From: archanwell
Sent: Saturday, July 25, 2009 2:19 PM
Subject: อ.แหววขอคุยต่อเรื่องแนวคิดและวิธีการเพื่อจัดการ SS ของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย
๑. ตอบ อ.วิจารณ์ค่ะ หนูนอนตอบหกโมงเช้ามาเป็นสิบปีแล้วค่ะ ตื่นเที่ยง เวลาไปหาอาจารย์ที่ สคส. ที่หน้าสนามเป้า หนูยังไม่นอนนะคะ เป็นสิ่งที่ไม่ดี หลายคนเป็นห่วง แต่หนูก็ยังไม่ม่ความสำเร็จที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง หนูอยากวิ่งตอนเช้าเหมือนอาจารย์ ความคิดเล็กๆ ที่จะทำอย่างอาจารย์มันโตขึ้นทุกวัน กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนแล้วค่ะ ปัญหา ก็คือ งานที่มี มันหนักไปที่พูด การอ่านและเขียนนั้น ถ้าไม่ทำกลางคืน ไม่มีโอกาสทำ และถ้าไม่อ่านและเขียน ก็จะคิดไม่ออกค่ะ ลูกศิษย์ของหนูรุ่นหลังๆ ไม่ชอบอ่านและเขียน จึงคิดไม่ได้ ทั้งที่จิตใจดี แต่ไม่มีความรู้ และคิดไม่เป็น ท่องจำความรู้มา ก็พัฒนาต่อไม่ได้ค่ะ หนูไม่ทราบว่า จะแก้ไขได้อย่างไรคะ บ่นแกมหารือค่ะ ??
๒. ถาม อ.วิจารณ์ค่ะ การไปจาริกแสวงบุญของเราในปลายเดือนสิงหาคมนี้ อยากไปไหนคะ หนูเห็นพื้นที่ที่จะเห็น "ต้นมะม่วง" และ "พื้นดินที่จะลงเมล็ดพันธุมะมวงดี" ใน ๓ พื้นที่ค่ะ (๑) ระนองพังงาภูเก็ต ไปดู SS ของคนทำงานด้านสาธารณะสุขเพื่อคนที่มีปัญหาสถานะบุคคล แบบเป็น สปสช.ภาคประชาชน (๒) โขงเจียมและบุณฑริกในอุบลราชธานี ไปดู SS ของชุมชนชายแดนที่มีความเข้าใจในปัญหาคนที่มีปัญหาสถานะบุคคล และสร้างระบบอุปถัมภ์คนที่มีปัญหาแบบมนุษย์นิยม แม้ภาครัฐจะไม่อินังขังขอบ ภาคเอนจีโอแข็งๆ ในด้านนี้จะไม่มี พวกเขาก็มีชีวิตรอดได้ มีสุขได้ ถ้าไม่อยากเข้าเมืองมาเป็นวัตถุนิยม ก็ไม่เดือดร้อนที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ และ (๓) แม่อายแม่จันแม่ฟ้าหลวง ไปดูชาวบ้านที่เรียนรู้ที่จะเรียนรู้สมัยใหม่ มีตัวอย่างของ SS ที่เป็นคนชาติพันธุ์ที่ลุกขึ้นมาเป็น "ทนายความ" "เอนจีโอ" "นักการเมืองท้องถิ่น" "กำนัน" "ผู้ใหญ่บ้าน" เรียนรู้สมัยใหม่นิยม เพื่อยกระดับชีวิตของคนในเผ่าพันธุ์ อาจารย์กรุณาวิจารณ์ "ต้นมะม่วง" ของหนูทั้งสามต้นหน่อยได้ไหมคะ ??
๓. เสนอแนะคุณเปาค่ะ อ.แหววมีงานในทั้ง ๓ พื้นที่ และอยากให้คุณเปาไปดูในทั้ง ๓ พื้นที่ แต่สำหรับงานที่จะให้ อ.ด๋าว ไปทดลองทำงานนั้น ขอแค่พื้นที่เดียวก็ได้ค่ะ แต่อยากใช้งานครั้งแรกในการเอา "ชาวสวนมะม่วงในอีก ๓ พื้น" มาคุยกับ อ.วิจารณ์ และคุณเปา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเกตษร ที่เราคิดว่า ควรร่วมโครงการ เราน่าจะได้ "แนวคิดและวิธีการ" ๒ ลักษณะ (๑) สำรวจหาต้นมะม่วงพันธุ์ดี และ (๒) กระตุ้นการปลูกมะม่วงพันธุ์ดี ค่ะ
๔. เสนอ อ.ด๋าวค่ะ ที่ส่งเป็นเป็นเพียงข้อเสนอแนะ คิดได้เอง ไม่เอาก็ได้ ตัดออกก็ได้ เพิ่มเติมก็ได้ แต่ควรคิดออกแบบให้จบทั้งในแง่หลักการและรายละเอียด เป้าหมายคืออะไร ? ผลที่คาดว่าจะได้คืออะไร ? วิธีการจัดการคืออะไร ? แปลว่า ต้องคิดเรื่อง (๑) วิธีเลือกและพัฒนาความเข้าใจในเป้าหมายงานของคนทำงานก้อนนั้น (๒) วิธีการทำงานก้อนนั้น (๓) เวลาที่จะทำงานก้อนนั้น (๔) วิธีการประสานงานระหว่างคนทำงานก้อนนั้นและก้อนอื่นๆ และ (๕) วิธีการสื่อสารระหว่างคนทำงานกับสังคมภายนอก การไม่จัดการอะไรเลย ก็คือการสร้างปัญหาให้ตนเอง
๕. เสนอ อ.โก๋ ควรสนใจที่จะแลกเปลี่ยนระหว่างประชาคมคนทำงานของ อ.โก๋ และ อ.ด๋าวนะคะ อย่ามัวแต่ใช้เวลากับเรื่องที่ไม่มีความสำคัญต่อชีวิตวิชาการนะคะ การประสานงานเพื่อเอาเด็กและเยาวชนเป็นตัวตั้งนะคะ สำคัญ อย่าเอางาน สสส. หรืออื่นๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ของ อ.โก๋ เป็นตัวตั้งนะคะ มาคิดดูซิว่า จริงๆ อะไรคือ SS ของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ ?? อาจจะเอากิจการ rating มาใช้ ก็ได้ แต่ต้องเอาเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติเเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติป็นเป้าหมาย และหากต้องคิดอะไรใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นสมองพวกเขา ก็ต้องทำ พวกเขาเป็นประธานแห่งสิทธิ มิใช่วัตถุแห่งสิทธิ จับมือกับ อ.ด๋าวให้แน่นกว่านี้ค่ะ หลักสูตรกฎหมายเด็กและเยาวชน จะมีแค่เรื่อง rating หรือสื่อไม่ได้ค่ะ ไม่ได้จริงๆๆ ลองหันกลับไปหารือท่านนายกสภามหาวิทยาลัยซิคะ ๑๐ สถานการณ์เด่นเกี่ยวเด็กและเยาวชนในประเทศไทยน่ะ ตอบมาซิ ตอบได้ไหม ? SS จะได้มีทิศทาง มะม่วงอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีรัฐมีสัญชาติ อาจจะต้องเมล็ดทุเรียนก็ได้นะคะ อ.โก๋เป็นเอนจีโอนักเคลื่อนไหว หรือเป็นนักวิชาการกันแน่คะ ช่วยตอบหน่อย หรือเป็นข้าราชการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง หรือเป็นอาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลกันแน่ วิปัสนาดูนะคะ รีบ U–turn กลับมาในประชาคมงานวิจัยการจัดการ SS ของเด็กและเยาวชน โดยกฎหมายด่วน...
๖. ขออนุญาตเพิ่มบุคคลที่อยู่นอกวงการพูดคุยที่มูลนิธิสยามกัมมาจลอีกเพราะเป็นบุคคลที่ควรเรียนรู้เรื่อง SS และเป็นบุคคลที่สนใจ SS อยู่แล้ว ก็คือ (๑) ดร.สุชาดา รัตนพิบูลย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ พายัพ (๒) อาจารย์วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล ผู้จัดการคลินิกแม่อาย (๓) อาจารย์เตือนใจ ดีเทศน์ (๔) อาจารย์ต้องสรินยา ซึ่งสองคนนี้เป็นครูดอยที่เทชีวิตให้แก่เรื่องของชาวเขาและครไร้รัฐคนไร้สัญชาติมานาน (๕) อาจารย์ตี๋ชุติ ทนายความชุมชนแห่งสำนักกฎหมายธรรมสติ แม่สรวย (๖) นางสาวปลาทอง ศิวนุช และ (๗) นางสาวอบลวรรณ ซึ่งสองคนหลังเป็นคนใหม่ในวงการเรียนรู้เพื่อคนที่มีปัญหาสถานะบุคคล