ผมมั่นใจว่าหัวใจของผมคิดถึงเธอคนนั้นอย่างจับใจ ลึกสุดขั้วหนาวเย็นของหัวใจ

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ ม.ปลาย ชีวิตเด็ก ม.ปลายเป็นชีวิตที่มีความสุขมากที่สุด หลายต่อหลายเรื่องที่เิกิดขึ้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงนั้นมันทำให้เกิดรอยยิ้ม เกิดเสียงหัวเราะ เกิดรอยน้ำตา และอีกหลายๆเรื่องราว และหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้นคือ ผมได้แอบรักผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นเพื่อนที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน พูดง่ายๆคือ "แอบรักเพื่อน" ในช่วงเวลานั้นผมมีความสุขกับการได้รักใครสักคน มันเป็นพลังที่ทำให้ผมต่อสู้กับการเรียนมาได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผมตื่นแต่เช้าเพื่อมาโรงเรียน มาเรียนแต่เช้าและไม่คิดที่จะขาดเรียนเลยแม้แต่วันเดียว แม้เสาร์ อาทิตย์ก็ไม่อยากหยุดเรียนเลยอยากเห็นหน้าเธอทุกๆวัน

มาเรียนแต่เช้าเพื่อที่จะได้รอใครบ้างคน จะมานั่งรอเข้าแถวตอน 2 โมงเช้า อยู่ที่นั่งประจำในทุกๆเช้า และผมก็จะอาศัยความเป็นเพื่อนนั่งอยู่แถวๆนั้น แอบมองคนบางคนเป็นประจำ แม้ในวันไหนที่ไม่เห็นมานั่งที่ประจำก็คิดเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าทำไมไม่มาสักที ได้เวลาเข้าแถวเคารพธงชาติแล้วทุกคนเริ่มเดินออกไปเข้าแถว ผมก็ต้องให้ใครบางคนลุกเดินออกไปก่อน แล้วผมค่อยเดินตามไปได้แต่แอบมองเธออยู่ห่างๆ

แม้ในยามเข้าห้องเรียนก็เฝ้ามองอยู่ได้ไม่ขาดสายตา ความสุขความอิ่มใจเกิดขึ้นในใจอยู่ทุกวันค่ำเช้า ผมมีความสุขมากจริงๆ ผมเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของเธอเป็นระยะเวลา เกือบหนึ่งปีเต็ม ตลอดเวลาช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่แปลกมากสำหรับผม พลังในตัวมีมากมายพร้อมที่ลุยในทุกๆอุปสรรค

ผมเขียน Dairy ความเป็นไปในช่วงนั้นเป็นเวลาเกือบครึ่งปี ความงาม ความน่ารัก น้ำใจดี ของเธอวนเวียนอยู่ในบันทึกเล่มน้อยอยู่ทุกวัน มันเป็นความสุขของผมที่ได้เล่าเรื่องราวของเธอลงในห่วงหัวใจ เติมความสุขวันละเล็กละน้อยเข้าสู่หัวใจจนหัวใจมีแต่ความสุข แม้ในชั่วโมงเรียนวิชาคหกรรม ทำอาหารเธอก็ดูเหมือนว่าจะทำอาหารเก่งกว่าเพื่อนคนอื่นๆ และผมก็ได้อยู่กลุ่มเดียวกับเธอ เวลาทำอาหารผมก็เป็นลูกมือหั่นผัก ล้างผัก ปลอกหัวหอม กระเทียม ตามประสาคนทำไม่เก่ง และเธอก็จะดุผมในทุกๆเรื่องเพราะทำไม่เข้าตาเธอ (ทำงานครัวไม่เป็นหรือไม่ถูกใจเธอก็ไม่ทราบ) ว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องทำแบบนี้นะทำแบบนั้นไม่ถูก สอนผมเรื่อยไป แต่สุดท้ายเธอก็ได้ทำเองทุกอย่างเพราะรำคาญความไม่ได้เรื่องได้ราวของผม (ไล่ไปล้างจาน ล้างหม้อซะงั้น)

เป็นเวลาเกือบๆครึ่งปีสมุดบันทึกได้เก็บเรื่องราวของผมกับเธอไว้มากมาย เรื่องทุกเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่มีความสุข อ่านทุกๆครั้งก็ทำให้ยิ้มได้ไม่รู้เบื่อ พร้อมกับหัวใจของผมก็ได้เต็มไปด้วยความสุขอยู่ทุกอณู

แล้วเราก็จากกันไปเมื่อจบ ม.6 โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า่มี่ใครบางคนแอบรักเธออยู่ ผมตั้งใจจะเอาบันทึกเล่มน้อยให้เธออ่านในวันสุดท้ายที่เราจะได้ใส่ชุดนักเรียน กะให้เธอรู้ความในใจทุกอย่าง แต่แล้วก่อนวันนั้นจะมาถึงก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องหยุดความคิดนี้หลง และเป็นวันที่โหดร้ายมากที่สุดของช่วงเวลานั้น 

เธอ   เธอคนนั้นมีแฟนแล้ว.........  หัวใจของผมเศร้าลงในทันที ความสุขที่เฝ้าเก็บมานานได้จางหายไปจากใจในวันนั้น.... ผมซึมอยู่ประมาณเดือนได้ ก็หายกลับมาเป็นเหมือนเดิมและได้เฝ้ามองเธอเหมือนเดิม ในใจไม่อาจมีความสุขได้ ผู้ชายคนนั้นก็คือเพื่อนร่วมห้องเรียนของผมเอง


เป็นเวลาอีกหนึ่งปีเช่นกันที่ผมเฝ้ามองเธอกับเพื่อนของผม เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป หัวใจเป็นสุขบ้างทุกข์บ้างได้หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ถึงวันนี้บันทึกเล่มนั้นก็ยังอยู่กับผม เปิดอ่านทีไรก็อดยิ้มไม่ได้ เหมือนว่าตัวเองเข้าไปอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ กลิ่นหอมจากเมนูปลาลุยสวน ฝีมือคนเก่งของผมในชั่วโมงคหกรรมยังลอยมาเตะจมูกอยู่เรื่อยไป เสียงหัวเราะในช่วงโมงพละ ที่พวกเราหลบออกมาเล่นลูกโป่งใส่น้ำขว้างใส่กันจนเปียกโชกทั้งตัว ชั่วโมงภาษาอังกฤษสุดซีเรียสที่พวกเราทุกคนต้องนั่งแน่นิ่งรับคำบ่นของครูประชำวิชา และเป็นครูที่ปรึกษาของเราอีกด้วย ทุกคนเงียบไม่พูดคุยกันแม้แต่คำเดียว พร้อมกับเสียงอ็อดหมดคาบเรียน พอครูเดินออกนอกห้องเป็นอันคลายความเก็บกดพูดคุยกันเสียงดังยังแว่วเข้าหูอยู่เนื่องๆ ฯลฯ


และในวันนี้ พฤหัสบดี ที่ 15 กรกฎาคม 2552 ผมได้บังเอิญเข้าไป ออนเอ็ม ได้คุยกับเธอคนนั้นอีกครั้งหนึ่งความทรงจำเก่าๆเข้ามาในหัวของผมเป็นฉากไม่รู้ลืมออกมาเรื่อยๆจนอดยิ้มไม่ได้และผมรู้ว่าผมคิดถึงเธอคนนั้นมากจริงๆ มากจนผมไม่อาจข่มตาหลับได้ จนอยากเล่าเรื่องราวให้ทุกคนได้จดจำและฝากไว้ในใจของทุกๆคนที่มีอดีตเช่นเดียวกับผม....


ผมมั่นใจว่า หัวใจของผมคิดถึงเธอคนนั้นอย่างจับใจ ลึกสุดขั้วหนาวเย็นของหัวใจ

คิดถึงเธอ .............   คิดถึงเธอ...............