เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2552 เปิดวิทยุ เอฟ เอ็ม 101 ฟังรายการ จับประเด็นข่าว ดำเนินรายการโดยคุณเปี่ยมศักดิ์  นำเสียงสัมภาษณ์ของ นายก อบต.ผาสิงห์ มาเผยแพร่  เนื้อหาเกี่ยวกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนกรณีป้องกันไข้หวัด 2009

เนื้อหาโดยรวมดีและเห็นความก้าวหน้าในการที่ นายก อบต.ผาสิงห์ และคณะมีความตั้งใจดูแลปัญหาในเขตำบล  แต่มีคำสัมภาษณ์บางตอนที่เกี่ยวกับ  สตง. หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  ว่า นายก อบต.ที่จะหมดวาระ 64 แห่งและที่อื่น ๆ ว่าปัญหาประชาชนสำคัญต้องกล้าตัดสินใจลงไปดูแล

และมีคำพูดบางตอนว่าใจความว่า ..... สตง.คงไม่ใจร้าย เพราะหากเราได้ทำอำนาจหน้าที่  และปัญหานั้นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ประชาชน สามารถโอนงบประมาณไปดำเนินการได้ตามแผน  ......  ผมคิดว่า  ในหลักการ สตง.เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ตามมาตรฐาน  คงจะพูดว่า  ใจร้ายหรือใจดีไม่ได้  เนื่องด้วยการตรวจสอบจำเป็นต้องมีมาตรฐาน อันที่จริง นายกไม่ได้จงใจว่า สตง.หากแต่ได้พูดว่า ให้มีข้อมูลมาสนับสนุน ผู้ฟังมักจำความประโยคแรก ๆ เกรงว่าจะเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับองค์กรการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐ

การที่นักการเมืองหรือท่านใดก็ตามได้พูดเกี่ยวกับ สตง.หรือองค์กรที่ต้องทำหน้าที่มีหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติ  ย่อมต้องปฏิบัติไปตามนั้น  หากใช้ความรู้สึกทำงานเพื่อเอาผิดหรือให้ร้าย  การดำเนินการต่าง ๆ มีหลักฐานสามารถตรวจสอบได้  หน่วยงานของรัฐที่ถูกตรวจสอบ สามารถชี้แจงการตรวจสอบของ สตง.ได้ตามระเบียบ  คำว่า สตง.คงไม่ใจร้ายไม่ได้ เป็นประโยคแรกแต่มีประโยคต่อมาพูดว่า หากต้องทำกรอบอำนาจหน้าที่จะไม่ปัญหาอะไร ให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ  การทำหน้าที่ของ สตง.นั้นแน่นอนย่อมต้องมีมาตรฐาน 

การกล้าพูด กล้าทำ โดยอิงประโยชน์ของประชาชนย่อมต้องเป็นผลดี ดีกว่าไม่ทำเพราะทำไปแล้ว ผู้นำทางการเมืองและข้าราชการประจำย่อมต้องรับผิดชอบตามกฎหมายแน่นอน  จากที่เคยมีคำพูดว่า เงินแผ่นดิน หรือเงินหลวงนั้นตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้  เป็นความจริง สตง.เป็นกลหนึ่งในการติดตาม ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน