใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นสมองพวกเขา ก็ต้องทำ พวกเขาเป็นประธานแห่งสิทธิ มิใช่วัตถุแห่งสิทธิ จับมือกับ อ.ด๋าวให้แน่นกว่านี้ค่ะ หลักสูตรกฎหมายเด็กและเยาวชน จะมีแค่เรื่อง rating หรือสื่อไม่ได้ค่ะ ไม่ได้จริงๆๆ ลองหันกลับไปหารือท่านนายกสภามหาวิทยาลัยซิคะ ๑๐ สถานการณ์เด่นเกี่ยวเด็กและเยาวชนในประเทศไทยน่ะ ตอบมาซิ ตอบได้ไหม ? SS จะได้มีทิศทาง มะม่วงอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีรัฐมีสัญชาติ อาจจะต้องเมล็ดทุเรียนก็ได้นะคะ อ.โก๋เป็นเอนจีโอนักเคลื่อนไหว หรือเป็นนักวิชาการกันแน่คะ ช่วยตอบหน่อย หรือเป็นข้าราชการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง หรือเป็นอาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลกันแน่ วิปัสนาดูนะคะ รีบ U–turn กลับมาในประชาคมงานวิจัยการจัดการ SS ของเด็กและเยาวชน โดยกฎหมายด่วน...

๖.    ขออนุญาตเพิ่มบุคคลที่อยู่นอกวงการพูดคุยที่มูลนิธิสยามกัมมาจลอีกเพราะเป็นบุคคลที่ควรเรียนรู้เรื่อง SS และเป็นบุคคลที่สนใจ SS อยู่แล้ว ก็คือ (๑) ดร.สุชาดา รัตนพิบูลย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ พายัพ (๒) อาจารย์วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล ผู้จัดการคลินิกแม่อาย (๓) อาจารย์เตือนใจ ดีเทศน์ (๔) อาจารย์ต้องสรินยา ซึ่งสองคนนี้เป็นครูดอยที่เทชีวิตให้แก่เรื่องของชาวเขาและครไร้รัฐคนไร้สัญชาติมานาน (๕) อาจารย์ตี๋ชุติ ทนายความชุมชนแห่งสำนักกฎหมายธรรมสติ แม่สรวย  (๖) นางสาวปลาทอง ศิวนุช และ (๗) นางสาวอบลวรรณ ซึ่งสองคนหลังเป็นคนใหม่ในวงการเรียนรู้เพื่อคนที่มีปัญหาสถานะบุคคล

น่าสนใจค่ะ...การปลูกมะม่วงเพื่อเป้าหมายระยะยาวเช่นนี้ต้องหาคนมาช่วยกันปลูกค่ะ

เปา

เปาที่รักขา เราสองคนเป็นชาวสวนมาตลอดชีวิตนะคะ ไม่เหนื่อยที่จะปลูก ไม่เหนื่อยที่จะสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี