มนุษย์จะรักตัวเอง และรักผู้อื่นได้ ก็ต่อเมื่อมีการพัฒนาเอกลักษณ์ด้านความสำเร็จ

ทฤษฎีเผชิญความจริง เป็นการให้คำปรึกษาที่เน้นพฤติกรรมปัจจุบันของผู้รับคำปรึกษา ผู้ริเริ่มคือ วิลเลี่ยม กลาสเซอร์ (Glesser,1992)โดยที่เขาเชื่อว่า มนุษย์มีธรรมชาติที่ดีและมีความสามารถที่จะรับผิดชอบตนเอง และมนุษย์มีความต้องการที่จะมีเอกลักษณ์ (Identity) ซึ่งเอกลักษณ์นั้นมี 2 ทิศทางคือ เอกลักษณ์ด้านความสำเร็จ (Success Identity) กับเอกลักษณ์ด้านความล้มเหลว(Failure Identity) มนุษย์จะรักตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีค่า และสามารถรักผู้อื่นได้ก็ต่อเมื่อ เขารู้สึกว่าเขามีเอกลักษณ์ด้านความสำเร็จเท่านั้น

ผู้ให้คำปรึกษามีหน้าที่ๆต้องสนับสนุนให้คนเหล่านี้รู้จักตนเอง มีความรับผิดชอบ พิจารณาสิ่งต่างๆตามสภาพที่เป็นจริง และรู้จักประเมินสิ่งถูกผิด

องค์ประกอบเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในคนที่มีเอกลักษณ์ด้านความล้มเหลวให้กลับมาเป็นผู้มีเอกลักษณ์ด้านความสำเร็จ เพื่อให้เขากลับมารักตนเองเห็นคุณค่าตนเอง

ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติคือ

1. สำรวจความต้องการและการรับรู้ของผู้รับคำปรึกษา(Exploring Wants, Need and Perception)

- กระตุ้นให้ตระหนักถึงความต้องการของตนเองและวิธีการตอบสนองความต้องการนั้น

2. เพ่งความสนใจที่พฤติกรรมปัจจุบัน (Focus on Current Behavior)

3.ให้ผู้รับคำปรึกษาประเมินพฤติกรรมตนเอง( Getting Client to Evaluate their Behavior)

- "สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นี้ ทำให้คุณมีความสุขหรือทุกข์กันแน่"

4. การวางแผนและสร้างข้อผูกพัน (Planning and Commitment)

- เมื่อมั่นใจว่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ต้องมีการกำหนดแผนร่วมกันกับผู้ให้คำปรึกษา โดยแผนนี้ต้องปฏิบัติได้จริง และมีการตรวจสอบได้


Glasser,W.(1992).Reality Therapy.New York State Journal for Counseling and Development,7(1),5-13


สรุปทฤษฎี มาให้ค่ะ ไม่รู้ว่า จะมีใครเอาไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง ส่วนตัวแล้ว ใช้ได้ผลกับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไตระยะเริ่มแรก โดยเฉพาะกับผู้ที่เพิ่งรับทราบผลการตรวจวินิจฉัยแล้วยังไม่สามารถยอมรับได้ การปรึกษาให้รับรู้ความเป็นจริงและเผชิญกับมัน ถือเป็นความกล้าอย่างหนึ่งของผู้ให้และผู้รับบริการเลยหละค่ะ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านกันนะคะ ^^