Fun Find Focus

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านวิทยาการและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้เกิดกระแสของการรวมตัวกันเป็นสังคมโลกที่เรียกกันว่าโลกาภิวัฒน์ ทำให้โลกไร้ขอบเขตไร้พรมแดนเกี่ยวกับองค์ความรู้ต่างๆที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ทั้งเนื่องเนื่องจากเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีขนส่งและความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสื่อสาร ทำให้การรับรู้ข่าวสารสามารถเชื่อมโยงกันได้ในทุกๆพื้นที่ เกิดเป็นโลกแห่งการพึ่งพาอาศัย ร่วมมือกัน และยังเป็นโลกแห่งการแข่งขันอีกด้วย
ดังนั้น จากการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคนี้ จึงทำให้เกิดความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในทุกๆด้าน ประเทศใดมีคนในประเทศด้อยคุณภาพก็จะไม่สามารถพัฒนาให้เท่าเทียมประเทศอื่นๆได้ ส่วนประเทศใดมีคนที่มีคุณภาพก็จะสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว
สังคมไทยในสภาพปัจจุบันได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ ทางวัฒนธรรม ฯลฯ ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความเห็นตรงกันว่าหัวใจสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศคือ การพัฒนาคุณภาพของคน และกลไกในการพัฒนาคนก็คือ การจัดการศึกษาที่ต้องทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในระบบสารสนเทศ มีความสามารถในการจัดการ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับสังคมและบริบท รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่จำเป็นต้องใช้ในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของชาติด้วย
โรงเรียนซึ่งเป็นสถาบันที่ใช้เปลี่ยนผ่านความรู้ไปสู่ผู้เรียนในแต่ละวัย จำเป็นต้องปรับบทบาทให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกปัจจุบัน การจัดการเรียนการสอนที่เคยปฏิบัติกันมา โดยกำหนดเป็นเวลาตั้งแต่ 08.00 น. - 16.00 น. ของการเรียนในแต่ละวันประกอบกับความรู้ที่ซ้ำซาก จำเจ ตายตัว ไม่ยึดหยุ่น ไม่มีอะไรใหม่ ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ผู้เรียนไม่อยากเรียนรู้ เพราะไม่สนุก ไม่มีความสุข ความรู้แคบและไม่ส่งเสริมหรือกระตุ้นให้เกิดการคิด ไม่ท้าทาย
การเรียน การสอนจึงต้องปรับเปลี่ยนจากตารางหรือกรอบสี่เหลี่ยมออกไปสู่โลกภายนอกให้มากขึ้น โดยต้องปรับเปลี่ยนโดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกๆฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เป็นไปตามศักยภาพและความเหมาะสมกับผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 9
โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฝ่ายประถมซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของคณะครุศาสตร์ ได้ศึกษา ค้นคว้า โครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาและนำนวัตกรรมทางการศึกษาจากห้องปฏิบัติการคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สู่โรงเรียน” โดยการจัดทำหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคน ทุกระดับชั้นได้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ของตนเองมากขึ้น ตามอายุและระดับการศึกษา ทั้งนี้ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อผู้เรียนได้รู้จักศักยภาพ ความสามารถ ความถนัด และความชอบของตนเอง เขาจะประสบผลสำเร็จในการเรียน มีกำลังใจ มีความภาคภูมิใจ และเกิดการกระตุ้นให้เขาได้เกิดความคิดสร้างสรรค์สิ่งดีๆขึ้นตามมา
งานวิจัยดังกล่าวจะสอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เพราะการศึกษาเป็นปัจจัยพื้นฐานหลักที่สำคัญอย่างยิ่ง การศึกษาที่มีคุณภาพต้องเปิดกว้างหรือรู้รอบและรู้ลึก รวมทั้งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนหรือเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจที่จะต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเป็นหลัก เมื่อผู้เรียนได้พัฒนาตนเองทั้งในด้านความรู้และการใช้ความรู้อย่างถูกวิธี ถูกต้องเหมาะกับบริบทและสถานการณ์ของท้องถิ่น เขาก็จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นตัวกลางในการสร้างและการกระจายความรู้ไปสู่การพัฒนาประเทศแบบยั่งยืนต่อไป
การวิจัยเรื่อง “การพัฒนาและนำนวัตกรรมทางการศึกษาจากห้องปฏิบัติการคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สู่โรงเรียน” มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยดังนี้
1. เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาของโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม
2. เพื่อทดลองและติดตามประเมินผลการทดลองใช้นวัตกรรมทางการศึกษาที่พัฒนาขึ้น
3. เพื่อนำนวัตกรรมทางการศึกษาไปขยายผลในโรงเรียนเครือข่าย
การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนคือ
1. ขั้นตอนในการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา โดยการศึกษาเอกสารและดูแลงานการจัดการเรียนการสอน และการจัดหลักสูตรของโรงเรียนต่างๆและมีการประชุมระดมความคิดคณาจารย์ทั้งโรงเรียน ผู้ปกครอง ผู้แทนนักเรียนเก่า เพื่อกำหนดเป้าหมายหลักของการจัดหลักสูตรออกมาเป็นหลักสูตรตามแนวคิด Fun Find และ Focus
2. ขั้นตอนการนำนวัตกรรมไปทดลองใช้ โดยมีการประชุมชี้แจงผู้ปกครองเกี่ยวกับรายละเอียดของหลักสูตรนำไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1-6และประเมินผลการทดลองใช้
3. ขั้นตอนการนำนวัตกรรมทางการศึกษา(หลักสูตรตามแนวคิด Fun Find Focus )ไปเผยแพร่สู่โรงเรียนเครือข่ายซึ่งสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้
· สร้างและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิด Fun Find Focus โดยความร่วมมือของคณาจารย์ทั้งโรงเรียนและเป็นที่รับรู้ของผู้ปกครองของนักเรียนทุกระดับชั้นทดลองการใช้หลักสูตรตามแนวคิด Fun Find Focus กับนักเรียนทุกระดับชั้น ดังนี้
- นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 ได้เรียนอย่างสนุกสนานจากการจัดวิชาให้นักเรียนได้เลือกเรียนในสัปดาห์ตลาดนัดวิชา (สัปดาห์แสนสนุกสุขหรรษา)จำนวน 75ชั่วโมงต่อปี โดยที่นักเรียนให้ความเห็นว่าการจัดหลักสูตรแบบนี้อยู่ในระดับดีมากและมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกโปรแกรมอยู่ในระดับดี
-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4 ได้เลือกเรียนในวิชาที่สนใจมีโอกาสได้เลือกเรียนกับเพื่อน เลือกวันเวลารวมไปถึงการเลือกครูผู้สอนด้วย รวม 324 ชั่วโมงต่อปี โดยนักเรียนมีความคิดเห็นว่าชอบโรงเรียนจัดหลักสูตรแบบใหม่และมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เพราะได้เลือกเรียนในวิชาที่ชอบ
-นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 ได้เลือกเรียนทั้งวิชาบังคับเลือก ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ และวิชาเลือกเสรีซึ่งมีมากมายและหลากหลาย รวม 360 ชั่วโมงต่อปี นักเรียนมีความชอบต่อการจัดหลักสูตรแบบใหม่อยู่ในระดับมาก โดยตารางการเรียนรู้ของนักเรียนจะแตกต่างกันเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกวิชาเรียนของนักเรียนทั้งในส่วนของวิชาบังคับเลือกและวิชาเลือกเสรี
· ผู้ปกครองของนักเรียนทุกระดับชั้นมีความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการจัดหลักสูตรตามแนวคิด Fun Find Focus อยู่ในระดับปานกลางและระดับมาก ผู้ปกครองให้ความคิดเห็นว่าการจัดหลักสูตรแบบนี้ทำให้นักเรียนมีความสุขและสนุกกับการเรียนสามารถตัดสินใจเลือกวิชาเรียนด้วยตนเองอยู่ในระดับมาก นักเรียนได้ค้นพบความถนัดและความสนใจของตนเองอยู่ในระดับปานกลางและระดับมากใกล้เคียงกัน
· ครูผู้สอนให้ความคิดเห็นว่าการจัดหลักสูตรดังกล่าวมีข้อดีและข้อด้อยดังนี้
ข้อดีด้านผู้สอน
ผู้สอนมีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ถนัดด้านอื่นๆมาเปิดวิชาเลือก ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน มีความภูมิใจและมีที่นักเรียนชอบและสนุก ได้รู้จักนักเรียนหลากหลาย มีช่วงเวลาว่างอย่างต่อเนื่องที่สามารถเอื้อต่อการทำงานด้านอื่นๆได้อย่างเต็มที่
ข้อดีด้านผู้เรียน
มีความสุขและสนุกกับการเรียน มีความกระตือรือร้นและรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักวางแผนบริหารจัดการกับการเรียนของตนเอง มีเวลาว่างในการค้นคว้า ทบทวนบทเรียนและงานค้าง มีเพื่อนมากขึ้น และรู้จักแหล่งเรียนรู้มากขึ้น
ข้อด้อย
ผู้สอนต้องใช้เวลาการเตรียมการสอนมากขึ้น ผู้เรียนมีความหลากหลาย อาจเกิดปัญหาการติดตามงานรายบุคคลและผู้เรียนบางคนยังปัญหาเรื่องการปรับตัว
ปัญหาและแนวทางแก้ไข
สถานที่เรียนมีไม่เพียงพอ ควรแก้ไขโดยจัดให้มีผู้รับผิดชอบดูแลการจัดเวลาการเรียนวิชาต่างๆให้เหมาะสม ไม่ให้ซ้ำซอนกันมากเพื่อให้การใช้สถานที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดรายวิชาเลือกเสรียังมีน้อย ควรเปิดวิชาเลือกที่มีความแปลกใหม่ ท้าทาย และน่าสนใจให้มากขึ้น บางวิชามีปัญหาเกี่ยวกับจำนวนนักเรียนลงทะเบียนมาก ควรแก้ไขโดยการจัดให้มีการสอนเป็นทีม พร้อมทั้งควรเพิ่มแหล่งเรียนรู้และอุปกรณ์ต่างๆให้มากขึ้น เช่น เกม วีดีทัศน์ ฯลฯ
· การนำนวัตกรรมทางการศึกษาไปเผยแพร่และขยายผลสู่โรงเรียนเครือข่าย ได้มีการขยายผลโดยมีการนำหลักสูตรตามแนวคิด Fun Find Focus ไปเผยแพร่ในโรงเรียนต่างๆรวม 5ภูมิภาค ดังนี้ ภาคเหนือ ได้แก่ จ.พะเยา จ.พิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.บุรีรัมย์ จ.อุบลราชธานี ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ภาคใต้ ได้แก่ จ.ตรัง จ.พัทลุง จ.สงขลา และกรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน รวมทั้งสิ้น 76 โรงเรียน
***จากการขยายผลสู่โรงเรียนเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พบว่า โรงเรียนเครือข่ายซึ่งมีความแตกต่างทั้งด้านจำนวนครู นักเรียน และบริบทต่างๆ ของโรงเรียนที่ไม่เหมือนกัน ก็สามารถพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิด Fun Find Focus ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของตนเอง นักเรียน ครูและผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ นักเรียนมีความสุข และสนุกกับการเรียน มีพฤติกรรมที่แสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าถาม กล้าแสดงออกมากขึ้น มีความภาคภูมิใจในความสามารถและศักยภาพของตนเอง รู้จักตนเองมากขึ้น อันจะส่งผลต่อการเรียนการสอนของครู และการเรียนรู้ของผู้เรียนต่อไป นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีในการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
ขอขอบคุณแหล่งอ้างอิง : วารสารการศึกษาไทย
รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ / ผู้วิจัย

การเรียนการสอนแบบนี้ จะทำให้นักเรียนชอบและสนุกกับการเรียน
ผู้เรียนจะได้ค้นพบความถนัดและความสนใจของตัวเองอีกด้วย
ขอบคุณนะคะที่นำสาระดีๆมาแบ่งปัน ได้ความรู้มากคะ