ไปเที่ยว

วันนี้เป็นวันที่ 21 พ.ค.2552 เป็นวันที่ 10 ของการเดินทางไปโปรตุเกส เคยมีบทสนทนากันระหว่างเพื่อนพ้องของข้าพเจ้าว่าภาษาอังกฤษสะกดว่า Portugal แล้วทำไมภาษาไทยถึงต้องมี “ร” อยู่ด้วยเป็น “โปรตุเกส” อันนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน เพราะว่าถ้าสะกดกันตามหลักการของราชบัณฑิตยสถานแล้วไม่น่าจะมี “ร” อยู่ด้วย ความสงสัยทำให้เกิดการหาคำตอบ ข้าพเจ้าจึงไม่ลองสังเกตดูว่าชื่อประเทศอย่างเป็นทางการเรียกว่า República Portuguesa อ่านว่า “เรปูบลีกา โปร์ตูเกซา”  อาจจะเป็นได้ว่าตัวการันต์หายไปเมื่อเกิดการเขียนหลายครั้ง

เช้านี้เป็นเช้าสุดท้ายที่จะได้อยู่เมืองโปร์ตู้กัน อาหารเช้าก็ยังคงเหมือนเดิม ข้าพเจ้าก็ไม่เคยคิดจะลองไข่ต้มหรือไข่ลวกนี่แหละที่มีเกลือโรยอยู่รอบๆ น่าจะเค็มมากๆ เราออกเดินทางพร้อมด้วยกระเป๋าเสื้อผ้าของทุกคนพร้อมกันบนรถเวลาเก้าโมงเช้า เพื่อไปเมืองที่เรียกว่า เมืองคาสกายส์ (Cascais) เคยเป็นเมืองตากอากาศของกษัตริย์หลุยส์ที่ 1 เป็นเมืองผู้ดี ข้าวของราคาแพง เราใช้เวลาเดินทางกันประมาณสองชั่วโมงจากปอร์ตู้ เพราะว่าเมืองนี้อยู่ใกล้กับลิสบอนมาก ระหว่างทางพวกเราก็ได้พบเห็นสิ่งน่าสนใจระหว่างทางคือ ป้ายบอกทางบนทางด่วนที่เหมือนป้ายของเรา มีนกขึ้นไปทำรังเกือบทุกป้ายเลย ตลกดี แปลกดีเหมือนกัน เป็นนกขนาดใหญ่ รังของมันไม่จำเป็นต้องมีต้นไม้บัง เหมือนักบสร้างรังตากแดดเลย เมื่อเราไปถึงเมืองก็เห็นว่า เป็นเมืองน่ารัก ทางเดินเล็กทางเดินน้อยเต็มไปหมด วันนี้ได้กินอาหารไทยด้วย เป็นร้านอาหารไทยที่ค่อนข้างหรูหราเนื่องจากอยู่ในเมืองตากอากาศ พอพวกเราลงจากรถ ก็มีคนขายอาหารเต็มไปหมด เดินผ่านร้านไหนก็เริ่มขุดภาษาทักทายออกมากันใหญ่ ทั้งญี่ปุ่น จีน แต่ไม่มีใครคิดว่าพวกเราเป็นคนไทยเลย อาหารไทยที่กินก็เสริฟแบบโปรตุเกส ที่สำคัญคือเป็นมื้อที่อร่อยมากหลังจากกว่าสิบมื้อสำหรับอาหารโปรตุเกสล้วนๆ จากนั้นพวกเราก็เดินชมเมืองกัน มีเวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ จากนั้นก็ขึ้นรถเดินทางกันต่อจนถึงเมืองลิสบอน แต่พวกเราไปถึงก่อนเวลา พี่นกจึงพาพวกเราไปเดินเล่นที่แหล่ง Shopping ใจกลางเมือง อ้อ! เราไปถึงกันช่วงเวลารถติดพอดิบพอดีเลยได้ฟิลรถติดของโปรตุเกส จากนั้นพวกเราก็เดินทางเข้าพักยังโรงแรม Corinthia Lisboa ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเลย นัดกันอีกทีประมาณหกโมงครึ่งเพื่อเดินทางไปกินอาหารเย็นกัน

หลังจากอาหารเย็นทุกคนก็กลับเข้าที่พัก และก็มีการนัดแนะว่าสามทุ่มจะออกไปท่องราตรีกันโดยมีพี่นกและน้องตาลเป็นไกด์ ร้านอาหารไทยที่น้องตาลทำงานอยู่ก็อยู่ในระแวกนั้น ข้าพเจ้าไม่สนใจ แต่ก็ออกไปเดินเล่นรอบโรงแรมกับคู่หู เดินไปห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดเพื่อหาซื้อพิมพ์เค้กให้กับเพื่อน ที่เมืองไทยพิมพ์เค้กที่เป็นซิลิโคนแพงมาก เมื่อเราเดินไปถึง ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว แต่เราก็ยังเฉยๆ กัน เดินดูไปดูมาก็ได้พิมพ์หนึ่งอัน สีน้ำเงินสด ห้าร้อยกว่าบาทเอง ถ้าเป็นเมืองไทยอันนี้ก็เกือบสองพันได้แหละ เดินกลับกันอีก คราวแรกตอนออกไปเดินทะลุหลังโรงแรม พอเดินกลับมาประมาณสี่ทุ่มครึ่งแล้ว ประตูข้างหลังปิด เลยต้องเดินอ้อมกันไปด้านหน้า ตอนแรกกลัวว่าต้องเดินไกลมาก ปรากฎว่ามีทางลัด มาเห็นตอนเดินมาถึงโรงแรมแล้ว จบอีกหนึ่งวัน