เรารักกันแม้จะต่างศาสนากันก็อยู่ได้อย่างมีความสุข

เช้านี้ได้คุยกับลูกที่เรียนเอกภาษาอังกฤษ เขาถามว่าเขาจะทำเรียงความเรื่องอะไรดี ผมก็แนะนำว่าลองทำเรื่อง Peach เขาบอกว่าจะเป็นเรื่องเล่าชีวิตจริง ผมก็บอก่าเขียนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปู่กับปลัดพร้อยซิ .. ลูกงง.. เพราะเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ผมก็เล่าคร่าวๆให้ลูกฟังประวัติของปลัดพร้อยที่มาอยู่กับเรา ถ้าจะรู้อย่างละเอียดต้องถามคนเก่าคนแก่อย่างยายหรือโต๊ะอิหมามที่เขาอยู่กับพ่อตลอดเหมือนกัน

ปลัดพร้อยเป็นปลัดตำบล มาดูแลตำบลบาโงยซิแน (ผมรู้สึกว่าผมเคยได้ยินเขาเล่ามาแบบนี้ จริงเท็จยังไงนั้นผมก็ไม่รู้รายเอียดเหมือนกัน) ท่านมีชื่อเต็มว่า พร้อย ดำนาคแก้ว เป็นคนนับถือศาสนาพุทธและบ้านเดิมอยู่ที่อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

พ่อของผมเป็นโต๊ะครู ก็เป็นเรื่องปกติที่ผมรู้สึกว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้าเป็นโต๊ะครูแล้ว จะถูกเพ่งเล่ง แม้กระทั้งตัวผมเองก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ จากฝ่ายความมั่นคง บางครั้งรายงานที่ผมได้อ่านจากเพื่อนเอามาให้ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากการคาดเดา จากความรู้สึก หรือเกิดขึ้นจากการวิเคราะห์จิตอย่างที่สหรัฐถล่มอัฟกานีสถาน ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่ที่แน่ๆ ไม่เป็นความจริงเลย จะเป็นความจริงบ้างที่ผมเป็นครูสอนอยู่ปอเนาะหรือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา

ว่ากันว่าปลัดพร้อยถูกส่งมาหาพ่อเพื่อเป็นเพื่อความมั่นคง.. แต่ด้วยความเป็นตัวตัวตนที่แท้จริงของพ่อ จุดยืนที่มั่นคงไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่เคยคิดทางลบกับเพื่อนมนุษย์ มีแต่ทำดีและให้ความไว้วางใจ .. ด้วยเหตุนี้บ้านผมเสมือนกับว่ามีญาติที่เป็นพุทธคนหนึ่ง มานอนกินที่บ้านผมเป็นประจำ เวลาท่านปลัดไปไหนมาไหนกับผมผมจะรู้สึกว่าท่านทำผมเสมือนลูกของท่านคนหนึ่ง จำได้ว่าครั้งหนึ่ง..ท่านพูดเสมือนว่าท่านเป็นมุสลิมคนหนึ่ง ทั้งๆท่านไม่ใช่มุสลิม และในช่วงปลายของชีวิตท่านกลับไปตั้งหลักแหล่งที่อำเภอชะอวด วันที่คุณพ่อเสียชีวิตท่านมาเยี่ยมพร้อมครอบครัว คุณแม่เล่าว่าภรรยาท่านบอกว่า ช่วงปลายๆของชีวิตท่านปลัดอยากมาอยู่กับพ่อ .. แต่คุณพ่อเสียชีวิตก่อน..

ท่านปลัดก็เสียชีวิตไปแล้วในช่วงเวลาที่ผมอยู่ต่างประเทศ.. และยังรู้สึกเสียดายว่า เราไม่ได้สานต่อความสันพันธ์ของท่านกับคุณพ่อ.. เพราะความจริงที่เป็นความจริงไม่อาจลบล้างได้ คือ ความสัมพันธ์กัน ความรักกัน จะมีแต่ให้สิ่งดีๆกับสิ่งดีๆเท่านั้น