ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสาระของเทคโนโลยีการศึกษา โดย Education Commission of the States ของสหรัฐอเมริกา หรือ ECS (1999 : 1-24) ได้กล่าวถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการศึกษาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบหลายอย่าง ดังนี้
1. ปัจจัยด้านการศึกษา
2. ปัจจัยด้านประชากร
3. ปัจจัยด้านเทคโนโลยี
4. ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ
5. ปัจจัยด้านการเมือง
6. ปัจจัยด้านสังคม
1. ปัจจัยด้านการศึกษา
การศึกษาได้เปลี่ยนไปเนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา จะเห็นได้จากระบบ
การศึกษาซึ่งได้เคลื่อนสู่ความสมดุลระหว่างระบบเดิมกับระบบใหม่ดังนี้
เดิม ใหม่
- มุ่งการแข่งขัน - มุ่งผลสัมฤทธิ์
- ขึ้นกับเวลา - ขึ้นกับผลสัมฤทธิ์
- เน้นการใช้แรงงาน - เน้นการใช้เงินทุน
- ความรู้เชิงเนื้อหา - ความรู้เชิงกระบวนการ (เรียนรู้การเรียน)
- การเรียนรู้แบบมีทิศทาง, การจำ - การคิดแก้สถานการณ์
- เน้นขจัดความอ่อนแอทางวิชาการ - เน้นสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ
- รัฐเป็นเจ้าของและดำเนินการ - รัฐมีส่วนร่วมกับกลุ่มคนที่สนใจ
ในขณะที่สภาพแวดล้อมการศึกษาก็เปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงนั้นเกี่ยวข้องกับการให้การศึกษา และความต้องการสำหรับผู้สอน ดังนี้
เดิม ใหม่
- ใช้เวลาในโรงเรียน - เรียนรู้ทุกเวลา ทุกที่
- ครูเป็นศูนย์กลาง - นักเรียนเป็นศูนย์กลาง
- เน้นหนังสือ - เน้นทรัพยากรการเรียนรู้
- มีผู้นำและผู้ตาม - อัตราและรูปแบบการเรียนรู้ได้หลายแบบ
- มีอาคารสถานที่ - มีจุดเข้าสู่การเรียนรู้ได้หลายแบบ
- เป็นการสอนแบบมวลชน - เป็นการสอนแบบวนบุคล
ผลที่เกิดขึ้นจากปัจจัยด้านการศึกษา
การรับรองครูผู้สอนแบบเดิมจะหมดไป จะมีแต่วิธีการใหม่ ๆ
มีการทำงานในสาขาต่าง ๆ ด้านการศึกษากว้างขวาง
ครูผู้สอนเปลี่ยนมายึดมาตรฐานและระเบียบวิธีการใหม่ๆ
2.ปัจจัยด้านประชากร
ปัจจัยด้านประชากรนั้น ได้แก่ เชื้อชาติ ชาติพันธ์ วิถีชีวิต อายุ และความยากจน ส่งผลกระทบต่อสาระของเทคโนโลยีการศึกษา ดังนี้
2.1 เน้นความจำเป็นของประชากรส่วนใหญ่
2.2 การแบ่งแยกประเภทโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น
2.3 มีโอกาสให้การศึกษาอย่างเพียงพอแก่ผู้เรียนทุกคน
2.4 จำนวนพลเมืองสูงอายุรุ่นใหม่มีมากขึ้น
3. ปัจจัยด้านเทคโนโลยี
ปัจจัยด้านเทคโนโลยีการศึกษามีผลกระทบต่อสิ่งต่างๆ ดังนี้
3.1 การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับโรงเรียนเพิ่มขึ้น
3.2 เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียนหรือโรงเรียน รวมทั้งแก้ปัญหาการจัดการและการเรียนรู้ที่ยากได้
4. ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ
4.1 แม้ว่าความร่ำรวยมั่งคั่งจะอยู่ในพวกชนชั้นสูง ซึ่งทำให้มีโอกาสเลือกเรียนในโรงเรียนเอกชน แต่อัตราการเพิ่มขึ้นของนักเรียนที่มาจากครอบครัวรายได้ต่ำก็ยังมากขึ้น ทำให้การให้บริการของรัฐยังต้องมากขึ้น
4.2 การแข่งขันจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น
4.3 ความต้องการนักเทคโนโลยีที่มีทักษะความชำนาญมากขึ้น
5. ปัจจัยด้านการเมือง
5.1 ต้องอำนวยประโยชน์ต่อประชาชนในฐานะผู้เสียภาษี
5.2 ข้อจำกัดในด้านการใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ
5.3 ความร่วมมือขององค์กรทางการเมืองเพื่อหาวิธีการใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ
6.ปัจจัยด้านสังคม
6.1 พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดจากการแยกความแตกต่างของบุคคล
6.2 หลักการที่เกี่ยวกับความง่าย และความเป็นชุมชน
6.3 บทบาทขององค์กรที่ไม่หวังผลกำไรมีมากขึ้น
Judith Conway (1997) กล่าวว่าเทคโนโลยีการศึกษาที่เปลี่ยนไปสนับสนุนเทคนิควิธีการสอนและการเรียนรู้ ผู้สอนสามารถสู่จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและเชิงพุทธิปัญญาได้ด้วยวิธีการที่ไม่เคยใช้มาก่อน ดังนี้
1. การเรียนการสอนโดยตรง (Direct Instruction) /การสอนอย่างชัดเจน (Explicit) เป็นวิธีการเชิงระบบที่ใช้วัสดุอุปกรณ์ระยะสั้นๆ แล้วหยุดเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน เทคโนโลยีการศึกษาสนับสนุนวิธีการสอนนี้ 2 อย่างคือ
1) การใช้ Computer software ในชั้นเรียนในรูปแบบฝึกหัด และโปรแกรมการฝึกปฏิบัติ
2) การใช้โปรแกรมช่วยสอน (Tutorial program)
2. การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative/Collaborative Learning) เป็นการสอนด้วยชุดการสอนปกติ แล้วให้ผู้เรียนร่วมกันทำงานเป็นหมู่คณะ โดยคละกันระหว่างผู้เรียนที่มีความสามารถสูง ปานกลางและต่ำ เทคโนโลยีการศึกษาสนับสนุนวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือประกอบด้วย
1) การออกแบบโมเดล (Modeling)
2) การควบคุมสั่งสอน (Coaching)
3) การให้พูดแสดงออก (Articulation)
4) การสะท้อนภาพ (Reflection)
5) การสำรวจ (Exploration)
3. การเรียนรู้แบบค้นพบ (Discovery Learning) เป็นวิธีการที่สอนผ่านการกระทำของผู้เรียนที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมด้วยการสำรวจเรื่องราวต่างๆ แล้วตั้งคำถามโต้แย้งกัน การเรียนรู้แบบค้นพบ ได้แก่ การจัดสิ่งแวดล้อมหรือห้องเรียนเสมือน (virtual environment) การจำลอง (simulation)
.......ขอขอบคุณนิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีการศึกษา รุ่นที่ 2 ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางแขน ทีให้ข้อมูลหนังสือวิจัยทางการศึกษาในที่นี้ด้วย