ได้รับสไลด์ภาพนี้จากเพื่อนส่งต่อมาอีกที อ่านแล้วคิดว่าน่าจะช่วยให้หลายๆคนได้จุดประกายใหม่ๆในตัวเอง คิดถึงเรื่อง The Secret ที่เคยเขียนถึงไว้ด้วยค่ะ ออกจะเป็นไปในแนวเดียวกัน คือเราต้องตั้งความคิดของเราเอาไว้ในทางที่เราต้องการ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นไปตามนั้น

Mindset

ตัวหนังสือเล็กไปหน่อย ขอแปลให้คร่าวๆว่า เขาพูดถึงช้างตัวโตๆที่ถูกผูกขาไว้ ซึ่งน่าจะดึงออกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เขาถูกฝึกมาตั้งแต่เล็กๆจนกระทั่งฝังอยู่ในหัวแล้วว่า ถ้าขาผูกไว้แบบนี้ก็แปลว่าไปไหนไม่ได้ ไม่ได้คิดจะทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการที่ติดตัวอยู่ แม้ว่าเราก็เห็นว่าเขาทำได้แน่ๆ แต่ตัวช้างเองมี mindset ที่ตั้งไว้อย่างนั้นแล้ว

คำว่า mindset นี่แปลเป็นไทยตรงๆตัวนี่นึกไม่ออกเหมือนกันนะคะว่า ใช้คำไหนถึงจะเหมาะ มันหมายถึงความคิดที่เราตั้งไว้ในใจ น่าจะใกล้ๆกับการคิดแบบยึดติดนั่นเองค่ะ ในสไลด์เขาเปรียบเทียบ คนเราหลายๆคนว่าอาจจะเหมือนช้างตัวโตๆที่น่าจะทำให้ตัวเองพ้นพันธนาการได้ง่ายๆ แต่เราก็มักจะยึดติดกับความคิดของตัวเองที่อาจจะเกิดจากการล้มเหลวมาก่อนครั้งหนึ่ง แล้วก็ฝังใจว่าเราคงทำไม่ได้หรอกไปตลอด ลองคิดดูว่าเราเคยคิดจะลองทำอะไรใหม่ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเอง เลิกยึดติดกับความคิดเดิมๆบ้างหรือเปล่า ข้อคิด 2 บรรทัดสุดท้ายเป็นสิ่งที่เก็บไว้ใช้ได้เสมอค่ะ

Your attempt may fail, but never fail to make an attemp....
ความพยายามของท่านอาจล้มเหลว แต่อย่าล้มเหลวที่จะลองพยายามเสียก่อน...

Choose not to accept the false boundaries and limitations created by the past...
จงเลือกที่จะไม่ยึดติดกับอุปสรรคและข้อจำกัดผิดๆที่เกิดขึ้นในอดีต.....

สรุปว่า อะไรๆก็อยู่ที่จิตใจและความคิดของเรานั่นเองค่ะ จงคิดและเชื่อเสมอว่า เราทำได้ทุกอย่างที่เราอยากจะทำ