วันนี้อากาศสดชื่นทั้งวัน

ทำให้จิตใจแจ่มใสร่าเริงตามประสาเรื่อยไป

นั่งทบทวนชีวิตผ่านใจดวงน้อยที่ห่อหุ้มไปด้วย

โลภ  โกรธ  หลง ซึ่งพยายามเพื่อจะขัดมันออกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เพราะชีวิตพระที่แท้จริงเข้ามาเพื่อต้องการอิสรภาพทางใจ

แล้วนำสิ่งที่ตนเองรู้เห็นเข้าใจตามความเป็นจริงแท้ตามธรรมชาติ

นำเสนอสู่มวลมนุษยชาติอันเป็นหน้าที่ที่พึงจะกระทำ

โดยไม่จำเป็นต้องมียศตำแหน่งก็ได้

ไม่ใช่ต้องการลาภ ยศ ฐานันดรศักดิ์

พุทธศาสนาสอนวิธีให้เรารู้จักบริหารจัดการกับทุกข์

แต่เมื่อเราเข้าหาพุทธศาสนาไม่ถูกทาง

เราก็จะเพิ่มทุกข์อยู่ร่ำไป  ทั้งพระทั้งโยม

บางคนติดในประวัติศาสตร์พุทธเกินไป เจาะลึกเพื่อหาข้อเท็จจริง

ว่าตรงไหนคือที่ตั้งเมืองนั้นเมืองนี้

หาสิ่งที่เจอไปพิสูจน์วิจัยผ่านไป    ปี  ๑๐  ปี

เพิ่งได้คำตอบว่าไม่ใช่  แล้วดับทุกข์ได้ไหมละ

บางคนเจาะไปในทางวิชาการ จนเขียนตำรับตำราออกมาขายดีเยี่ยม

พูดเก่ง  เถียงเก่ง  เลยดูถูกครูบาอาจารย์ที่มุ่งปฏิบัติมีว่ามีความรู้น้อย

แต่ทว่าท่านดับทุกข์ได้  แต่ตัวเองยังกอดทิฏฐิมานะอย่างหวงแหน

หรืออีกกลุ่มเรียนรู้พุทธศาสนาไปจนแปลรูปออกมาเป็นพระแต่ละรุ่น

ในประเทศเราจึงดาดาษไปด้วยพระเครื่องมากมาย

เราทุกคนไม่ว่าจะพระหรือโยมถ้า

จับมุมจับเหลี่ยมพุทธศาสนาผิดพลาด

แทนที่จะดับทุกข์แต่ละวันได้กลับเป็นการสร้างทุกข์ไปในตัวเพิ่มขึ้น

ดังนั้นหากเราจัดการบริหารสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถูก สิ่งที่ตามมาจะทุกข์มหาศาล

การที่ชาวพุทธโดยมาก(พระและโยม)ดับทุกข์ไม่ได้และยังเพิ่มทุกข์ขึ้นอีก

เพราะเราเข้าหาพุทธศาสนาไม่ถูกเหลี่ยมถูกมุมต่างหาก

จนบางครั้งโทษพุทธศาสนาว่าสอนให้หลงงมงาย

(ความคิดธรรมฐิตอาจถูกหรือผิดแล้วแต่มุมที่มอง)

ท่านละเข้าหาถูกมุมถูกเหลี่ยมหรือยัง..

..ธรรมะสวัสดีขอรับ..