สื่อการเรียนการสอนบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

สื่อการเรียนการสอนบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

กระบวนการจัดการเรียนการสอนนั้น สื่อการเรียนการสอน(Instructional Media) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยให้การเรียนรู้ประสบผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เนื่องจากสื่อการเรียนการสอนเป็นตัวการที่สำคัญในการถ่ายทอดความรู้จากผู้สอนไปสู่ผู้เรียน สื่อการเรียนการสอนจัดทำได้มีประสิทธิภาพเท่าใด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนก็จะมีค่าสูงขึ้นตามไปด้วย  ปัจุบันจึงมีการประยุกต์ใช้สื่อในรูปแบบต่างๆ เช่น สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Media) สื่อแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive Media) เป็นต้น สื่อเหล่านี้จะถูกรังสรรค์ขึ้นใช้งานกับนวัตกรรมทางการศึกษาสมัยใหม่ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักในการนำเสนอและการจัดการ ดังจะเห็นได้จากสถานศึกษาหลานแห่งได้ริเริ่มโครงการพัฒนาบทเรียน CAI / CBT ขึ้น เพื่อใช้ในการเรียนการสอนลักษณะต่างๆ ทั้งการสอนเสริม ในกรณีที่ผู้เรียนยังไม่เข้าใจในบทเรียนนั้น หรือใช้สอนแทนผู้สอนในกรณีที่มีเนื้อหาซับซ้อน ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นแนวคิดที่ทันสมัยและสอดคล้องกับสาระหลักท่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารและการจัดการ

                บทเรียนเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI / CBT ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก โดยเฉพาะกลุ่มของผู้ใช้จะมีอยู่ในวงแคบ ปัจจุบันจึงได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นระบบที่ใช้งานผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Net Based System) ได้แก่ บทเรียน WBI / WBT (Web Based Instruction / web Based Training) จะใช้เว็บเบราเซอร์นำเสนอและจัดการ รวมทั้งมีระบบสนับสนุนการเรียนการสอน

คุณลักษณะเฉพาะของ WBI / WBT

                คืออการนำเสนอผ่านเว็บเบราเซอร์ ซึ่งเป็นการนำเสนอแบบไฮปอร์เท็กซ์ (Hypertext) ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลเป็นเฟรมๆ โดยแบ่งออกเป็นเฟรมหลัก คือ รายชื่อเนื้อหาที่จัดทำไว้และเฟรมย่อยคือ รายละเอียดของแต่ละเรื่องจากรายการหลัก โดยมีการเชื่อมโยงแต่ละเฟรมให้สามารถเข้าถึงกันและกันได้เรียกว่า (Hyperlink) มีเป้าหมาย เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนจากที่ไม่รู้หรือทำไม่ได้ให้รู้ให้ทำได้

ส่วนประกอบของบทเรียน WBI / WBT

                จะประกอบด้วย 4 ส่วน ดังนี้ ( มนต์ชัย เทียนทอง,2544 : 62 )

1.       สื่อสำหรับนำเสนอ (Presentaion Media)  ได้แก่  ข้อความกราฟฟิกและภาพเคลื่อนไหว,วิดีทัศน์และเสียง

2.       การปฏิสัมพันธ์ (Interactivity)

3.       การจัดการฐานข้อมูล (Database Management)

4.       การสนับสนุนการเรียนการ สอน(Course Support)

ประเภทของบทเรียน WBI / WBT

1.       การฝึกทักษะและฝึกปฏิบัติ เป็นการให้ผู้เรียนได้ทำแบบฝึกหัด หลังจากที่เรียนเนื้อหานั้นๆแล้ว หรือมีการฝึกซ้ำๆเพื่อให่เกิดทักษะ

2.       การเรียนแบบจำลิงสถานการณ์  โดยสมมติเหตุการณ์หรือสภาพต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนตัดสินใจโต้ตอบหรือการจัดกระทำโดยใช้คามคิดหรือเหตุผลของผู้เรียนเองเพื่อดูผลที่เกิดขึ้น

3.       แบบผู้ช่วยสอน คอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่สอน โดยเสนอเนื้อหาให้ผู้เรียนได้ศึกษาต่อจากนั้นจะมีการตั้งคำถามให้ผู้เรียนตอบ หากตอบไม่ได้ก็จะได้รับคำแนะนำเนื้อหานั้นใหม่ และให้ตอบคำถามใหม่จนกว่าจะเข้าใจ

4.       เพื่อสาธิต จะสาธิตหรือแนวปฏิบัติ ให้นักเรียนได้ดูเป็นแบบอย่างเพื่อจะได้นำไปปฏิบัติต่อไป

5.       ใช้ในการสอบ ใช้เพื่อทดสอบนักเรียนโดยตรงหลังจากที่ได้เรียนเนื้อหาหรือฝึกปฏิบัติแล้ว จะทำแบบทดสอบโดยผ่านคอมพพิวเตอร์ เมื่อคอมพิวเตอร์รับคำตอบแล้วก็จะทำการบันทึกผล ประมวลผลตรวจให้คะแนนและเสนอผลให้นักเรียนทราบทันทีที่ทำข้อสอบเสร็จ

6.       เกม  เป็นการเรียนรู้จากการเล่น ซึ่งอาจจะเป็นประเภทให้การแข่งขันเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมาย คือ ชัยชนะ หรืออาจเป็นประเภทความร่วมมือ คือ เป็นการให้เล่นร่วมกันเป็นทีม

ข้อดี  สามารถรับรองผู้ใช้ได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านเพลทฟอร์มของเครื่อง  ด้านเนื้อหาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย  สะดวกต่อการใช้งานเพียงจำชื่อ Log-on และรหัสผ่านเท่านั้น ก็สามารถเรียนรู้ได้จากทุกแห่งในโลกที่มีการติดตั้งเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ข้อเสีย  ความเร็วในการนำเสนอ และการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอภาพเคลื่อนไหว ภาพวีดิทัศน์ มักเกิดภาพกระตุก ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการเรียน และการเรียกใช้หรือดึงข้อมูลมาใช้ในเครื่องที่เราใช้งานอยู่ต้องใช้เวลามาก

สรุป  นับเป็นช่องทางการสื่อสารที่น่าสนใจ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเรียนการสอนที่สามารถจัดทำขึ้นำได้ง่าย เพราะโปรแกรมที่ใช้ในการจัดทำเว็บไซต์ในปัจจุบันออกแบบให้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เป็นอย่างมาก