...แล้วจะรู้มั้ยล่ะ ว่าพระหรือเปล่า

วันนี้บนโต๊ะอาหาร น้องๆคุยกันเรื่องวัด ไปวัด ตื่นเช้า ทำบุญ ฟังธรรม ทำสมาธิ  ยิ้มให้พระ ถ่ายรูปพระ พระสอนฝึกปฏิบัติธรรม ดูใจ ดูตน รู้ใจ รู้ตน.....

 

“หนูเอากล้องมาถ่ายรูปพระ  หลวงพี่ยิ้มซะกว้าง  หนูต้องทำปากบอกแต่ไม่ออกเสียงว่า...เป็นพระอย่ายิ้มกว้างหลาย...”

 

“หนูเอารูปเก่าๆออกมาดู รูปที่ลูกหนูถ่ายตอนบวชเณร  ไล่ๆดูนี่หลวงพี่สึกไปหลายรูปแล้ว”

นัยว่าเป็นพระนักปฏิบัติ นักกิจกรรม  บวชมาหลายพรรษาแล้วหมดภาระก็สึก

...นี่น้องๆเขาว่ากันนะ...

 

“ดีนะที่พระสึกเอง....ไม่ใช่ไปสึกพระ” นั่นน่ะ  ...ชาววัดเค้าหยอกกัน

 

แล้วก็มีการเล่าต่อว่า

 

วันก่อนโน้นเดินกันไปสองคนผ่านหน้าห้องผ่าตัด เห็นพระนั่งอยู่รอผ่าตัด  เธอดูไม่ออกเพราะท่านใช้ผ้าโพกศีรษะเลยไม่เห็นว่าผมถูกโกน  รูปร่างเล็กๆเหมือนเด็ก ใส่ชุดคลุมคล้ายกิโมโน สีของชุดน่ะออกไปทางจีวร แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว แถมนั่งพูดโทรศัพท์มือถือ และมีโน๊ตบุ๊ควางตรงหน้าตัวนึง

 

เธอทั้งสองออกจะแปลกใจ แต่ความที่ปากไวกว่าสมองมากและเสียงดังเลยถามกันเอง(ดังไปหน่อย)ว่า

 

“เฮ้ย...นั่นพระหรือคนน่ะ” เธอไม่เจตนาจะลบหลู่พระเจ้า แต่เจตนาเธอคงหมายถึงพระหรือฆราวาสน่ะ

 

“พระ...จ้า....” หลวงพี่มารอทำผ่าตัดตอบ... แถมโน๊ตบุ๊คก็เป็นของอาจารย์หมอวางไว้ ไม่เกี่ยวกับหลวงพี่ท่านเล้ย

 

สองสาวตกใจ  สาวหนึ่งไหวพริบดูดีมาก  รีบยิ้มให้อย่างงาม ยกมือไหว้...แล้วพูดออกไปว่า...

 

“สวัสดีค่ะ...”

 

...เลยได้ฮารอบสอง เพราะเพื่อนๆบอกว่าต้องพูดว่า นมัสการพระคุณเจ้า

 

ฮาๆๆๆ....จะเอาอะไรกันนักกันหนากับพยาบาลดมยา