บางครั้งการทำตัวให้เคยชินกับความไม่ว่างมันก็ดีไปอีกแบบเราเองจะได้ไม่เครียดด้วย...อิอิ

พยายามจะหาเวลามาเขียนบันทึกแต่มันก็ยากแสนยากเหลือเกินกับเวลาที่มีอยู่ ยิ่งพักหลังมานี่เหมือนจะเจอบททดสอบเยอะครับหาเวลาเป็นส่วนตัวไม่ได้เลยครับ พยายามเจียดเวลาให้ตัวเองบ้างในแต่ละวันก็ไม่เป็นผลครับมีเรื่องให้ต้องทำและเดินทางเป็นว่าเล่นครับ (ประมาณว่าชีพจรลงเท้า)


 

      วันนี้ออกเดินทางแต่เช้าด้วยแมงกาไซต์คู่ชีพของตัวเองเดินทางไปเป็นวิทยากรติววิชาวัดแววความสามารถทางวิชาชีพครูที่ยะหา(ทั้งๆที่ได้ข่าวว่ามีการวางระเบิดที่นี่แต่ทำไงได้ครับชีวิตในควันปืนมันลื่นไหลไปตามจิตวิญญาณมานานแล้วพระเจ้าเท่าันั้นที่ทรงรอบรู้และรู้เห็น)ให้แก่น้องๆเยาวชนที่จะทำการสอบกันในวันพรุ่งนี้ กลับมาก็แทบสลบเหมือดครับเพราะนอนดึกมาหลายคืนแล้วครับทั้งงานราษฎร์งานหลวง

   

        ล่าสุดได้รับงานชิ้นใหม่จากท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการให้ตรวจทานงานเขียนชิ้นนึงของเพื่อนอาจารย์บอกว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่นักศึกษามุสลิมะฮฺทุกมหาวิทยาลัย ความที่เป็นคนปฏิเสธใครไม่ค่อยเป็นทั้งๆที่ท่านถามว่า..."ช่วงนี้พอมีเวลาว่างไหม๊ เขียนหนังสืออยู่หรือป่าว (ท่านคงคิดว่าผมจะขยันผิดไปไหม๊ครับ อิอิ)" ก็อย่างที่บอกครับปฏิเสธไม่ค่อยเป็นเลยบอกไปว่าพอมีเวลาว่างบ้างครับ(อิอิ...ทั้งๆที่ถ้าเอาเข้าจริงก็ไม่รู้จะมีไหม๊ ฮ่าๆ) พอบอกอย่างนั้นก็อัลฮัมดุลิลละฮฺ ท่านก็มอบหมายงานหนึ่งชิ้นให้ทำคือตรวจทานเปลี่ยนแปลงสำนวนงานเขียนของเพื่อนอาจารย์จากคณะอิสลามศึกษาซึ่งแปลมาจากภาษาอาหรับ ท่านบอกว่ามันจะมีประโยชน์มากหากงานชิ้นนี้ได้รับการเผยแพร่ ผมก็ตกปากรับคำอินชาอัลลอฮฺจะดูให้ครับ พอตกเย็นท่านก็ส่งเมลล์มาให้เลยครับ (งานเข้า)

       พอได้อ่านผมก็เห็นด้วยกับท่านจริงๆครับว่างานชิ้นนี้ควรจะเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักศึกษามุสลิมะฮฺทุกมหาวิทยาลัยโดยด่วนเพื่อร่วมกันรังสรรค์วความเป็นมุสลิมะฮฺอย่างที่ควรจะเป็น (งานนี้อินชาอัลลอฮฺคงจะเอาไปให้ท่านวันจันทร์ที่จะถึงนี้)


 

อายะฮฺกุรอ่านประจำใจครับ...

ทางออกหนึ่งที่ผมพยายามคิดว่าผมมีเวลาว่างคือลืมเวลาว่างทิ้งไปแล้วทำตัวให้คุ้นชินกับเวลาที่ไม่ว่าง

เพราะผมเชื่อว่าถ้าเรามีเวลาว่างก็เท่ากับว่าชีวิตเราขาดทุนที่เวลาว่างของเรามันมีมากกว่าหน้าที่ที่ควรทำ

...วัลลออฮฺอะลัม...